หน้าแรก > อาชญากรรม

คุมตัว 2 คนร้ายชิงทองที่ห้างดังย่านสมุทรสาคร ไปทำแผน หลังจนมุมที่ จ.น่าน

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 15:25 น.


จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทองรูปพรรณ ที่ร้านทองแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ในพื้นที่ ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้ 2 ราย ในพื้นที่ จ.น่าน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7,พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมตัว นายโจ๊ก อายุ 35 ปี และนายยักษ์ อายุ 34 ปี  

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อ ไม่เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีหรือใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้น การจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์ พร้อมของกลางเป็น ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน ,รถยนต์  ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน และหมวกคลุมใบหน้าที่คนร้ายใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุอีก 1 ชิ้น

พฤติการณ์การก่อเหตุสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.50 น. นายโจ๊ก ได้เข้าไปชิงทองรูปพรรณ ที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่ ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยสวมชุดไรเดอร์ สวมหมวกปกคลุมใบหน้า ก่อนจะชักอาวุธปืนปลอม ออกมาข่มขู่พนักงาน ก่อนที่จะกระโดดข้ามตู้กระจกเข้าไปปลดทองรูปพรรณที่แขวนอยู่ ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่ามีทองรูปพรรณสูญหายไปทั้งสิ้น 16 บาท จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป

โดยคนร้ายได้จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะขึ้นรถยนต์เก๋ง ที่มีนายยักษ์ จอดรออยู่ แล้วก็ขับหลบหนีไปด้วยกัน โดยขับรถพาไปแวะพักที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วจึงหนีต่อไปที่จังหวัดน่าน กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวทั้ง 2 คนไว้ได้พร้อมกันภายใน 36 ชั่วโมง

ในชั้นจับกุมนั้น นายยักษ์ ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ แต่พอนำตัวมาในชั้นสอบสวนกลับยังให้การภาคเสธ แต่ทางตำรวจก็มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ซึ่งในส่วนของนายยักษ์ เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ในคดีลักทรัพย์ผู้อื่น พื้นที่จังหวัดน่าน และยังมีคดีอื่นๆ อีกเพียบ ต่อมาได้มาอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่แถวตำบลบางโทรัด และก่อนที่ทั้ง 2 คนจะร่วมกันลงมือชิงทรัพย์นั้น

จากคำให้การของนายโจ๊ก บอกว่า นายยักษ์ เป็นผู้วางแผนในการก่อเหตุ ส่วนของกลางนั้นตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตาม เพราะนายโจ๊กบอกว่า ทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ที่นายยักษ์ ส่วนนายยักษ์ ก็ยังไม่ยอมให้การใดๆ ในชั้นสอบสวน

โดย นายโจ๊ก รับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ลงมือชิงทองจริง โดยที่ทำไปเพราะต้องการทดแทนบุญคุณพี่ยักษ์ที่ให้ที่กินที่หลับนอน เนื่องจากตนเองตกงาน อีกทั้งยังมาจากความโลภเพราะนายยักษ์บอกจะแบ่งทองให้คนละครึ่ง แต่จนขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้ทองเลยสักบาท ได้แค่ 3,000 บาทเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่นายยักษ์ วางแผนให้ตนไปชิงทองนั้น เชื่อได้ว่าน่าจะมาจากต้องการหาเงินไปใช้หนี้ เพราะตนเห็นมีคนมาทวงหนี้พี่เขาอยู่หลายครั้ง

ทั้งนี้หลังจากที่ทำการแถลงข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทาง ผบช.ภ.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ก็ได้ควบคุมตัวนายโจ๊ก ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม