หน้าแรก > สังคม

หมอมนูญ ยกเคส หญิงวัย 30 ปอดติดเชื้อวัณโรคเทียม

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 08:48 น.


วันที่ 11 พฤษภาคม 2569  นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบหายใจ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ผู้ป่วยหญิงอายุ 30 ปี ไอมีเสมหะสีเขียวต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี ไอกลางวัน กลางคืน ไม่มีไข้ ไม่เบื่ออาหาร น้ำหนักไม่ลด เคยป่วยเป็นวัณโรคปอดเมื่อ 4 ปีก่อน รักษาหายแล้ว

ต่อมาเดือนมีนาคม 2568 พบปอดติดเชื้อวัณโรคเทียม เพาะเชื้อขึ้น M. abscessus subspecies massiliense ทำคอมพิวเตอร์ปอดเดือนสิงหาคม 2568 พบโพรงขนาดใหญ่ที่ปอดข้างขวากลีบบน ไปตรวจอีกโรงพยาบาลเดือนกันยายน 2568 ส่งเสมหะก็พบเชื้อวัณโรคเทียมตัวเดียวกัน ผลการทดสอบเชื้อ M. abscessus subspecies massiliense ไวต่อยา Amikacin และ Azithromycin คนไข้ยังไม่ได้รับการรักษาโรคนี้ ขอมาปรึกษาว่า ควรเริ่มการรักษาหรือยัง ผู้ป่วยไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่
ตรวจร่างกาย ไม่มีไข้ ฟังปอดผิดปกติ

ทำคอมพิวเตอร์ปอด พบโพรงในปอดกลีบบนข้างขวาขนาด 7.2 × 4.2 × 5.6 เซนติเมตร โพรงในปอดขนาดใหญ่ขึ้นและมีฝ้าขาวที่ปอดข้างซ้ายเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ปอดทำเมื่อเดือนสิงหาคม 2568

วินิจฉัย: ปอดติดเชื้อวัณโรคเทียม M. abscessus subspecies massiliense เป็นมากขึ้น เกิดขึ้นหลังจากเคยป่วยเป็นวัณโรคปอด โดยติดเชื้อวัณโรคเทียมจากสิ่งแวดล้อม
แนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในรพ. เพื่อรับยาฉีด 2 ขนาน Amikacin และ Tigecycline ทางเส้นเลือดทุกวันนานประมาณ 1 เดือนครึ่ง และให้ยากิน 2 ขนาน Azithromycin และ Clofazimine ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี หลังจากเสมหะเพาะเชื้อแล้วไม่ขึ้นเชื้อวัณโรคเทียมตัวเดิม

หลังได้ยาฉีดและกิน มีผะอืดผะอมบ้าง เมื่อปรับลดขนาดยาลง อาการผะอืดผะอมหายไป ไอลดลง เสมหะสีใสขึ้น ปริมาณเสมหะน้อยลง หูได้ยิน เจาะเลือดและทำคลื่นหัวใจ 1 สัปดาห์หลังได้ยา ไม่พบผลข้างเคียงจากยาทั้ง 4 ชนิด คนไข้รายนี้ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี โอกาสรักษาสำเร็จ เชื้อหายไป และไม่กลับมาเป็นใหม่ประมาณ 90%

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม