วันที่ 17 มีนาคม. 2569 เวลา 13:23 น.
"สราวุธ แก้วตาทิพย์" อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ขอโทษประชาชน หลังหน้าปั๊มโกลาหล ประชาชนแห่เติมน้ำมัน พร้อมชี้แจงเหตุผล ยืนยันประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอใช้ไม่น้อยกว่า 100 วัน
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชน พร้อมแถลงว่า ตนขอประธานโทษถึงความโกลาหลและอุปสรรคที่เกิดขึ้นหน้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมันประเทศไทยมีทั้งสิ้น 6 โรง มีกำลังการกลั่นในแต่ละวันอยู่ที่ 175 ล้านลิตร โดยนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งจะได้น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 32-33 ล้านลิตร น้ำมันดีเซล 75-80 ล้านลิตร นํ้ามันเครื่องบินเจ็ต 25 ล้านลิตร นํ้ามันเตา 13 ล้านลิตร และอีกส่วนหนึ่งเป็นแก๊สหุงต้มและแอลพีจี รวม 6-7 ล้านกิโลกรัม
นายสราวุธ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเราได้แก้ปัญหาคอขวดในการจัดส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการ เพราะในเวลาปกติโรงกลั่นจะขายให้ผู้ค้ารายใหญ่ที่เรียกว่าผู้ค้ามาตรา 7 หรือบางครั้งจะส่งให้พ่อค้าคนกลาง ที่เรียกว่าจ๊อบเบอร์เปอร์ โดยผู้ค้ามาตรา 7 จะส่งให้สถานีบริการนํ้ามันของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ และปั๊มอิสระ ขณะเดียวกัน ก็จะส่งให้จ๊อบเบอร์ด้วย แต่หลังเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ การส่งน้ำมันให้จ๊อบเบอร์อาจจะผิดพลาด เพราะบางจุดอาจจะไม่ได้รับนํ้ามัน และโดยปกติ จ๊อบเบอร์จะขนน้ำมันไปให้ภาคอุตสาหกรรม แต่เมื่อขนไปไม่ได้ หลายภาคส่วนก็มาเติมกันที่สถานีบริการ
นายสราวุธ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ประสานกับโรงกลั่นทุกโรง ให้กลั่นอย่างเต็มที่ คอยเฝ้าระวังไม่ให้มีการหยุดผลิต และให้ผู้ค้ามาตรา 7 จัดส่งน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ เพื่อช่วยกระจายเชื้อเพลิงไปยังจุดอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถานีบริการ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการประสานขอความอนุเคราะห์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย รวมถึง กทม.ในการขออนุญาตขยายเวลาจัดส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายไปยังสถานีบริการต่างๆ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้ ร่วมกันดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามจุดต่างๆ ส่วนปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศที่มีในสต๊อกและตามกฏหมายรวมแล้ว 42 วัน และมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งเพิ่มมาา 29 วัน โดยเป็นน้ำมันที่ได้เพิ่มเติมจากแองโกลาและสหรัฐอเมริกา อยู่ระหว่างการเดินทางเข้ามาในประเทศ ดังนั้นรวมทั้งทั้งสิ้นแล้ว มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการไม่น้อยกว่า 101 วัน
นายสราวุธ กล่าวว่า ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา มีการเดินหน้าตรวจสต๊อกน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซลและเบนซิน ใน 23 จังหวัด 53 คลัง ผลปรากฏชัดว่าเรามีปริมาณน้ำมันสำรองรวมทั้งสิ้น 42 วันที่อยู่ในประเทศ และอยู่ระหว่างเดินทางมาในประเทศ 59 วัน ขณะเดียวกัน ได้มีการตรวจการสำรองนํ้ามันที่สถานีบริการทั่วประเทศ ตรวจไปแล้ว 1,502 สถานี พบว่ามีสถานีที่ต้องปิดบริการเพราะน้ำมันหมด ประมาณ 150 แห่ง เปิดให้บริการแต่มีน้ำมันไม่ครบและอยู่ระหว่างรอน้ำมัน 1,039 แห่ง และมีสถานีที่เพียงพอต่อการจำหน่าย 306 แห่ง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสถานีที่ปิดให้บริการ พบว่าไม่ได้มีการกักตุน เป็นสภาพที่เกิดขึ้นจริง พร้อมยืนยันว่า เรายังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอในประเทศ และอยากจะขอความกรุณาให้ประชาชนใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไม่มีมีความจำเป็นต้องกักตุน และขอความร่วมมือในการช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และเมื่อถามถึงความคืบหน้าในการเจรจาซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย
นายสราวุธ กล่าวว่า ประเทศไทยเคยใช้น้ำมันจากรัสเซียช่วงก่อนปี 2565 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหารือกันว่า จะดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อที่จะไม่ให้โดนการแซงก์ชัน แต่ยังมีประเด็นอื่นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งเมื่อถามว่า ขณะนี้น้ำมันอยู่ในมือใคร ที่สามารถจะนำมาส่งที่ปั๊มได้ พร้อมทั้งกล่าวว่าเรากลั่นน้ำมันทุกวัน ได้วันละ 175 ล้านลิตร ทุกโรงกลั่นยังทำงานปกติ แต่ในช่วงที่ผ่านมา การใช้น้ำมันของสถานีบริการ ใช้กันถึง 90 ล้านลิตร บางวันก็ถึง 120 ล้านลิตร เกินจากปริมาณที่เราจะกันได้ ดังนั้น หากเรากลับมาสู่การใช้ปกติได้ ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ และยืนยันว่า เรามีปริมาณการกลั่นที่เพียงพอ