หน้าแรก > การเมือง

นายกฯ “อนุทิน” ลงพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด ติดตามภารกิจดับไฟป่า ย้ำรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานเต็มที่

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 18:46 น.


นายกฯ “อนุทิน” ตรวจติดตามภารกิจดับไฟป่า อ.ดอยสะเก็ด ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า ชื่นชมเป็นจิตอาสารับผิดชอบต่อส่วนรวม เป็นพลังของชุมชนที่เข้มแข็ง ย้ำรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานเต็มที่

นางสาวนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (20 เม.ย.69) เวลา 16.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ ณ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด ตรวจติดตามภารกิจดับไฟป่า ภายใต้แนวคิด “ป่าเปียก” ( Wet Fire Break) และการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขนาดใหญ่ สำรวจและดับไฟป่าในพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า

นายกรัฐมนตรี ได้พบปะให้กำลังใจและมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประมาณ 500 คน

โดยนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณในความเสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ซึ่งเป็นงานที่ยากและเสี่ยงภัย แทบไม่มีใครเห็นสภาพการทำงานจริง หากไม่ได้มาคุยกันจริงๆ ก็อาอาจสนับสนุนไม่ตรงจุด วันนี้จึงต้องการพบปะ เพื่อพูดคุย รับฟัง เพื่อพัฒนางานนี้ โดยหากขาดเหลือหรือต้องการสิ่งใด ให้บอกรัฐบาลพร้อมดูแลอย่างเต็มที่ และขอชื่นชมและให้กำลังใจในการทำงานทุกคน

นายกฯ ย้ำว่าทุกคน คือด่านหน้าที่สำคัญในการดูแลป่า และดูแลอากาศให้คนทั้งประเทศ ถ้าไม่มีทุกคนตรงนี้ สถานการณ์คงหนักกว่านี้มาก โดยขอบคุณจากใจจริงเข้าใจดีว่างานควบคุมไฟป่าเป็นงานที่ยากและท้าทายมาก ต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด และเสี่ยงอันตราย รวมทั้งต้องแข่งกับเวลาต้องเสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ และเวลาของครอบครัว

พร้อมกันนี้ นายกฯ ได้ชื่นชมในความทุ่มเทของผู้กล้าหาญทุกคน เรื่องไฟป่า วันนี้เราจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าการดับไฟหรือการควบคุมไฟเพียงอย่างเดียว โดย เป้าหมายสำคัญ คือการ “ป้องกันไม่ให้เกิด” ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นงานการเฝ้าระวังและการป้องกันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อควบคุมได้เร็ว ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะความเสียหายน้อยลง ทั้งต่อผืนป่า สุขภาพของประชาชน และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน

นายกฯ ย้ำถึงปัญหาการจุดไฟเผาว่า ต้องจัดการอย่างเข้มงวดและทำการสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจ  ว่าต้องไม่มีการจุดไฟเผาเพื่อหาของป่า ใครที่ทำผิดต้องรับผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม  โดยต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาเกิดซ้ำแบบเดิม  อย่างไรก็ตามแม้หลายพื้นที่ยังมีข้อจำกัดทั้งกำลังคนและอุปกรณ์  โดยนายกฯ ยินดีรับเรื่องนี้ไว้ พร้อมเร่งสนับสนุนให้มากขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย  รวมทั้งสำรวจพื้นที่ ดูจุดความร้อน เฝ้าระวัง และวางแผนเข้าควบคุมไฟป่า เพื่อให้ ทำงานรวดเร็ว แม่นยำ และตรงจุดมากขึ้น และลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานทุกคน

นายกฯ ย้ำถึงการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์อื่น ๆ  ต้องพร้อมใช้จริง และเพียงพอต่อการทำงานในพื้นที่ หากตรงไหนยังขาดหรือยังติดขัด ให้บอกโดยพร้อมสนับสนุนดำเนินการให้

นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าสิ่งที่ทุกคนทำไม่ได้สูญเปล่า ทุกก้าวที่เดินเข้าไปดับไฟ คือ การช่วยลดความสูญเสียของประเทศ ช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและปกป้องสุขภาพของประชาชนทุกคน ขณะเดียวกันความปลอดภัยของทุกคนก็เป็นเรื่องสำคัญ โดย นายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนที่มาในวันนี้จะดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้ความปลอดภัยและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีเกิดขึ้นกับภูมิภาค ภาคเหนือให้ได้มากที่สุด แม้ปีหน้าจุดความร้อนและฝุ่นจะไม่ลดลงเป็น 0 ทั้งหมด แต่คาดว่าจะลดลงมาได้เป็นลำดับๆ โดยเชื่อว่าด้วยความร่วมมือของทุกคนเราสามารถทำได้ พร้อมขอเป็นขวัญกำลังใจให้ทุกคน และอวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรงประสบความสำเร็จในสิ่งที่ความปรารถนาความดีของทุกคนจะคุ้มครองให้ทุกคนและครอบครัวมีความสุข และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน เราจะอยู่เคียงข้างกันไม่ทิ้งกัน

ด้าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM ได้เพิ่มเติมถึงข้อสั่งการนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แก้ไขสาธารณภัยภาคเหนือ 20 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า 

1) การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5
- บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ภาครัฐ ท้องถิ่น ท้องที่ ห้ามปล่อยปละละเลยการแก้ไขปัญหา หากสถานการณ์รุนแรง ให้ผู้ว่าฯ สั่งการเบ็ดเสร็จ (Single Command) 
- ใช้ดาวเทียมเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และระดมกำลังทรัพยากรสนับสนุนภาคพื้นดินและทางอากาศ
- เผาอ้อยต้องเป็นศูนย์ คุมโรงงาน-เกษตรกร ห้ามเผา งดรับซื้อผลผลิตจากการเผา 
- ดูแลสุขภาพประชาชน กลุ่มเปราะบาง จัดห้องปลอดฝุ่น หน้ากาก และรณรงค์ลดฝุ่น 
- สร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน ลดการเผาสร้างหมอกควัน

2) การเตรียมพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม – น้ำแล้ง
- บริหารจัดการน้ำเชิงรุก ปรับเกณฑ์ระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์เอลนีโญ 
- ให้จังหวัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน
- สร้างการรับรู้และเผยแพร่ข่าวสารการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว

3) การแก้ไขมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน
- ยกระดับความร่วมมือด้านการต่างประเทศตั้งคณะทำงานร่วมกับเมียนมา 
- ติดตั้งสถานีตรวจวัดอัตโนมัติ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและแจ้งเตือนภัยอย่างรวดเร็ว แม่นยำ
- ดูแลสุขภาพประชาชนและระบบนิเวศ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบสถานการณ์และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

 

ข่าวยอดนิยม