วันที่ 11 มีนาคม. 2569 เวลา 20:24 น.
รองนายกฯ พิพัฒน์ ยืนยัน ลูกเรือไทยจากเหตุเรือสินค้าระเบิดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซปลอดภัยแล้ว 20 ราย อีก 3 อยู่ระหว่างค้นหา ด้าน ศบก. ติดตามสถานการณ์พลังงาน ราคาสินค้า และการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง
11 มี.ค.69 เวลา 16.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ศบก. ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่าง ๆ

กระทรวงต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การสู้รบ ว่ายังคงไม่แน่นอน ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะยุติลงเมื่อใด ล่าสุด อิหร่านได้ตั้งผู้นำคนใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
พรุ่งนี้จะนำคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศจากอิหร่านเพิ่มเติม คาดว่าการอพยพจะแล้วเสร็จในระยะเวลาอันใกล้ ขณะเดียวกันสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่จะยังคงให้ข้อมูล คำแนะนำ และการดูแลคนไทยที่ยังคงพำนักอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ด้านพลังงาน กระทรวงพลังงาน เร่งประสานหาแหล่งพลังงานทางเลือกจากต่างประเทศ เพื่อรองรับผลกระทบด้านพลังงาน เช่น ภูมิภาคละตินอเมริกาและเอเชียกลาง เร่งรวบรวมข้อมูลและประสานความร่วมมือ เพื่อจัดหาแหล่งพลังงานสำรองแก่ประเทศไทยสถานการณ์ราคาพลังงานนั้น มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แม้ยังคงผันผวนตามสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยปัจจุบันไทยยังคงมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 96 วัน ขณะที่ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อยู่ระหว่างการจัดหาแหล่งทดแทนเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนพฤษภาคม
กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคและปุ๋ยยังมีปริมาณเพียงพอ และยังไม่พบการกักตุนสินค้า สำหรับสถานการณ์ราคาปุ๋ยโดยรวมยังคงทรงตัวและมีปริมาณเพียงพอ แม้บางจังหวัดจะมีการปรับราคาขึ้นในบางสูตรและบางยี่ห้อ โดยจะยังคงกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา
รองนายกฯ พิพัฒน์ กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงดูแลความปลอดภัยของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประเทศคู่ขัดแย้ง รวมทั้งดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด
กระทรวงท่องเที่ยว รายงานว่า ได้ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยได้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวแล้วประมาณ 4,525 ราย ทั้งในด้านการจัดหาที่พัก การอำนวยความสะดวกที่สนามบิน และการประสานแก้ไขปัญหาด้านวีซ่า ขณะที่สถานการณ์นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางลดลง ททท.ได้เร่งส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และอาเซียน ทดแทน
ทั้งนี้ กรณีเรือสินค้าสัญชาติไทยที่ถูกระเบิดระหว่างการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากเข้าไปขนถ่ายสินค้าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยระหว่างเดินเรือออกจากพื้นที่ ได้มีระเบิดตกใกล้ห้องเครื่อง ทำให้เกิดเพลิงไหม้และไม่สามารถควบคุมการเดินเรือได้ แม้ตัวเรือยังคงลอยลำอยู่ ลูกเรือจำนวน 20 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งที่ประเทศโอมานแล้ว ขณะที่ยังมีลูกเรืออีก 3 คนอยู่ระหว่างการค้นหา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ประสานกับทางการโอมานและหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเร่งดำเนินการค้นหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของแรงระเบิดได้อย่างชัดเจนว่าเกิดจากฝ่ายใด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยอยู่ระหว่างประสานงานกับทางการของประเทศในพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและติดตามผลการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อไป
