วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 10:28 น.
(31 มี.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจ้งต่อที่ประชุมใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. เรื่องสภาพอากาศและความร้อนจัด คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่มาร่วมงานเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดด (Heatstroke) ได้ จึงขอให้ทุกจุดจัดเตรียมน้ำดื่มและมีหน่วยป้องกันเหตุฉุกเฉินประจำอยู่ในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชน นอกจากนี้ ให้เฝ้าระวังเรื่องไฟไหม้ เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดทำให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุไฟไหม้บ่อยครั้ง
2. เรื่องสภาวะน้ำมันแพง ผลกระทบเชิงบวกคือ ประชาชนอาจเดินทางไปต่างจังหวัดน้อยลงและเลือกเที่ยวในกรุงเทพฯ แทน ส่งผลให้ความหนาแน่นของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้น ส่วนผลกระทบด้านการปฏิบัติงานคือ อาจกระทบต่อกิจกรรมความบันเทิงหรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้น้ำมัน เช่น เครื่องสูบน้ำ ขอให้เตรียมการในส่วนนี้ด้วย
3. เรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้จะคาดว่าไม่น่ามีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยมากนัก แต่มอบหมายให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องติดตามข้อมูลข่าวกรองอย่างใกล้ชิดและไม่ประมาท
4. การถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา ให้นำปัญหาจากปีที่แล้วมาเป็นบทเรียน โดยเฉพาะกรณีการจองพื้นที่เปิดขายของอย่างไม่เหมาะสม พร้อมเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ อย่างถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันมีสื่อที่นำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนค่อนข้างมาก
จากนั้น ที่ประชุมได้รายงานแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ซึ่งมีการจัดงานรวม 78 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยมีพื้นที่ไฮไลต์สำคัญ 17 จุด และในชุมชนหรือวัดอีกกว่า 60 แห่ง โดยกรุงเทพมหานครจะใช้ BMA Command Center ณ อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง เป็นศูนย์ติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมเพื่อยกระดับความปลอดภัย อาทิ
ด้านเทคโนโลยีและการเฝ้าระวัง: ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน อาทิ ห้างสรรพสินค้าหรือพื้นที่จัดงานใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงสัญญาณกล้อง CCTV เข้าสู่ BMA Command Center พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเสริมความปลอดภัย อาทิ ระบบ Face Recognition สำหรับเฝ้าระวังและคัดกรองบุคคลตามหมายจับ โดยบูรณาการข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวมถึงระบบวิเคราะห์ความหนาแน่นของฝูงชนแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการพื้นที่แออัดและเข้าระงับเหตุหรือช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
ด้านการคมนาคมและบริการสาธารณะ: กำชับให้กวดขันการให้บริการรถสามล้อหรือแท็กซี่ ไม่ให้มีการโก่งราคาหรือขูดรีดนักท่องเที่ยว พร้อมเน้นย้ำความปลอดภัยบริเวณท่าเรือสาธารณะและการอพยพทางน้ำ
ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน: ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่รถพยาบาล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นมาก เช่น ถนนสีลมและถนนข้าวสาร เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
ด้านความปลอดภัยพื้นที่และการจัดระเบียบจุดเสี่ยง: มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำร่วมกับสำนักงานเขต เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังหรือแอ่งน้ำบริเวณมุมถนน โดยเฉพาะจุดก่อนถึงแยกศาลาแดง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเดินลุยน้ำขัง พร้อมทั้งจัดระเบียบผู้ค้าและแผงลอยอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีการจองพื้นที่หรือแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง รวมถึงไม่ให้กีดขวางทางสัญจรหรือเส้นทางฉุกเฉิน และตรวจสอบไฟส่องสว่าง รวมถึงป้ายทางออกฉุกเฉิน ให้ชัดเจนและพร้อมใช้งานตลอดการจัดงาน
“ขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยนำบทเรียนความผิดพลาดจากปีที่ผ่านมามาปรับปรุง และขอความร่วมมือประชาชนให้เล่นสงกรานต์ตามมาตรการ 5 ป. ได้แก่ ปลอดปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ปลอดแอลกอฮอล์ ปลอดโป๊ ปลอดแป้ง และประหยัดน้ำ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย และรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำ



