หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 เมษายน 2569

วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 เมษายน 2569


>> อุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะกลางถนนนสาย กาฬสินธุ์ - กมลาไสย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 และเสียชีวิตที่ รพ.อีก 1 ราย

08.20 น. หน่วยกู้ภัยกาฬสินธุ์ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ถนนเส้นทาง กาฬสินธุ์ - กมลาไสย ช่วงทางกลับรถใกล้ปั๊มน้ำมัน บ้านหลุบ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ลักษณะชนกับ รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ และใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 - 25 ปี โดยมีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัย พยายามให้การช่วยเหลือ แต่ได้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 1 รายนั้นดำเนินการนำส่ง รพ.ใกล้เคียง และได้รับแจ้งว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์


>> ในหลวง - พระราชินี เสด็จฯ ถึงราชอาณาจักรสวีเดน ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16

08.29 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8886 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ ๑๖ กุสตาฟแห่งสวีเดน เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ ๘๐ พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ ๑๖ กุสตาฟแห่งสวีเดน

เมื่อเครื่องบินพระที่นั่งถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติอารลันดา พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินลงจากเครื่องบินพระที่นั่ง โดยมี เจ้าหญิงวิกตอเรีย มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน ทรงรอรับเสด็จ ณ เชิงบันไดเครื่องบินพระที่นั่ง

จากนั้น นางเจสสิกา เฮดิน รองอธิบดีกรมพิธีการทูตราชอาณาจักรสวีเดน กราบบังคมทูลแนะนำหัวหน้ากองงานในพระองค์และราชองครักษ์ประจำพระองค์มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน ตลอดจนราชองครักษ์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำพระองค์ฝ่ายสวีเดน เสร็จแล้ว เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนสำนักงาน ณ กรุงสตอกโฮล์ม ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายมาลัยข้อพระกรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมแกรนด์ โฮเทล กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ซึ่งเป็นโรงแรมที่ประทับ


>> บุกจับเจ้าหน้าที่เขตฯ คาโต๊ะทำงาน เอี่ยวแก๊งปั๊มสูติบัตรเถื่อนสวมสัญชาติ

09.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนธิกำลังร่วม บก.ปปป. ป.ป.ท. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” บุกจับขบวนการทุจริตปลอมแปลงใบสูติบัตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้าตรวจค้น 4 จุด และจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 6 ราย โดยสามารถควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเขตแห่งหนึ่ง ได้คาโต๊ะทำงาน พร้อมตรวจยึดเอกสารและพยานหลักฐานจำนวนมาก

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการร้องเรียนพบขบวนการลักลอบออกสูติบัตรให้บุคคลไร้สัญชาติสวมสิทธิเป็นคนไทย ก่อนขยายผลพบเจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือกับบุคคลภายนอกปลอมเอกสารราชการอย่างเป็นระบบ เบื้องต้นแบ่งผู้ต้องหาเป็น 2 กลุ่ม คือเจ้าหน้าที่รัฐ 1 ราย และผู้สนับสนุน 5 ราย ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและปลอมแปลงเอกสารราชการ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้านทาวน์เฮ้าส์ ซอยเอกชัย 135 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

09.14 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเอกชัย 135 ถนนเอกชัย แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้พัดลมตั้งพื้น ที่นอน ตู้เสื้อผ้า ลุกลามฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 3 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับถ่านและใช้พัดลมทำการระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่พัดลมตั้งพื้น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน


>> แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำบริหารงานโปร่งใส ผู้มาปฏิบัติราชการต้องมีตัวตนและตรวจสอบได้ พร้อมเดินหน้าปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อสร้างสันติสุขให้ประชาชนชายแดนใต้

12.14 น. พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในการพบปะและมอบนโยบายให้กับกำลังพลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา ผู้อำนวยการสำนัก ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำนโยบายของเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในการตรวจสอบเช็กยอดกำลังพลช่วยราชการอย่างเข้มงวด ทั้งหน่วยในพื้นที่และส่วนหลัง 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้การบรรจุและจำหน่ายราชการมีความชัดเจนถูกต้อง พร้อมกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ทุ่มเทขับเคลื่อนงานตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา โดยกำชับให้ฝ่ายอำนวยการปฏิบัติงานเชิงรุก ยึดถือหลักความถูกต้องควบคู่กับความรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ และบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยต้นสังกัดดูแลสิทธิสวัสดิการของกำลังพลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งรณรงค์ให้ใช้สื่อโซเชียลในทางที่สร้างสรรค์เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงาน โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินตรวจสอบเช็กยอดกำลังพลอย่างเคร่งครัดและทั่วถึงทุกแผนกงาน เพื่อกวดขันระเบียบวินัยและรับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานจริงด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นการสร้างความใกล้ชิดและการกำกับดูแลอย่างทั่วถึงระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น


>> มติคณะกรรมการฯ ให้ ‘ทักษิณ’ พักโทษ ไม่ต้องติดกำไล EM เตรียมปล่อยตัว 11 พ.ค.นี้

14.43 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพักการลงโทษ ระดับกระทรวงยุติธรรม ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ต้องขังเด็ดขาด จากทั่วประเทศ ที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษ โดยมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง กรมราชทัณฑ์ /กรมคุมประพฤติ /กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ /สำนักงาน ปปส. ฯลฯ หลังการประชุม รายงานข่าวจากที่ประชุม ระบุว่า ที่ประชุมมีมติพักการลงโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขในการติดกำไล EM เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ขังสูงวัย ที่อายุเกิน 70 ปี ขึ้นไป และมีโรคประจำตัว ซึ่งนายทักษิณ อายุ 76 ปีแล้ว โดยนายทักษิณ จะได้รับปล่อยตัวพักโทษวันที่ 11 พ.ค.นี้ และจะต้องคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน

สำหรับการประชุมวันนี้ เป็นการ ประชุมสำหรับการพักโทษนักโทษทั่วประเทศ กว่า 500 คน และมีรายชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร อยู่ในนั้นด้วย ซึ่งนายทักษิณ ปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อีกทั้ง นายทักษิณเข้าเกณฑ์การพักโทษในกลุ่มผู้สูงอายุ และรับโทษจนถึงเกณฑ์ที่กำหนด

สำหรับผู้ต้องขังเด็ดขาดที่จะได้รับพักโทษ ตามเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ จะต้องเป็นผู้มีความประพฤติดีชั้นเยี่ยม เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 3 หรือ หากอายุเกิน 70 ปี เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือพิการ อาจได้รับพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ นายทักษิณ ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบให้พักการลงโทษมาแล้ว 2 คณะ คือ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำ และคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จึงเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย ที่เป็นการพิจารณาให้ความเห็นชอบของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมในวันนี้


>> ตร.เรียกตัว 4 วัยรุ่นคึกคะนอง ประดิษฐ์กระบอกอัดแก๊ส เปิดกระจกซันรูฟ รถเอสยูวี ไล่ยิงเล่น ทำชาวบ้านหวาดกลัว

15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี หญิงสาว อายุ 30 ปี รายหนึ่ง เข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ว่า เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากซอยเลี่ยงเมืองนนทบุรี 5 มาตามถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ได้มีรถยนต์ เอสยูวี สีขาว ขับตามมา ก่อนจะได้ยินเสียงคล้ายปืน 1 ครั้ง และพอมาถึงยูเทิร์น ได้ยิงอีก 1 ครั้ง รวม 2 ครั้ง ทำให้ผู้แจ้งตกใจกล้ว เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงมาแจ้งความไว้ลงบันทึกประจำวัน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามเส้นทางพบว่า รถคันดังกล่าว ขับลงจากสะพานพระราม 5 วิ่งมาตามถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี จนมาพบกับรถจักรยานยนต์ของหญิงสาวคนดังกล่าว ที่ขับออกมาจากซอยเลี่ยงเมืองนนทบุรี 5 และได้ยินเสียงคล้ายปืน ก่อนที่ รถยนต์ เอสยูวี คันดังกล่าว จะขับเข้าไปในซอยเรวดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่า กลุ่มวัยรุ่น ได้ใช้กระบอกอัดแก๊ส ยิงมาตลอดทาง 
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัววัยรุ่น อายุ 17 ปี จำนวน 4 คน พร้อมของกลาง กระบอกประดิษฐ์เอง สำหรับยิงไล่นก 1 อัน กระบอกฉีดบรรจุแอลกอฮอล์ 100 เปอร์เซ็นต์ 1 อัน ส่วนอีก 1 คน ไม่สบายไม่สามารถเดินทางมาสอบปากคำได้ โดยมีผู้ปกครอง เดินทางมาเพื่อรับฟังการสอบถามเหตุการณ์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กลุ่มวัยรุ่นให้การว่า วันเกิดเหตุ ไปนั่งเล่นที่บ้านพี่ชาย ย่านบางศรีเมือง โดยขับรถคันดังกล่าวซึ่งเป็นรถของแม่นายเอ (นามสมมุติ) หนึ่งในกลุ่ม โดยขากลับด้วยความคึกคะนองได้เอากระบอกประดิษฐ์ยิงไล่นก ที่ทำไว้ไล่นก ที่บ้านมาอัดแก๊ส แล้วเปิดหลังคาซันรูฟออกมายิงเล่น และยิงตามทางมาตลอด ก่อนนายเอ (นามสมมุติ) จะแวะไปส่งเพื่อนที่บ้านของนายเอ ที่ซอยเรวดี ก่อนขับรถไปคืนแม่ ที่บ้านอีกหลังแล้วย้อนกลับมาเล่นเกมส์ต่อ พวกตนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 7 ได้ทดลองทำปืนประดิษฐ์จากโซลเชียลมีเดีย เพื่อเอาไว้ไล่นกที่บ้าน ไม่ได้มีเจตนาเอาไปข่มขู่ใคร ยอมรับที่ทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และคึกคะนอง

หลังจากนั้น หญิงสาว คนดังกล่าว ได้เดินทางมาเพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจกับกลุ่มวัยรุ่น เพราะตกใจและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลัวว่าจะถูกทำร้าย แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายปรับความเข้าใจกัน และกลุ่มวัยรุ่นได้ไหว้ขอโทษและรับปากว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก หลังจากนั้นตำรวจได้ทำประวัติกลุ่มวัยรุ่นไว้ ก่อนปล่อยตัวกลับบ้านไป


>> ไฟไหม้รถแทรกเตอร์ดันข้าวเปลือก ภายในโกดังเก็บข้าว เสียหายวอดทั้งคัน จ.นนทบุรี

15.30 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลขุนศรี ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ภายในโกดังเก็บข้าว ในพื้นที่ ม.7 ต.ขุนศรี อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

ในที่เกิดเหตุ พบว่า เพลิงกำลังลุกไหม้รถแทรกเตอร์ดันข้าวเปลือก ภายในโกดังเก็บข้าว เจ้าหน้าที่ เทศบาลตำบลขุนศรี,เทศบาลตำบลไทรน้อย,เทศบาลตำบลคลองขวาง พร้อมด้วยรถดับเพลิง ร่วมระดมฉีดน้ำสกัด จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา

ตรวจสอบพบ รถแทร็กเตอร์เสียหายทั้งคัน ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่า ระบบไฟฟ้าของรถ แทร็กเตอร์เกิดการลัดวงจร ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย


>> คุณลุงวัย 57 ปีขี่รถจักรยานยนต์ เสียหลักหลุดโค้ง พุ่งลงคลองข้างทาง ก่อนกู้ภัยลงงมค้นหา พบร่างจมอยู่ใต้น้ำ จ.นครราชสีมา

15.32 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งตกคลอง ส่วนผู้ขับขี่สูญหายในน้ำ บริเวณบ้านโค้งวารีเย็น ตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นช่วงทางโค้ง พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน นครราชสีมา ล้มคว่ำอยู่ในน้ำ ทางอาสาสมัครดำเนินการช่วยกันดึงรถขึ้นฝั่ง และดำเนินการค้นหาผู้ขับขี่ ในเวลาต่อมา จึงพบร่างจมอยู่ใต้น้ำลึกประมาณ 4 เมตร จึงนำขึ้นฝั่งและตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อต่อมา เป็นชายไทย อายุ 57 ปี

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ไปทำธุระที่ตลาด อ.โนนไทย ขากลับบ้านคาดว่าผู้ตายขับขี่รถด้วยความเร็วหลุดโค้งพุ่งลงคลอง

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยทีมชันสูตรพลิกศพตรวจสอบ ก่อนจะมอบร่างให้อาสาสมัครนำส่ง รพ.โนนไทย เพื่อชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


>> ปิดตาย "สะพานลอยร้าง" สกัดแก๊งมั่วสุมเสพยา ถ่ายคลิปลับ

16.03 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีสื่อมวลชน ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ว่ามีกลุ่มหนุ่มสาวลักลอบใช้สะพานลอยคนข้ามถนน บริเวณทางด่วนอุดรรัถยา เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติดและถ่ายทำคลิปวิดีโออนาจารเพื่อจำหน่ายในกลุ่มลับบนแพลตฟอร์ม

ล่าสุด นายชัยวัตร ปันยารชุน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ข่าวถูกนำเสนอออกไป นางสาวบุษราภรณ์ ปานคง นายอำเภอสามโคก ได้สั่งการด่วนให้นายชูเกียรติ โพธิ์จันทร์ พร้อมด้วยผู้นำชุมชน เพิ่มความเข้มงวดในการออกตรวจตราและลาดตระเวนพื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทางด่วนอุดรรัถยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน โดยเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการนำรั้วมากั้นบริเวณทางขึ้นลงสะพานลอยดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากปัจจุบันไม่มีประชาชนในพื้นที่ใช้งานสะพานลอยแห่งนี้แล้ว ในส่วนของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ได้เตรียมมาตรการเชิงรุกเพื่อเข้ากวาดล้างและทลายแหล่งมั่วสุมต่างๆ ภายในพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนและกลุ่มวัยรุ่นทั้งในและนอกพื้นที่เข้ามาลักลอบเสพยาเสพติดได้อีกต่อไป


>> ตำรวจไซเบอร์ จ่อแจ้งข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ "เบิร์ด วันว่างว่าง"

17.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (รอง ผบก.สอท.1) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่มีคอนเทนต์ในโซเชียลที่มีการนำ “ปูนยาแนว” หรือวัสดุอื่นมาอ้างว่าเป็นเพียงแป้ง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง เพื่อสร้างความเข้าใจผิดและเรียกยอดผู้ติดตาม ว่า หลังจากที่มีการปิดบัญชีเฟซบุ๊กไปแล้ว 3 บัญชี ขณะนี้ทางชุดทำงาน สอท.2 ตรวจพบว่ายังมีบัญชีใน YouTube และ TikTok ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ โดยวันนี้จะมีการประชุมเพื่อสรุปพยานหลักฐาน และประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ดำเนินการ "สั่งปิดถาวร" เพิ่มเติมอีก 2 ช่องทาง

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า โดยพฤติกรรมล่าสุดของ "เบิร์ด วันว่าง" อย่างรุนแรงในหลายประเด็น ทั้งปั่นกระแส ตม. ถ่ายคอนเทนต์อ้างว่าผ่าน ตม. ได้ง่ายดายเพื่อสร้างกระแส ทั้งที่ตนเองไม่มีหมายจับหรือติดแบล็กลิสต์ เป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อเจ้าหน้าที่ผิดซ้ำซาก เจ้าตัวมีประวัติคดีความที่เคยส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมาแล้ว และปัจจุบันยังอยู่ในช่วง "รอลงอาญา" แต่กลับไม่หลาบจำ และผิดคำพูดเคยประกาศว่าจะบวชและเลิกทำคอนเทนต์ขยะ แต่สุดท้ายกลับมาทำพฤติกรรมเดิม จนตำรวจลั่นวาจาว่า "หลังจากนี้จะกลายเป็น เบิร์ด วันไม่ว่าง" เพราะต้องมาสู้คดีแทน เจ้าหน้าที่ตำรวจยันไม่ได้หิวแสงแต่ทำตามกฎหมายส่วนกรณีที่กลุ่มเพื่อนของอินฟลูเอนเซอร์รายนี้โพสต์โจมตีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ "หิวแสง" หรือ "บ้าอำนาจ"

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ เปิดเผยอีกว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม โดยที่ผ่านมามีการจับกุมลักษณะนี้มาตลอด เพียงแต่บางกรณีไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ วอนสังคมช่วย "รีพอร์ต" แทนการ "แชร์" ขอความร่วมมือประชาชนในการตัดวงจรคอนเทนต์ขยะ โดยใช้หลักการ "ไม่ไลก์ - ไม่แชร์ - ไม่คอมเมนต์" แต่ให้ช่วยกัน "กด Report" เพื่อให้แพลตฟอร์มลบเนื้อหาไม่เหมาะสมออกไปจากระบบ


>> ลอบยิง ตชด. พื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

17.10 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลอบยิงกำลังพล ชุดปฏิบัติการ สังกัดหมวดเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4413 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บ้านจาเราะแป หมู่ที่ 3 ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา

ส่งผลให้ สิบตำรวจโท ธีระพัฒน์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าท้อง เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลธารโต เพื่อให้การรักษาอย่างเร่งด่วน ก่อนส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา เรียบร้อยแล้ว

จากเหตุการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ และยังคงพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงอยู่ระหว่างเข้าควบคุมพื้นที่และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป


>> กทม. นำฐานข้อมูลวินมอเตอร์ไซค์ขึ้นดิจิทัล เข้มจัดระเบียบ-ให้เกรดคุณภาพ ยกระดับบริการเส้นเลือดฝอย

17.23 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า วินมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดที่มีอยู่ 5,000 กว่าแห่ง กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ได้โอนมาให้ กทม. ดูแลหมดแล้ว จากแต่ก่อนที่หัวหน้าจะเป็นขนส่งในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ เรามีการประชุมกันตลอด ตอนนี้ข้อมูลของวินมอเตอร์ไซค์ เรานำขึ้นระบบดิจิทัลหมดแล้ว มีฐานข้อมูลชื่อคนขับในแต่ละวินชัดเจน ซึ่งเราพัฒนามาหลายเดือนและมีการเรียกประชุมวินมอเตอร์ไซค์อยู่เสมอ โดยปัญหาที่วินแจ้งมาส่วนใหญ่คืออยากขอเพิ่มจำนวนสมาชิกในวิน ซึ่งผู้อำนวยการเขตทุกเขตก็ไปดำเนินการแล้ว

"เรามีข้อมูลหมดว่าวินไหนอยู่จุดไหน พฤติกรรมเป็นอย่างไร และมีการให้เกรดแต่ละวินด้วยว่ามีความเป็นระเบียบเรียบร้อยแค่ไหน จุดไหนต้องปรับปรุง และจะมีวินบางส่วนที่อยู่บนทางเท้า ต้องดูว่ามีปัญหาใดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการอนุญาตให้วินอยู่บนทางเท้าได้ประมาณ 1,500 วิน แต่ปัจจุบัน 'ไม่อนุญาต' ให้ตั้งวินใหม่บนทางเท้าแล้ว" ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต่อไปอีกว่า วินเก่าที่ยังอยู่บนทางเท้าเราก็เข้าใจความจำเป็น เพราะวินเหล่านี้เปรียบเสมือน 'เส้นเลือดฝอย' ของเมือง แต่เราเน้นย้ำเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยและป้ายเหลือง

อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่มีการระบุว่ายังมีประมาณ 20 เขต ที่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนการจัดระเบียบได้อย่างเต็มที่ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุใด เป็นความล่าช้าในกระบวนการ หรือมีข้อจำกัดเฉพาะพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าได้มีการสั่งการให้ทุกสำนักงานเขตจัดประชุมติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือน ทั้งนี้ โครงสร้างการกำกับดูแลวินจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพมหานคร อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักงานเขตเป็นหลัก โดยมีคณะกรรมการระดับเขตทำหน้าที่กำกับดูแล


>> ตำรวจทางหลวง แถลง 2 คดีใหญ่ "ขนต่างด้าวผิดกฏหมาย จับขบวนการลักลอบขนบุหรี่เถื่อนกว่า 3 หมื่นซอง"

18.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจทางหลวงแถลงผลงาน 2 คดีใหญ่ สกัดขบวนการขนต่างด้าวผิดกฎหมาย อัดแน่นรถ 2 คัน รวม 16 ราย อีกคดีจับขบวนการลักลอบขนบุหรี่เถื่อนกว่า 3 หมื่นซอง มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการสำคัญ 2 คดีสำคัญ หลังสั่งเข้มกวดขันเส้นทางสายหลัก จนสกัดขบวนการผิดกฎหมายได้ต่อเนื่อง 
คดีแรก ตำรวจทางหลวงออกตรวจพบรถเก๋งบรรทุกหนักผิดสังเกตและติดฟิล์มมืด จึงเรียกตรวจ พบแรงงานต่างด้าวอัดแน่นภายในรถรวม 2 คัน จำนวน 16 คน ไม่มีเอกสารการเข้าเมือง

คนขับรับว่า รับงานผ่านแอปฯ ไปรับแรงงานจากพื้นที่ภาคกลาง ส่งเข้ากรุงเทพฯ ได้ค่าจ้างรายหัว ขณะที่แรงงานยอมรับลักลอบข้ามแดนและจ่ายค่านายหน้าหลักหมื่นบาท 
อีกคดี ตำรวจทางหลวงสืบทราบการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีจากชายแดน ก่อนพบรถบรรทุกตู้ทึบมีพิรุธ จึงติดตามและเรียกตรวจ เมื่อเปิดตู้ท้ายพบบุหรี่ต่างประเทศจำนวน 31,750 ซอง ซุกซ่อนเต็มคัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท คนขับและผู้โดยสารรับว่า รับจ้างขนเพื่อกระจายขายในพื้นที่ชั้นใน เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามกฎหมายทั้งสองคดี พร้อมคุมตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดี และเร่งขยายผลถึงเครือข่ายรายใหญ่ ด้าน พล.ต.ต.พรศักดิ์ ย้ำ ตำรวจทางหลวงเดินหน้าสกัดการใช้เส้นทางหลวงขนคนและของผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง


>> เพลิงไหม้รถยนต์ (ระบบไฟฟ้า) ใกล้เคียงซอยสิรินธร 5

18.48 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ อู่ซ่อมรถยนต์ ซอยสิรินธร 5 ถนนสิรินธร แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 5 ที่นั่ง ชนิดไฮบริด สีขาว หมายเลขทะเบียน ภูเก็ต ใช้น้ำมันดีเซลและไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบวรมงคล


>> ชายต่างชาติร่วงดาดฟ้าโรงแรมดังย่านสุขุมวิท ซอย 11 พบมีดตกใกล้ที่เกิดเหตุ

18.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุมีบุคคลพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านซอยสุขุมวิท 11 จึงประสานแพทย์นิติเวช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที

ในที่เกิดเหตุเป็นอาคารโรงแรมความสูง 18 ชั้น บริเวณชั้น 1 พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวต่างชาติ (ยังไม่ทราบชื่อและสัญชาติ) สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์จากการกระแทกกับคานอาคารอย่างรุนแรงก่อนร่วงลงสู่พื้น เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายตกลงมาจากบริเวณชั้นดาดฟ้าของโรงแรมดังกล่าว

จากการตรวจสอบโดยรอบจุดที่พบศพ เจ้าหน้าที่พบอาวุธมีด ตกอยู่ใกล้กับร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นของผู้ตายหรือมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างไร เจ้าหน้าที่จึงได้กั้นพื้นที่และเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝง

ขณะนี้ร้อยเวรเจ้าของคดี สน.ลุมพินี อยู่ระหว่างร่วมกับแพทย์เวรชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น และสั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดภายในโรงแรม ตั้งแต่บริเวณทางเดินไปจนถึงดาดฟ้า เพื่อหาคำตอบว่าเป็นการตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หรือมีประเด็นเรื่องการถูกทำให้เสียชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจะดำเนินการเคลื่อนย้ายส่งนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด และประสานสถานทูตเพื่อติดต่อญาติมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

03.29 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 272 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม