วันที่ 22 มีนาคม. 2569 เวลา 15:50 น.
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญ ซึ่งมีหมายจับติดตัวถึง 4 หมาย จากศาลจังหวัดสระแก้ว, ศาลจังหวัดยะลา, ศาลจังหวัดกำแพงเพชร และศาลอาญา ในความผิดฐาน “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นฯ, ร่วมกันสนับสนุนฉ้อโกง, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดได้สืบสวนติดตามจนสามารถเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณริมถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 ผู้เสียหายรายหนึ่งถูกขบวนการมิจฉาชีพหลอกลวงไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา โดยอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนสูง แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกยึดสมุดบัญชีธนาคารและรหัสผ่าน จากนั้น นายเอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหา พร้อมกับพวก ได้ร่วมกันควบคุมตัวผู้เสียหายลักลอบข้ามแดนจากฝั่งกัมพูชากลับเข้ามายังประเทศไทย เพื่อบังคับให้ไปถอนเงินสดออกจากบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งในสาขาสระแก้ว พร้อมทั้งข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายหากไม่ให้ความร่วมมือ แต่ในระหว่างที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร ผู้เสียหายได้ใช้ไหวพริบอย่างกล้าหาญ ด้วยการแอบพิมพ์ข้อความขอความช่วยเหลือลงในโทรศัพท์มือถือ แล้วยื่นให้พนักงานธนาคารดู เมื่อพนักงานธนาคารเห็นข้อความและเข้าใจสถานการณ์ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว ให้เข้ามาตรวจสอบโดยทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายและจับกุมตัว นายเอ (นามสมมติ) พร้อมพวกไว้ได้ขณะกำลังคุมตัวผู้เสียหายอยู่บริเวณตลาดใกล้เคียงธนาคาร
จากการตรวจค้นในขณะนั้น พบหลักฐานสำคัญคือบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหายอยู่ในกระเป๋าของผู้ต้องหา ในชั้นการจับกุมครั้งแรกเมื่อปี 2567 ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างจากชายชาวกัมพูชาให้พาผู้เสียหายมาถอนเงินเท่านั้น ได้รับค่าจ้างเพียงคนละ 1,000 บาท ต่อมาเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการของศาล นายเอ (นามสมมติ) ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่กลับมีพฤติการณ์หลบหนีและไม่ไปรายงานตัวตามนัดหมาย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับอีกครั้ง จนกระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของกองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) ได้สืบทราบถึงแหล่งกบดานของผู้ต้องหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้วางแผนและเข้าทำการจับกุมตัวได้สำเร็จ ก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับเดิม และจะได้ประสานงานกับพนักงานสอบสวนในท้องที่อื่น ๆ ได้แก่ สภ.บาตูตาโมง (ยะลา), สภ.เมืองกำแพงเพชร และ สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินการอายัดตัวตามหมายจับที่เหลือต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา