หน้าแรก > ต่างประเทศ

กต. เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรงต่อเนื่อง ย้ำให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งออกนอกพื้นที่ ติดตามข้อมูลจากทางการอย่างใกล้ชิด เเนะหากไปต่างประเทศดาวน์โหลด แอปฯ Thai Consular

วันที่ 22 มีนาคม. 2569 เวลา 13:20 น.


นายปาณิดล​ ปัจฉิม​สวัสดิ์ รักษาการ​อธิบดี​กรม​สารนิเทศ​และ​รอง​โฆษก​กระทรวงการ​ต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรงต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 โดยการปะทะระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก รวมถึงกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายเป้าหมายโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงพลังงานโลกมากขึ้น ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด แม้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านยืนยันว่า เรือต่างชาติสามารถสัญจรผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซได้ หากมีการแจ้งและตกลงเงื่อนไขต่อกันล่วงหน้ากับอิหร่าน

ขณะที่ล่าสุด มีการเรียกร้องโดยประธานาธิบดีสหรัฐ ให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากนี้มีการออกแถลงการณ์ร่วม 22 ประเทศ อาทิ UAE บาห์เรน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสแคนาดา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ซึ่งร่วมผลักดันให้มีการเดินเรือ ในช่องแคบเฮอร์มุซ อย่างปลอดภัย

กรณีพลังงาน สหรัฐอเมริกา ได้ออกหนังสืออนุญาตระยะสั้นเพื่ออนุญาต ให้จำหน่ายน้ำมันอิหร่าน ซึ่งตกค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ํามัน จะทำให้น้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาการขาดเเคลนน้ำมัน เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังมีความผันแปรสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ําอีกครั้งให้ คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยง โดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคําแนะนํา จากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อ กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่

สำหรับการช่วยเหลือคนไทย จากกรณีแรงงานไทยในอิสราเอล เสียชีวิต 1 ราย จากสะเก็ดระเบิด สถานทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประกาศเตือนให้เพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติตามคําแนะนําด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ขณะที่ในอิหร่านและตุรกี อยู่ระหว่างการประสานอพยพ เเรงงานไทย  4 คน นักศึกษาไทย 7 คน รวม  11 คน เดินทางทางบกไปตุรกีและเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป 
นับตั้งแต่เกิดเหตุ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือ เพื่อออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางรวม 1,475 คน

โดยรัฐบาลไทย ยึดมั่นการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อันตรายให้ออกมาในพื้นที่ปลอดภัย โดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้  หากเดินทางไปต่างประเทศให้ระมัดระวังและตื่นตัว กระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำ 3 ประการ ดังนี้

1. ติดหมายเลขฮอตไลน์ของสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทย ในประเทศที่เดินทางไป เผื่อในกรณีฉุกเฉิน จะได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศได้อย่างทันท่วงที

2.ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด จากสื่อสังคมออนไลน์ของสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่รวมทั้ง ของหน่วยงาน ประเทศที่เดินทางไป และหากมีคำเตือน หรือคําแนะนําใดๆ ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

3.ขอให้ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน Thai Consular อีกหนึ่งช่องทางที่จะติดต่อหรือขอความช่วยเหลือ จากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ใน ประเทศที่เดินทางไปได้


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม