24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 เมษายน 2569
>> ยึดยาบ้า 3.9 ล้านเม็ด - ฝิ่นดิบกว่า 4 กก. ซุกกระท่อม
06.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง พร้อมกำลังทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ในพื้นที่ ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เมื่อมาถึงบริเวณกระท่อมท้ายหมู่บ้านพบชาย 1 คน และ หญิง 1 คน อยู่ภายในกระท่อม ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่ทั้ง 2 เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทหาร จึงพากันใช้ความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้
ตรวจค้นบริเวณดังกล่าว พบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง 20 กระสอบ ซุกซ่อนภายในเต็นท์นอนสีลายพราง ภายในบรรจุยาบ้า 3,993,400 เม็ด และ ฝิ่นดิบ 3 ก้อน รวมน้ำหนัก ประมาณ 4.8 กิโลกรัม อาศัยช่วงเจ้าหน้าที่แบ่งกำลังบางส่วนไปอำนวยความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์เร่งลำเลียงส่ง จึงนำของกลางทั้งหมดส่ง สภ.เวียงแหง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> สกัดจับกลางทะเล เรือกัมพูชา 4 ลำ ลักลอบขนสินค้าจากไทยเตรียมเข้าเขมร ของกลางหลายแสนบาท ผู้ต้องหา 6 ราย โดดน้ำหนีแต่ไม่รอด
12.30 น. เปิดปฏิบัติการกลางดึก นำกำลังสกัดจับขบวนการลักลอบขนสินค้าข้ามแดนทางทะเล บริเวณน่านน้ำไทยพื้นที่ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด สามารถจับกุมเรือกัมพูชาได้ถึง 4 ลำ พร้อมผู้ต้องหา 6 ราย หลังพยายามกระโดดน้ำหลบหนีแต่ไม่สำเร็จ
นาวาเอก วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รอง ผอ. ศูยน์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทาง ทะเลศูยน์ควบคุมท่าเรือ จังหวัดตราด (ศรชล.จ.ตราด) เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าสกัดจับเรือต้องสงสัยในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ห่างจากชายฝั่งราว 2 ไมล์ทะเล เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กลุ่มผู้ลักลอบได้พยายามเร่งเครื่องหลบหนี และบางส่วนกระโดดลงทะเลหวังเอาตัวรอด แต่สุดท้ายถูกไล่ติดตามจับกุมได้ทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวมายังสะพานเอนกประสงค์อำเภอคลองใหญ่เพื่อสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน เป็นชาวกัมพูชา 5 คน และคนไทย 1 คน โดยคนไทยมีครอบครัวอยู่ฝั่งกัมพูชา และร่วมขบวนการลักลอบขนสินค้าในครั้งนี้ สำหรับของกลาง พบเป็นสินค้าจำนวนมากกว่า 500 กล่อง ประกอบด้วยเครื่องในไก่ ผลไม้หลายชนิด เช่น มะไฟ ลิ้นจี่ มะขามหวาน รวมถึงปูดำ คาดว่ามูลค่ารวมหลายแสนบาท
>> ไฟไหม้โรงงานน้ำตาลกลุ่มควันดำปกคลุมท้องฟ้า จนท.ระดมรถน้ำกว่า 20 คัน เร่งสกัดเพลิง
10.30 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงภายในโนงงานน้ำตาลแห่งหนึ่ง หมู่ 18 ต.หนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา รถดับเพลิงจากเทศบาลและอบต.ต่างๆกว่า 20 คัน ได้ระดมดับเพลิงแต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าเพลิงไหม้เกิดบริเวณสายพานลำเลียงกากอ้อยขณะเครื่องจักรกำลังทำงานประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้และลุกลามอย่างรวดเร็ว ทางคนงานพยายามจะดับเพลิงแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้จึงโทรแจ้งดับเพลิง
โดยผลจากเพลิงไหม้ทำให้ควันไฟปลิวปกคลุมไปทั่วตำบลหนองระเวียงส่งผลกระทบต่อระบบการหายใจของประชาชนทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและฝ่ายปกครองได้เร่งอพยพเด็กและผู้สูงอายุออกจากหมู่บ้านใกล้เคียงไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน และทางอำเภอพิมายได้จัดตั้งหน่วยปฐมพยาบาลให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว
>> พบเศียรพระพุทธรูป อายุกว่า 100 ปีถูกตัดทิ้งใต้ต้นไม้
13.30 น. พบเศียรพระพุทธรูปโบราณ อายุกว่า 100 ปี ถูกคนร้ายลักลอบตัดออกจากองค์พระ ก่อนนำมาทิ้งไว้ใต้ต้นไม้บริเวณริมถนนนเรศวร ด้านหลังวัดมหาธาตุ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยพบร่องรอยการตัดใหม่อย่างชัดเจน คาดคนร้ายอาจเจออาถรรพ์สิ่งลี้ลับจนไม่กล้านำกลับไป
ชาวบ้าน เปิดเผยว่า เพื่อนของตนได้มารดน้ำต้นไม้บริเวณดังกล่าว ก่อนพบเศียรพระถูกวางทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ สร้างความตกใจเป็นอย่างมาก จึงนำไปเก็บรักษาไว้ในเจดีย์ใกล้เคียง พร้อมแจ้งให้ตนมาช่วยเป็นพยาน เบื้องต้นเชื่อว่าเศียรพระดังกล่าวน่าจะถูกขโมยมาจากสถานที่ใดที่หนึ่ง แต่คนร้ายอาจเกิดความหวาดกลัว เนื่องจากเป็นโบราณวัตถุและพื้นที่ดังกล่าวมีความศักดิ์สิทธิ์ จึงนำมาทิ้งไว้ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบ
ด้านนายไพฑูรย์ ผึ้งทอง เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเศียรพระดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นงานแกะสลักจากหินทราย แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าถูกตัดมาจากโบราณสถานแห่งใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรจะนำเศียรพระดังกล่าวไปจัดเก็บรักษาไว้ พร้อมตรวจสอบและจัดทำประวัติอย่างละเอียด เพื่อเป็นหลักฐานทางโบราณคดี และใช้ในการสืบค้นหาที่มาที่แท้จริงต่อไป
>> ช้างป่าเขาชะเมาบาดเจ็บ ขาหลังบวมเดินลำบาก ใช้โดรนติดตามเร่งรักษา
14.00 น. นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยถึงสถานการณ์ความคืบหน้ากรณีพบช้างป่าได้รับบาดเจ็บในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง ซึ่งกำลังเป็นที่วิตกกังวลของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ล่าสุดได้รับรายงานจาก นายเอกชัย แสนดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โดยระดมกำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วชุดที่ 6 สนธิกำลังร่วมกับอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าชุดกรินคีรี ปูพรมค้นหาในท้องที่ตำบลห้วยทับมอญและตำบลเขาน้อยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเห็นช้างป่ามีอาการผิดปกติคล้ายได้รับบาดเจ็บ
ความคืบหน้าล่าสุด นายเอกชัย แสนดี ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บริเวณบ้านปากแพรก หมู่ที่ 5 ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง เพื่อประเมินสถานการณ์และตัดสินใจติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า จำนวน 2 จุดสำคัญ ในพิกัดทางผ่านเพื่อบันทึกภาพอัตลักษณ์และร่องรอยบาดแผลให้ชัดเจน
จนกระทั่งเวลา 01.00 น. ของวันที่ 12 เมษายน เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจยกระดับการค้นหาโดยการใช้โดรนบินสำรวจทางอากาศ จนกระทั่งตรวจพบช้างป่าเป้าหมาย ด้านหลังวัดปากแพรก จากการสังเกตพฤติกรรมผ่านกล้องโดรนและสายตาเจ้าหน้าที่ในระยะปลอดภัย พบช้างป่าตัวดังกล่าวมีอาการบาดเจ็บค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะขาหลังด้านซ้ายที่มีอาการบวมโต จึงเร่งประสานขอรับการสนับสนุนทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เข้าพื้นที่เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุดก่อนที่บาดแผลจะอักเสบรุนแรงไปมากกว่านี้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในชุมชนรอบข้างรับทราบ พร้อมกำชับให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร และขอความร่วมมือหากพบเห็นช้างห้ามขับไล่หรือเข้าใกล้โดยเด็ดขาด เนื่องจากช้างที่บาดเจ็บอาจมีอาการเครียดและตื่นตระหนก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
>> จับคนไทย 19 คน ข้ามพรมแดนไปเปิดบัญชีม้า ในปอยเปต เบื้องต้นทราบว่ามี ส.อบต.แห่งหนึ่งในพื้นที่ร่วมขบวนการ
15.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอรัญประเทศ และ ร้อย.ทพ. 1202 กรมทหารพรานที่ 12 ได้ร่วมกันจับกุม คนไทย จำนวน 19 คน เป็นชาย 15 คน และ หญิง 4 คน ในจำนวนนี้มีผู้พิการ 2 คน ที่บริเวณพรมแดน บ้านภูน้ำเกลี้ยง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากทั้งหมด ได้ลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามา จากเมืองปอยเปต
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเป็นคนต่างจังหวัด อาทิ ขอนแก่น ชัยภูมิ น่าน สุรินทร์ กรุงเทพฯ และมีอาชีพประจำอยู่แล้ว บางคนเป็นข้าราชการ และบางคนทำธุรกิจส่วนตัว มีรายได้ 5-6 หลัก ต่อเดือน แต่ถูกแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ในปอยเปตหลอกลวง ผ่านโฆษณาทางเฟซบุ๊ก รับสมัครงานที่อ้างว่า เป็นงานด้านสื่อออนไลน์ ให้มาศึกษาดูงานที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีข้อเสนอจูงใจว่าทุกอย่างฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย มีรถรับ-ส่ง จากภูมิลำเนามายังที่พักรีสอร์ต หรือเกสต์เฮ้าส์ ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ และมีอาหารบริการฟรี รวมถึงให้ค่าตอบแทนสูงถึง 25,000-50,000 บาทต่อเดือน
หลังจากตอบตกลง จะมีคนไทยขับรถไปรับถึงบ้าน และพาไปส่งที่ป่ายูคาลิปตัสหรือไร่อ้อยแห่งหนึ่ง ก่อนเดินข้ามคลองธรรมชาติเข้าไปยังปอยเปตและถูกพาไปยังอาคารสูง 4-6 ชั้น ที่มีรั้วรอบขอบชิด มี รปภ.24 ชั่วโมง และถูกยึดเอกสารประจำตัวทั้งหมดรวมทั้งโทรศัพท์ จากนั้นจะถูกนำตัวไปสแกนใบหน้า หลายครั้งเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ทางออนไลน์ เมื่อเสร็จเรียบร้อย จะมีหญิงชาวไทยพาตัวไปรวมกับคนไทย อื่น ๆ ที่บ้านหลังหนึ่งของชาวจีน เพื่อรอส่งตัวกลับไทย จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้ง 19 คน ส่งไปยัง สภ.คลองลึก เพื่อตรวจสอบประวัติ และ สอบสวนเชิงลึกต่อไป
>> ภูเก็ตประกาศเขตภัยพิบัติ ไฟไหม้บ่อขยะสะพานหิน เร่งคุมให้สงบ ชาวบ้านอยู่ไม่ได้แล้ว 82 ครัวเรือน
17.20 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟไหม้บ่อฝังกลบขยะสะพานหิน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตทั้ง 3 เขต พร้อมกันนี้ ได้ลงนามในประกาศกำหนดเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากเหตุเพลิงไหม้บ่อฝังกลบขยะบริเวณสะพานหิน เพื่อเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้
ทั้งด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ และผลกระทบจากกลิ่นควัน รวมถึงเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามระเบียบในการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมสถานการณ์เพลิงให้อยู่ในวงจำกัด ป้องกันการลุกลาม และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้งให้มีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
จากการเกิดเพลิงไหม้บ่อขยะของเทศบาลนครภูเก็ต เป็นวันที่ 2 ควบคุมได้ระดับหนึ่ง แต่ไฟยังปะทุขึ้นมาไม่หยุด จึงต้องเข้ามาสนับสนุน การเผชิญเหตุของเทศบาลนครภูเก็ต โดยทุกเทศบาลมาช่วยกันแบบเพื่อนช่วยเพื่อน เอารถน้ำวิ่งกันทั้งวัน แต่ไฟก็ยังไม่ดับ จึงได้ขอให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต สนับสนุนรถสูบน้ำระยะไกลเพื่อ ช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด โดยจะมีการประเมินกันทุกชั่วโมง
>> "รมว.วัฒนธรรม" เปิดงาน มหาสงกรานต์ถนนข้าวสาร ประจำปี 2569
17.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเทศกาลและประเพณีมหาสงกรานต์ถนนข้าวสาร ประจำปี 2569 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายปิยบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย และเป็นประเพณีทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงความเป็นสิริมงคล ความกตัญญู และการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวและสังคม ผ่านกิจกรรมสำคัญ อาทิ การทำบุญตักบาตร การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ บิดามารดา และผู้ที่เคารพรัก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอัตลักษณ์อันโดดเด่นของความเป็นไทย และยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ องค์การ UNESCO ได้ประกาศให้ “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2566 ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ
>> บางลา ป่าตอง คึกคัก! นักท่องเที่ยว เล่นน้ำสงกรานต์วันแรก ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ
18.30 น. บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เริ่มต้นอย่างคึกคักในช่วงบ่ายวันนี้ โดยเฉพาะบริเวณซอยบางลา ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ออกมาเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างหนาแน่นตั้งแต่วันแรก นักท่องเที่ยวต่างนำปืนฉีดน้ำออกมาเล่นสาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนานตลอดแนวถนน ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าเริ่มนำอุปกรณ์เล่นน้ำและน้ำดื่มออกมาจำหน่ายสร้างสีสันและความคึกคักให้กับพื้นที่
ด้านการดูแลความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมกำลังดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยกระจายกำลังครอบคลุมทั่วพื้นที่ป่าตอง ขณะเดียวกัน บริเวณชายหาดป่าตองก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากออกมาทำกิจกรรมพักผ่อน เล่นน้ำทะเล และร่วมสนุกกับการเล่นน้ำสงกรานต์ โดยบางส่วนได้นำปืนฉีดน้ำลงไปเล่นในทะเลตลอดแนวชายหาดยาวกว่า 3 กิโลเมตร
สำหรับช่วงเย็นวันนี้ เทศบาลเมืองป่าตองเตรียมจัดพิธีเปิดงาน “Songkran Festival Patong 2026” บริเวณลานบางลา ใกล้ป้อมตำรวจบางลา หาดป่าตอง โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ การแสดงดนตรีรำวงเวียนครก ดนตรีไทยลูกทุ่ง ดีเจ และกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเช่นทุกปี ส่วนในวันที่ 13 เม.ย. พื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต ได้กำหนดจัดกิจกรรมสงกรานต์ในหลายจุด อาทิ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.10 (สะพานหิน) เริ่มด้วยพิธีทำบุญตักบาตรในช่วงเช้า พร้อมกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธสิหิงส์และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ รวมถึงบริเวณหน้าห้างไลม์ไลท์ ถนนดีบุก และสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี (ลานมังกร) กับงาน “Songkran No Alcohol Festival Phuket 2026” ตั้งแต่เวลา 16.00–22.00 น.
13 เมษายน 2569
13 เมษายน 2569