วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 05:13 น.
เจ้าของร้านตัดผมทำร้ายหนุ่มดับคาร้าน อ้างผู้ตายชักมีดก่อน ขณะที่เพื่อนผู้ตายนับร้อยบุกปิดล้อมที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 17 เม.ย.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกายภายในร้านตัดผม มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดถนน สุขาประชาสรรค์ 3 ปากซอย 18 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิตวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นร้านทำผมหญิงและชาย ด้านหลังร้าน พบร่างของนายนายฐิติ อายุ 26 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ที่มือขวากำมีดปลายแหลมอยู่ ขณะเดียวกันยังมีผู้บาดเจ็บ คือนายจี (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี เป็นเจ้าของร้านตามร่างกายที่บริเวณศอก หน้าอก และหน้าท้อง มีร่องรอยบาดแผลเจ้าตัวให้การว่าเป็นร่องรอยมีดของผู้เสียชีวิต ที่ใช้ทำร้ายตน โดยผู้ก่อเหตุเข้ามาขอยืมเงินจำนวน 2 หมื่น ตนจึงบอกไปว่าไม่มี เขาบอกว่าเขาเครียดและได้ข่าวว่าเขาติดยาเสพติด จากนั้นตนก็เห็นเขายกมีดขึ้นมาตนเห็นว่ามีมีด ตนจึงวิ่งหนีไปที่ด้านหลังร้าน เขาตามไปจึงได้ต่อสู้กัน ขณะต่อสู้กันจนได้ใช้สากกะเบือตีเข้าไปที่ศีรษะของผู้ตาย
ภายหลังเกิดเหตุญาติและเพื่อนๆผู้เสียชีวิต นับร้อยคนได้มาล้อมที่เกิดเหตุไว้ ต่างไม่เชื่อว่าผู้เสียชีวิตจะถือมีด และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถูกลวงมาฆ่า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสริมกำลังหลายสิบนายมาล้อมบริเวณที่เกิดเหตุไว้และป้องกันเพื่อนๆผู้เสียชีวิตเข้าไปภายในร้าน ต่อมาแพทย์และทีมตรวจที่เกิดเหตุจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุและสภาพศพพบว่าถูกมีดฟันที่ศีรษะหลายแผล
ต่อมาเวลา 20.00 น.พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้เดินทางมาเจรจากับเพื่อนผู้ก่อเหตุที่ยังคงปิดล้อมที่เกิดเหตุไว้ พร้อมบอกกับกลุ่มเพื่อนและญาติของผู้ตายให้กระบวนการยุติธรรมเป็นคนทำงาน ตนการันตีรับปากกับพวกเราทุกคนเลย เรื่องนี้จะทำให้จบทำให้ดีที่สุด ตามพยานหลักฐาน ซึ่งไม่ต้องกลัวฝ่ายผู้ก่อเหตุจะทำลายพยานหลักฐานไม่ได้ เพราะตัว DNA มันจะติดอยู่ ถึงแม้เขาจะล็อคประตูไม่ยอมให้คนนอกเข้าไป เอาว่าขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ขออย่าให้ใช้อารมณ์ ตนเข้าใจทุกคน ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย ตนจะพยายามทำให้ดีที่สุด ส่วนทางฝั่งผู้เสียชีวิตมีหลักฐานอะไรก็เอามาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสอบปากคำตั้งแต่เหตุเบื้องต้นทุกอย่าง
ต่อมาเวลา 21.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รถควบคุมผู้ต้องหาถอยหลังเข้าไปจอดเทียบกับประตูหน้าร้านนำตัวผู้ก่อเหตุไปที่ สภ.ปากเกร็ด ท่ามกลางเพื่อนและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตต่างไม่พอใจกรูเข้าหารถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การของผู้ก่อเหตุที่อ้างว่าผู้เสียชีวิตชักมีดออกมาก่อน จึงใช้สากกะเบือตีหัวจนเสียชีวิต ต้องรอสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งยังมีพยานที่อยู่ในร้านขณะเกิดเหตุอีกด้วย ทั้งนี้เหตุการณ์ชุลมุนดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิฯ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และรถยนต์ของอาสาได้รับความเสียหายกระจกแตก






เครดิต พิรฎา