วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 21:46 น.
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ไล่ล่า 9 ปี "คดีไอ้ย้อย ระโนด" มือปืนตามปฏิทินหมายจับของ ตร.
วันที่ 21 เมษายน 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.5 บก.ป. ดำเนินการจับกุม ชาย อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ จ334/2561 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามปฏิทินหมายจับมือปืนและผู้ต้องหาสำคัญรายใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 ลำดับที่ 182 ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุสมควร” โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ในพื้นที่ ตำบล จปร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
พฤติการณ์สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2561 ผู้ต้องหา มีความหึงหวงอย่างรุนแรงเนื่องจากปักใจเชื่อว่าผู้ตายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนสาวของตน จึงได้วางแผนขอยืมอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุนจากคนรู้จักเพื่อมาก่อเหตุ ต่อมาในวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 เวลาประมาณ 01.30 น. ผู้ต้องหา ได้ให้นายเอ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว ขับขี่รถจักรยานยนต์พาตนนั่งซ้อนท้ายติดตามผู้ตายไปจนถึงบริเวณทุ่งนา หมู่ที่ 2 ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ลับตาคนและมืดสนิท
จากนั้นขับรถเข้าประกบจนผู้ตายต้องหยุดรถ แล้ว ผู้ต้องหา จึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายในระยะประชิด 1 นัด จนเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ก่อนจะพากันเร่งเครื่องหลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานและเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหารายนี้
พบเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 4 นัด ซุกซ่อนอยู่ จึงได้ขอศาลออกหมายจับ แต่ของผู้ต้องหา ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ตระเวนกบดานตามพื้นที่ต่างๆ ในภาคใต้เป็นเวลายาวนานเกือบ 10 ปี จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า ได้แอบย้อนกลับมากบดานที่บ้านพักในจังหวัดระนอง จึงได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมและจับกุมตัวได้ในที่สุด จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ระโนด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน