วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 00:28
รวบ 4 โจ๋เมียนมาเลือดร้อน ชักปืนบีบีกันขู่ วัยรุ่นไทย ทำลายทรัพย์สิน และโยนโทรศัพท์ - กุญแจรถทิ้ง เหตุเพียงไม่พอใจที่ถูกมองหน้า จ.ภูเก็ต
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.15 น. วันที่ 11 ส.ค. 2569 บริเวณหน้าบิ๊กซี สาขากิ่งแก้ว อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นใช้สิ่งของคล้ายอาวุธปืนข่มขู่คู่กรณี พร้อมทำลายทรัพย์สินจนได้รับความเสียหาย ก่อนพากันหลบหนี
หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยมี พ.ต.ท.กรพล เลี้ยงบุญจินดา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.กันต์ อักษรทอง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต และ พ.ต.ต.ณัฏฐี พิชิตชัยนิธิเมธ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมดำเนินการ
กระทั่ง วันที่ 13 ส.ค. 2569 ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 4 ราย ในพื้นที่ ต.เกาะแก้ว ต.ฉลอง และ ต.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ประกอบด้วย (นามสมมุติ) นายดอ อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา, ด.ช.นอ อายุ 15 ปี สัญชาติเมียนมา,นายยอ อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา และ นายมอ อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายดอ เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยมี ด.ช.นอ นั่งซ้อนท้าย และเป็นผู้ใช้สิ่งของคล้ายอาวุธปืน ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็น ปืนบีบีกันอัดแก๊ส โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้หยิบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายไปโยนทิ้งจนได้รับความเสียหาย รวมทั้งนำกุญแจรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปทิ้งลงท่อระบายน้ำ
ส่วน นายยอ และ นายมอ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามและข่มขู่กลุ่มผู้เสียหาย
จากการสอบถามทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 4 คนขับรถจักรยานยนต์เข้ามาเที่ยวในพื้นที่เมืองภูเก็ต ก่อนพบกลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นวัยรุ่นไทย 3 คน และเกิดการมองหน้ากัน จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามกลุ่มผู้เสียหาย
ฝ่ายผู้เสียหายพยายามขี่รถหลบหนี ก่อนทิ้งรถและวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือภายในร้านสะดวกซื้อ ขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุยังตามมา พร้อมใช้อาวุธปืนบีบีกันข่มขู่ และทำลายทรัพย์สินของผู้เสียหาย ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 3 คัน พร้อมเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ และอาวุธปืนบีบีกันไว้เป็นของกลาง
ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันข่มขู่ผู้อื่นให้เกิดความกลัวหรือความตกใจ และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เครดิต Phuket Hotnews