หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569

วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 05:37 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569


>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน บางกรวย-ไทรน้อยซอย 4 จนท.พร้อมรถดับเพลิง รุดเข้าระงับเหตุ ไม่ลุกลาม

07.20 น. งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบางกรวย ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ บ้านพักอาศัย ภายในซอยบางกรวย-ไทรน้อย 4 พื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นเพิงไม้ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณห้องครัว ที่อยู่ห่างจากตัวบ้าน เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบางกรวย พร้อมด้วยหน่วยดับเพลิงจาก กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) พร้อมรถดับเพลิงร่วมดำเนินการใช้หัวฉีดน้ำเข้าระงับเหตุ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลา 07.50 น.

ขณะเกิดเหตุ ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่สาเหตุและมูลค่าความเสียหาย อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย


>> ปิดยอด 7 วันคุมเข้มสงกรานต์ 69 "เมาแล้วขับ" ทะลุ 5,806 คดี เปรียบเทียบปี 2568 ลดลง

10.07 น. ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้นในเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ว่า วันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของมาตรการดังกล่าว ยังคงมีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
โดยเฉพาะในวันที่ 16 เมษายน 2569 มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติรวมทั้งสิ้น 948 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 861 คดี คิดเป็นร้อยละ 90.82 คดีขับรถขณะเสพยาเสพติด 85 คดี คิดเป็นร้อยละ 8.96 คดีขับรถประมาท 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.11 และคดีขับซิ่ง 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.11

สำหรับยอดคดีสะสมตลอด 7 วัน ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 6,180 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 5,806 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.95 คดีขับรถขณะเสพยาเสพติด 366 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.92 คดีขับรถประมาท 5 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.08 และคดีขับซิ่ง 3 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.05

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ซึ่งมีคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 6,100 คดี พบว่าในปี 2569 มีจำนวน 5,806 คดี ลดลงจากปีก่อน จำนวน 294 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.82

จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ 757 คดี จังหวัดสมุทรปราการ 495 คดี และกรุงเทพมหานคร 351 คดี


>> สรุป 7 วันสงกรานต์ เสียชีวิต 242 คน ตายเป็นศูนย์ 10 จังหวัด

10.15 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 และเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เปิดเผยว่า

ศปถ. ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่เจ็ดของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 123 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 123 คน ผู้เสียชีวิต 17 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 40.65 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 25.20 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 64.55 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 87.80 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 44.72ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 27.64 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 09.01 –12.00 น. และ 15.01 -18.00 น. ร้อยละ 16.26 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20 -29 ปี ร้อยละ 22.14 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (8ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ปัตตานี (11 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (3 ราย)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วัน (10 –16 เม.ย. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,200 คน ผู้เสียชีวิต รวม 242 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (50 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่กรุงเทพมหานคร (21 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 10 จังหวัดได้แก่จังหวัดนครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรีหนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน

ซึ่งจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายของตัวชี้วัดของแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทลกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ. 2569 ที่กำหนดไว้ คือ “ลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง” โดยผลการดำเนินงานภาพรวม พบว่า จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 35.59 จำนวนผู้บาดเจ็บลดลง ร้อยละ 37.53 จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง ร้อยละ 9.70


>> นายกฯ ย้ำรัฐหนุนเต็มกำลัง ดันใต้สู่ความสงบ ชู 3 จริง “เข้าใจจริง เข้าถึงจริง พัฒนาให้เห็นผลจริง”

10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อ.เมืองยะลา จ.ยะลา น้อมนำแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยึด 3 หลัก “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้โดยเร็ว

นายกฯ ระบุว่า การพัฒนาที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากความเข้าใจ แล้วจึงเข้าถึง เพื่อสร้างความไว้วางใจ จนนำไปสู่ความร่วมมือจากประชาชน พร้อมเน้นย้ำว่าความเข้าใจต้องมีการอัพเดทอย่างต่อเนื่องให้ทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยภารกิจสำคัญที่ ศอ.บต. ต้องเร่งทำอย่างจริงจัง คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในมิติต่าง ๆ และต้องทำงานให้ทันโลก ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้านอย่างเต็มกำลังและเปิดรับฟังเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


>> บุกทลายโรงงานปลอม “ผงชูรส–รสดี” ผสมสารอันตราย ผลิตขายกว่า 2 ปี ยึดของกลางเกือบ 2.5 หมื่นชิ้น

12.43 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดปฏิบัติการบุก 4 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปทุมธานี จับกุมเครือข่ายผลิตผงชูรสและผงปรุงรสปลอมรายใหญ่ พร้อมของกลาง 24,918 ชิ้น หลังพบลักลอบใช้เครื่องจักรไม่ได้มาตรฐานและวัตถุดิบเสี่ยงปนเปื้อนสารอันตราย โดยผู้ต้องหารับสารภาพผลิตสินค้าปลอมตามออเดอร์วันละกว่า 1,500 ซอง กระจายขายในพื้นที่ฝั่งธนฯ และจังหวัดใกล้เคียงนานกว่า 2 ปี

การตรวจสอบเบื้องต้นพบความเสี่ยงจากการผสมสารต้องห้าม เช่น บอแรกซ์ และโซเดียมเมตาฟอสเฟต ซึ่งอาจก่ออันตรายต่อไตและระบบทางเดินอาหารอย่างรุนแรง สะท้อนช่องโหว่การควบคุมสินค้าบริโภคในตลาดล่าง ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนให้สังเกตลักษณะสินค้าและบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด พร้อมเร่งดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งด้านอาหารและเครื่องหมายการค้า


>> หนุ่มตกงานฉกของร้านสะดวกซื้อ หนีไม่รอด พลาดปีนรั้วถูกเหล็กเสียบขา จับได้คาที่

13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ภายในร้านสะดวกซื้อ ซอยด่านสำโรง 50 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ คนร้ายวิ่งหลบหนี โดยมีพนักงานและพลเมืองดีไล่ติดตาม

ผู้ก่อเหตุคือชายอายุ 36 ปี อดีตช่างก่อสร้าง ตกงานช่วงสงกรานต์ ก่อเหตุขโมยสายชาร์จ ลำโพง และพาวเวอร์แบงก์ แต่ถูกสัญญาณกันขโมยดัง จึงวิ่งหนีออกจากร้าน 
ระหว่างหลบหนี คนร้ายพยายามปีนรั้วท้ายซอย 41 แต่พลาดถูกเหล็กแหลมเสียบที่ขา ได้รับบาดเจ็บสาหัส หนีไปไหนไม่ได้ พลเมืองดีจึงช่วยกันควบคุมตัวไว้

เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยมีตำรวจควบคุมตัวอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นผู้ก่อเหตุรับสารภาพ นำของไปหวังขายหาเงินใช้จ่าย หลังตกงานช่วงเทศกาล ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ทลายเครือข่าย “ส่งออกทิพย์”แจ้งส่งออกเท็จ แต่เวียนขายสาย 4x100 ในประเทศ

14.00 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคบ., สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแถลงข่าว ปฏิบัติการทลายแหล่งกักตุนยาเขียวเหลือง (ยาทรามาดอล) ที่มีการรายงานเท็จ ว่าส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ที่จริงแล้วลักลอบเก็บยาไว้ภายในประเทศ เพื่อเตรียมขายให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้ผสมดื่มสร้างความมึนเมา โดยเจ้าหน้าที่มีการตรวจค้น 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.ปราจีนบุรี ยึดยาทรามาดอล ยาอันตรายอื่นๆ จำนวนกว่า 24,135,800 แคปซูล มูลค่ากว่า 80,000,000 บาท

ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. ตรวจสอบข้อมูลการกระจายยาที่ผิดปกติ จึงได้ดำเนินการสืบสวนหาแหล่งกระจายยาทรามาดอลที่ผิดกฎหมาย จนพบว่า มีเครือข่ายของผู้รับอนุญาตด้านยา ร่วมกันรายงานการขายหรือจำหน่ายยาอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบ FDA Reporter ของ อย. โดยแจ้งระบุว่ามีการขายยาส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่ได้มีการส่งยาออกไปยังต่างประเทศจริง แต่กลับลักลอบขายยาไปยังสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และร้านขายยากลุ่มเสี่ยง

โดยในวันที่ 18 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปราจีนบุรี ได้เข้าตรวจสอบสถานที่ที่มีการลักลอบกระจายยาเขียวเหลือง (ทรามาดอล) จำนวนหลายรุ่นการผลิต 3 จุด ได้แก่ โกดังแห่งหนึ่งพื้นที่ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร /อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง พื้นที่ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร /ร้านขายยาแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 
โดยการแจ้งเท็จการส่งออกยาไปยังต่างประเทศเป็นจำนวนมหาศาลที่ตรวจพบในครั้งนี้ เป็นการบิดเบือนกลไกลอุปสงค์-อุปทานในตลาดซื้อขายยา ซึ่งอาจทำให้คนไข้ที่มีความต้องการยาเพื่อไปทำการรักษาที่แท้จริง อาจต้องซื้อยาในราคาที่แพงขึ้น เป็นการซ้ำเติมประชาชนในช่วงเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด กรณีความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 และควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งดำเนินคดีต่อไป


>> นายกฯ ติดตามสถานการณ์ชายแดนใต้ ย้ำบูรณาการ “ความมั่นคง–พัฒนา” ควบคู่ใช้กฎหมายเข้ม สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

14.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จ.ปัตตานี โดยเน้นย้ำหลักการทำงาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นแกนสำคัญในการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งด้านการพัฒนาและความมั่นคง เพื่อผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่วงเดือนรอมฎอนปีนี้มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน แม้ยังคงมีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในบางพื้นที่ แต่มีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน

ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการทำงานมวลชน การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ การปฏิบัติการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการลักลอบขนอาวุธ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการจัดทำรั้วกั้นตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดน เพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

นายกฯ เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ พร้อมย้ำว่า ‘การเมืองกับการทหารต้องเดินไปด้วยกัน’ เพื่อร่วมกันสร้างสันติสุข ให้ความสำคัญกับงานด้านการข่าว และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยยึดหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม มุ่งผลลัพธ์ และดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง”


>> ขนส่งฯ เปิดลงทะเบียนเยียวยาน้ำมัน 2,060 ล้าน ผู้ประกอบการแห่ยื่นสิทธิวันแรกทะลุ 4.6 หมื่นคัน

15.41 น. กรมการขนส่งทางบก ขานรับมติคณะรัฐมนตรี เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง วงเงินกว่า 2,060 ล้านบาท รับมือผลกระทบราคาพลังงานจากวิกฤตตะวันออกกลาง โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ตั้งแต่วันที่ 16–19 เมษายน ก่อนเริ่มนับสิทธิช่วงให้บริการจริง 20 เม.ย.–31 พ.ค. 2569 รวม 42 วัน ครอบคลุมทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก แท็กซี่ และวินจักรยานยนต์ พร้อมกำหนดเงื่อนไขตรวจสอบระยะทางผ่านระบบ GPS และแอปพลิเคชันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริต

ภาพรวมวันแรกพบผู้ประกอบการตอบรับคึกคัก โดยมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 8,653 ราย รวมรถมากกว่า 46,244 คัน สะท้อนแรงกดดันต้นทุนเชื้อเพลิงที่กระทบรายได้โดยตรง ขณะที่เสียงจากผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ยอมรับว่ามาตรการช่วยบรรเทาภาระได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ครอบคลุมต้นทุนจริงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวถูกมองว่าเป็นกลไกเร่งด่วนในการประคองภาคขนส่ง ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจและค่าครองชีพในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันผันผวน


>> ตำรวจน้ำ บุกจับเรือขนน้ำมันดีเซลเถื่อน 3,800 ลิตร เจ้าของเรือรับซื้อมากักตุน

15.56 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจน้ำคลองใหญ่ ติดตามจับกุมเรือประมงได้ 1 ลำ หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการขนน้ำมันมากักตุนกันที่บ้านหาดเล็ก จึงนำเรือออกตรวจการ พบเรือประมงตามลักษณะแหล่งข่าวแจ้งจึงเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้นำเรือมาจอดที่บริเวณท่าเทียบเรือ แล้วแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมสายตรวจสรรพาสามิตพื้นที่ตราด เข้าทำการตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนายสุ(นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของเรือ ยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หลังตรวจสอบพบน้ำมัน ที่มิชอบด้วยฎหมาย บรรจุในถังขนาด 200 ลิตร จำนวน 199 ถัง รวมน้ำมันทั้งสิ้น 3,800 ลิตร อยู่ภายในเรือๆ ลำดังกล่าว สอบถามผู้ต้องหาให้การว่า ได้ซื้อน้ำมันมาในราคาลิตรละ 28-30 บาท เป็นน้ำมันดีเซล และไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าน้ำมันดังกล่าวได้มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมตัว ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยผู้ถูกจับยินยอมให้ทำการเปรียบเทียบบปรับ พร้อมชำระภาษี จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการควบคุมของกลางไว้ และพนักงานเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ถูกจับไปยัง สภ.คลองใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> คปภ. เผยสถิติ 7 วันอันตราย สะท้อนความเสี่ยงทางถนน ชี้บทบาทประกันภัยต้องเข้าไปรองรับและดูแลผู้ประสบภัยให้ได้รับความคุ้มครองอย่างทันท่วงที

16.13 น. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ตามรายงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย พบว่าในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (7 วันอันตราย) ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรวม 1,242 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บรวม 1,200 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 242 ราย

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แม้ทุกภาคส่วนจะดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงมาจากพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ ได้แก่ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การดื่มแล้วขับ และการตัดหน้ากระชั้นชิด ขณะที่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด รองลงมาคือรถกระบะและรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับวินัยจราจรและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น


>> อุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 7 พายุฤดูร้อน กระทบถึงวันที่ 20 เมษายนนี้ ในพื้นที่ หลายจังหวัด

17.00 น. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7(26/2569) พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 20 เมษายน 2569)

ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือ มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทยตอนบน มีกําลังแรงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด 
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สําหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

>> การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รายงานสถานการณ์พายุฤดูร้อนในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

17.37 น. ได้เกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหาย โดยจากการตรวจสอบพบว่า ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 กิโลโวลต์ จำนวน 2 วงจร มีเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มจำนวน 7 ต้น ทั้งนี้ ไม่มีผู้ใช้ไฟฟ้าในระดับแรงดันดังกล่าวได้รับผลกระทบ ขณะที่ระบบจำหน่ายไฟฟ้า 22 กิโลโวลต์ จำนวน 2 วงจร มีเสาไฟฟ้าล้มจำนวน 17 ต้น ส่งผลให้มีผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับผลกระทบประมาณ 2,000 ราย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยทันทีภายหลังเกิดเหตุ และสามารถทยอยจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ก่อนจะจ่ายไฟฟ้าคืนให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าได้ครบ 100% ภายในเวลา 20.00 น. ของวันเดียวกัน

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป PEA จะเร่งเคลียร์เสาไฟฟ้าแรงสูง (Tower) และเศษวัสดุที่กีดขวางผิวจราจร เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเวลา 24.00 น. และจะดำเนินการรื้อถอนพร้อมก่อสร้างระบบไฟฟ้าใหม่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 19 เมษายน 2569


>> แผ่นดินไหว ในพื้นที่เขตอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

17.47 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.5 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> นายกฯ มอบ มทภ.4 เลขาฯ ศอ.บต. ตรวจด่าน ‘บูเก๊ะตา’ จ่อสร้างรั้วมั่นคง 185 กม. สกัดลักลอบเข้าเมือง-ยาเสพติด-หนีภาษี”

18.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พลโทนรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านชายแดนบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ภายหลังการประชุมมอบนโยบายด้านความมั่นคงและการพัฒนาในพื้นที่ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อรับฟังแผนปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย โดยเฉพาะแนวคิดการก่อสร้าง “รั้วความมั่นคง” เพื่อยกระดับการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นระบบ

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการ ศอ.บต ได้รับฟัง แผนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับการจัดกำลังพล และวางกำลังเฝ้าตรวจชายแดน และแนวทางการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะเหตุผลความจำเป็นในการก่อสร้างรั้วความมั่นคงตลอดแนวชายแดน 
ทั้งนี้ พื้นที่ด่านบูเก๊ะตา มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวชายแดนธรรมชาติที่คั่นด้วยแม่น้ำโก-ลก และแนวชายแดนทางบก รวมระยะทางกว่า 185 กิโลเมตร ซึ่งเอื้อต่อการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากบางจุดสามารถเดินข้ามลำน้ำได้โดยง่ายปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในหลายมิติ ทั้งการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้เสนอแผนการสร้างรั้วความมั่นคงตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามและปิดช่องโหว่เชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันจะดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ปกป้องอธิปไตยของประเทศ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างสูงสุดต่อไป


>> การรถไฟฯ เร่งแก้ไขเหตุพายุฤดูร้อนพัดหลังคาชานชาลาสถานีนครราชสีมาเสียหาย ยืนยันไม่มีผู้บาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

19.00 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานว่า ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ส่งผลให้หลังคาคลุมชานชาลารางที่ 2–3 ภายในย่านสถานีนครราชสีมา ได้รับความเสียหาย ความยาวประมาณ 70 เมตร

จากการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการในพื้นที่ทันที เพื่อควบคุมสถานการณ์และเร่งแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายบำรุงทางอยู่ระหว่างการตรวจสอบสภาพทางและโครงสร้างโดยรอบอย่างละเอียด เพื่อประเมินผล กระทบและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม ทั้งนี้เหตุดังกล่าวไม่กระทบต่อการเดินขบวนรถ 
การรถไฟฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสารและบุคลากร พร้อมเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถกลับมาให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อไป


>> ไฟไหม้ตึกร้างย่านอาเขต เมืองเชียงใหม่ หลังเพลิงสงบพบร่างผู้เสียชีวิต

22.00 น. รับแจ้งจาก สมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ เกิดเหตุเพลิงไหม้ตึกร้างในพื้นที่ย่านอาเขต ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นอาคารปูน 3 ชั้น เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบเบื้องต้นพบร่างของผู้เสียชีวิตภายในอาคาร 1 ราย โดยยังไม่สามารถระบุเพศและอัตลักษณ์ได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้และรายละเอียดต่อไป


>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบชนิด มีผู้เสียชีวิตกลางถนนราชพฤกษ์

23.15 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ถนนราชพฤกษ์ ใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้า โพธิ์นิมิตร พื้นที่ เขตธนบุรี กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำสภาพกันชนหน้ารถเสียหาย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 21 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่เรือ  

 

ข่าวยอดนิยม