วันที่ 26 มีนาคม. 2569 เวลา 16:55 น.
วันนี้ (26 มีนาคม 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 25 มีนาคม 2569) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง โฆษก ตร., ผู้แทน บช.ตชด., ผู้แทน สำนักงาน ป.ป.ส. และ ผู้แทน กอ.รมน. โดยบูรณาการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อ “ตัดต้นทาง–ตัดเส้นทาง–ตัดปลายทาง” พร้อมยึดทรัพย์เครือข่ายผู้กระทำผิดอย่างเป็นรูปธรรม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 25 มีนาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ส่งผลให้สามารถจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้จำนวน 145,541 คดี พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 693,452,982 เม็ด, ไอซ์ 22,802.39 กิโลกรัม, เฮโรอีน 596.92 กิโลกรัม, คีตามีน 3,819.07 กิโลกรัม, ยาอี 268,105 เม็ด, และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 5,851 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
มีผลการปฏิบัติระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 25 มีนาคม 2569 จับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้จำนวน 650 คดี พร้อมของกลางยาเสพติด ได้แก่ ยาบ้า 184,112,615 เม็ด, ไอซ์ 6,669.70 กิโลกรัม, คีตามีน 659.38, เฮโรอีน 313.21 กิโลกรัม, ยาอี 106,390 เม็ด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 1,707 ล้านบาท มีคดีรายสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ
- บก.สกส. รวบคาปั๊ม! สกัดจับแก๊งขนยาบ้าเกือบ 2 ล้านเม็ด ซุกถังแก๊สตบตา ขนจากเชียงรายจ่อส่งภาคกลาง :
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ บก.สกส., และเจ้าหน้าที่ทหาร ขกท.ศปก.ทบ. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 6 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,998,000 เม็ด การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก กก.1 บก.สกส. ได้รับข้อมูลจากสายลับว่ามีการใช้รถยนต์ 2 คันเป็นขบวนลำเลียง โดยคันหนึ่งทำหน้าที่นำทาง อีกคันใช้บรรทุกยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อนำส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑล ต่อมาตำรวจได้ทำการติดตามพฤติการณ์ของรถยนต์ 2 คัน กระทั่งสามารถสกัดจับได้บริเวณปั๊มน้ำมันใน อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ พบผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมรถยนต์ของกลาง 2 คัน โดยรถกระบะหมายเลขทะเบียน 2ฒษ 8** กรุงเทพมหานคร พบถังแก๊สบรรทุกอยู่ท้ายกระบะ จำนวน 11 ถัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าถังแก๊สมีลักษณะคล้ายกับมีรอยเชื่อมน่าเชื่อว่าอาจจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในถังแก๊สดังกล่าว จากการนำรถไปตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในถังแก๊สจำนวนมาก ก่อนทำการผ่าถังออกตรวจนับได้ประมาณ 1,988,000 เม็ด โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างลำเลียงจากชายแดนภาคเหนือเพื่อนำไปส่งให้เครือข่ายในพื้นที่ภาคกลาง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)
มีผลการปฏิบัติระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 25 มีนาคม 2569 สามารถจับกุมข้อหาร้ายแรง จำนวน 3,656 ราย ของกลาง ยาบ้า 74 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 4.2 ตัน เฮโรอีน 33.67 กิโลกรัม โคนเคน 12.67 กิโลกรัม เคตามีน 1 ตัน ยาอี 1,820 เม็ด ดำเนินคดี ข้อหา สมคบฯ จำนวน 191 คดี ยึดอายัดทรัพย์สิน มูลค่า 389 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด จำนวน 119 หมาย ดำเนินคดี ข้อหา ฟอกเงิน จำนวน 24 คดี ซึ่งมีคดีที่น่าสนใจของ สน.พระโขนง สามารถจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 คน นำเฮโรอีน 11 กิโลกรัม และคีตามีน 5 กิโลกรัม ขณะเตรียมส่งออกไปยังประเทศฮ่องกง โดยซุกซ่อนอยู่ในซองก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูป บรรจุรวม 4 ลัง
ตำรวจภูธรภาค 5 (ภ.5)
มีผลการปฏิบัติระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 25 มีนาคม 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติด จำนวน 14,373 คดี ยาบ้า 268 ล้านเม็ด, ไอซ์ 5,753 กิโลกรัม, เฮโรอีน 72 กิโลกรัม, คีตามีน 587 กิโลกรัม, ฝิ่น 187 กิโลกรัม, ตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน 241 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.)
จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวน 3 คดี ตรวจยึดของกลางยาบ้า 10 ล้านเม็ด และจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ บช.ปส. และหน่วยร่วมปฏิบัติเร่งรัดสืบสวนขยายผลเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะขบวนการลำเลียงจากแนวชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน และเครือข่ายส่งออกไปต่างประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมถึงการสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัด และหน่วยงานในกลไก ศอ.ปส.ตร. อย่างใกล้ชิด และย้ำว่าการแถลงผลครั้งนี้สะท้อนการเดินหน้า “กดดันทุกมิติ” ทั้งสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยรักษามาตรฐานการทำงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และยึดกฎหมายเป็นหลัก
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด


