วันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 17:41 น.
กระทรวงคมนาคม ขานรับ มติ ครม.อัดฉีด 2 พันล้าน ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ตรึงราคาค่าโดยสาร และค่าครองชีพไม่ให้สูงขึ้น พร้อมการันตีสงกรานต์มีรถรับส่งตลอดเทศกาล
วันนี้ (11 เม.ย.2569) นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม เคาะมาตรการช่วยเหลือ และเยียวยา กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง และรถโดยสายสาธารณะ ตามมติการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ในวงเงิน 2,060 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นมาตรการ 3 ด้าน คือ
1.พยุงค่าโดยสารสาธารณะในชีวิตประจำวัน จากการที่รัฐบาลได้เข้าไปช่วยเหลือให้กับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะในระบบกว่า 180,000 คัน ครอบคลุมทั้งรถตู้ รถมินิบัส รถสองแถว รถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่อง และสามารถให้บริการประชาชนได้ตามปกติ โดยที่ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าโดยสารที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาพลังงาน
2.พยุงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้พุ่งสูง โดยรัฐบาลได้อุดหนุนงบประมาณ 1,353 ล้านบาท ให้กับกลุ่มรถบรรทุกกว่า 280,000 คัน ซึ่งในห่วงโซ่ของระบบสินค้าอุปโภคบริโภคดังกล่าว ต้นทุนด้านค่าขนส่งถือเป็นหัวใจสำคัญของราคาสินค้า การที่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ จะช่วยบรรเทาผลกระทบในวงจรนี้ ไม่ให้ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกส่งภาระต้นทุนค่าขนส่งไปบวกเพิ่มในราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยรักษาระดับค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวม
3.การันตีมีรถกลับบ้านช่วงสงกรานต์ โดยที่ตั๋วโดยสาร บขส. ไม่แพงขึ้น จากการที่กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อดำเนินโครงการขอรับจัดสรรเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) อีกกว่า 200 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ จะเข้าไปส่งเสริมให้ประชาชน หันมาเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสาธารณะมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางทั้งก่อนและหลังในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 6-19 เม.ย.2569 เพื่อเป็นหลักประกันว่า ในช่วงเทศกาลนี้ผู้ประกอบการจะมีกำลังในการนำรถออกมาให้บริการอย่างเพียงพอ-ต่อเนื่อง ไม่เกิดปัญหารถขาดระยะ และประชาชนจะได้ซื้อตั๋วในราคาเดิม ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือ กรมการขนส่งทางบก จะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 16-19 เม.ย.2569 โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านระบบ PromptPay เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ในการเดินรถตลอดระยะเวลา 42 วัน (20 เม.ย.-31 พ.ค.2569
ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดเป็นการแสดงให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการดูแลรักษาสมดุลทั้งระบบเศรษฐกิจ สภาพคล่องของผู้ประกอบการ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ก้าวผ่านวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปด้วยกัน


