วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 15:20 น.
จับโค้ชลวงโลก หลอกลงทุนเหรียญคริปโต เสียหายกว่า 30 ล้านบาท
4 เม.ย. 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม น.ส.มอ (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 301/2569 และนายชอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 303/2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ” โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ว่าถูกหลอกลงทุนโครงการ M3 DAO มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่า น.ส.มอ เป็นตัวการหลักในการตั้งตนเป็นโค้ช ชักชวนผ่านโซเชียลมีเดียและจัดสัมมนาตามจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนร่วมลงทุนซื้อแผนการลงทุนในแพลตฟอร์มเหรียญคริปโต m3mars.io โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 3.5 - 5 เท่า และมีปันผลรายวัน 0.5 - 2% ต่อวัน รวมถึงมีรายได้เพิ่มหากชักชวนบุคคลอื่นมาร่วมลงทุนได้ เมื่อได้รับเงินโอนจากผู้เสียหาย ขบวนการนี้จะนำเงินไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและโอนไปยังผู้ร่วมขบวนการเพื่อปิดบังเส้นทางการเงิน ท้ายที่สุดแพลตฟอร์มดังกล่าวไม่สามารถถอนเงินต้นและกำไรออกจากระบบได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย (พบว่า 1 รายเป็นชาวต่างชาติและปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ก่อนนำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักเป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง, โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม, กระดานนำเสนอแผนการลงทุน M3 และคูปองส่วนลดสมัครสมาชิก M3 รวมจำนวน 5 รายการ
จากการตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้านบาท จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและภาคเสธ โดย น.ส.มอให้การภาคเสธว่าตนได้ลงทุนและเป็นผู้ชักชวนจริง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มดังกล่าว ส่วนนายชอให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุน เพียงแต่ถูกนำบัญชีเงินฝากไปใช้เท่านั้น