หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 สิงหาคม 2569

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 05:31 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 สิงหาคม 2569


>> จ.สุรินทร์ รถกระบะ เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนบ้านภูมิโปน สาววัย 30 ปีเจ็บสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยปั๊มหัวใจ ก่อนเร่งนำส่ง รพ.

06.19 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยสุรินทร์ เกิดอุบัติเหตุ รถกระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ริมถนนทางลัด บ้านโปน ไปบ้านศาลา ในพื้นที่ ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน สุรินทร์ ลักษณะเฉี่ยวชนกับ รถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน บิ๊กเอ็ม สีเขียว ป้ายทะเบียน สุรินทร์

ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 30 ปี พี่แผลฉีกขาดที่ศรีษะ หมดสติไม่รู้สึกตัว หน่วยกู้ชีพ ทำการช่วยเหลือปั๊มหัวใจ และส่งต่อรถ EMS ไปโรงพยาบาลสังขะ ดำเนินการต่อไป ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขะ


>> ไฟไหม้บ้านเช่าวอดทั้งหลัง เจ้าของอุ้มลูกชายหนีตาย สังเวยแมววิเชียรมาศในกองเพลิง จ.กำแพงเพชร

07.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเช่าชั้นเดียว ซอย 5 ถ.ราชดำเนิน 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เพลิงลุกโหมอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งฉีดน้ำสกัด ท่ามกลางกระแสไฟฟ้าช็อตเป็นระยะ จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้สำเร็จ

หญิง ผู้ประสบเหตุ เล่าทั้งน้ำตาว่า ตอนแรกคิดว่าข้างบ้านเผาขยะ แต่สักพักแสงเพลิงและควันหนาแน่นพุ่งเข้ามาในบ้าน จึงรีบปลุกลูกชายที่นอนหลับอยู่แล้วพากันวิ่งหนีตายออกมาอย่างชุลมุน ไม่สามารถช่วยน้องแมวที่เลี้ยงไว้ทั้ง 5 ตัว ออกมาได้ทัน

ทางด้าน เจ้าหน้าที่ช่วย แมวตัวเมีย 3 ตัว ที่อยู่ในกรงหลังบ้านออกมาได้ปลอดภัย ส่วน แมวพันธุ์วิเชียรมาศตัวผู้ 2 ตัว ติดอยู่ด้านใน พบสังเวยกองเพลิง 1 ตัว และยังสูญหายอีก 1 ตัว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุเกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร พร้อมหน่วยพิสูจน์หลักฐาน จะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


>> รถไฟชนคน เสียชีวิตกลางราง จ.สมุทรสาคร

10.20 น. รับแจ้งมีเหตุรถไฟสาย มหาชัย - วงเวียนใหญ่ ชนคนเดินเท้า เบื้องต้นพบเคสดำเป็นชาย 1 ราย เหตุเกิดพื้นที่ บ้านขอม ม.5 ทม.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ห่างจากสถานีรถไฟบ้านขอม ประมาณ 2 กม.

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย สัญชาติเมียนมา อายุประมาณ 20-25 ปี ไม่พบเอกสารประจำตัว และห่างจากร่างไปอีกประมาณ 500 เมตร พบขาท่อนล่างด้านขวา เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร นำรวบรวมเพื่อดำเนินการตามขึ้นตอนต่อไปพื้นที่รับผิดชอบ สภ.โคกขาม


>> ไฟไหม้อู่ซ่อมรถย่านรัชดา 36 ลุกลามห้องพักคอนโดฯ เร่งอพยพคนหนีวุ่น ตร.เร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง

10.27 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 11 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารโครงสร้างเหล็กชั้นเดียว หลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการอู่ซ่อมรถและแยกชิ้นส่วนอะไหล่ยนต์ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ภายในอู่ซ่อมรถ เพลิงลุกไหม้อู่ซ่อมรถเสียหายทั้งหมด

และลุกลามอาคารข้างเคียงเสียหาย จำนวน 2 อาคาร บริเวณชั้นที่ 2 เสียหายทั้งหมด จำนวน 1 ห้อง เสียหายบางส่วน จำนวน 11 ห้อง และ อาคาร ในซอยรัชดา 32 เสียหายบางส่วน จำนวน 25 ห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 350 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว

ด้านตำรวจ สน.พหลโยธิน ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อสรุปสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป


>> คนร้ายก่อเหตุยิงตำรวจ สภ.ตากใบ เสียชีวิต 2 นาย เจ็บอีก 4 นาย ขณะเข้าตรวจค้นเป้าหมายคดียาเสพติด

11.48 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรตากใบ เข้าปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายคดียาเสพติดในพื้นที่บ้านบึงฉลาม ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย คือ จ่าสิบตำรวจ อัมราน และ ดาบตำรวจ วิทยา และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย เร่งนำส่ง รพ.

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ทันที จากข้อมูลเบื้องต้นผู้ก่อเหตุยังคงหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ มีลักษณะสวมกางเกงวอร์ม ไม่สวมเสื้อ และมีอาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดติดตัว ขณะนี้หน่วยความมั่นคงได้บูรณาการกำลังดำเนินมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดน พร้อมจัดกำลังติดตามและไล่ล่าผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมสถานการณ์และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป


>> ลุงวัย 64 ร้องสายไหมต้องรอด ถูกคลินิกถอนฟันผิดซี่ กระทบใช้ฟันปลอม วอนรับผิดชอบ

13.40 น. ชายวัย 64 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจ "สายไหมต้องรอด" หลังอ้างว่าเข้ารับการรักษาที่คลินิกทันตกรรมย่านเทพารักษ์ แต่กลับถูกถอนฟันผิดซี่ในวันที่แพทย์เจ้าของเคสไม่อยู่ ส่งผลให้ฟันซี่สำคัญที่ใช้ยึดฟันปลอมหลุดหาย ทำให้เคี้ยวอาหารลำบากและใช้ชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบ โดยได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว หลังระบุว่าคลินิกยังไม่มีการชี้แจงหรือแสดงความรับผิดชอบ

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เรียกร้องให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการและตำรวจ สภ.สมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมประสานให้ทันตแพทย์ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงและรับผิดชอบเยียวยาผู้เสียหาย โดยเฉพาะการจัดทำฟันปลอมชุดใหม่ทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้น


>> กทม. ตั้งกองอำนวยการร่วมช่วยเหลือกรณีเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถ ซ.รัชดาฯ 36 บริเวณร้านซักรีดในพื้นที่

13.46 น. นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถ ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 11 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร นายอนุรัตน์ เครือชะเอม และนางกนิษฐา ช่างหล่อ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการระงับเหตุและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด

ศูนย์วิทยุพระราม 199 ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 10.27 น. ก่อนจัดส่งเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าวเข้าตรวจสอบ พบเพลิงลุกไหม้อาคารอู่ซ่อมรถซึ่งเป็นอาคารโครงสร้างเหล็กหลังคาเมทัลชีทเต็มพื้นที่ จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน บางซ่อน ลาดยาว พหลโยธิน บางกะปิ และบางโพ เข้าสนับสนุนการระงับเหตุ 
ระหว่างการปฏิบัติงาน เพลิงได้ลุกลามไปยังคอนโดมิเนียมข้างเคียงบริเวณชั้น 2 เจ้าหน้าที่จึงเร่งอพยพประชาชนออกจากอาคาร พร้อมควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามเพิ่มเติม โดยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เมื่อเวลา 11.04 น. และเพลิงสงบเมื่อเวลา 11.20 น.

ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือประชาชน สำนักงานเขตจตุจักรได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วม ณ บริเวณร้านซักรีดในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับผลกระทบ เปิดรับลงทะเบียนผู้ประสบภัย พร้อมจัดตั้งจุดปฐมพยาบาลและจุดรับแจ้งเหตุ เพื่อให้ความช่วยเหลือและประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียดต่อไป


>> รัฐบาลผนึกกำลังครั้งสำคัญ “ศึกษาธิการ-แรงงาน” จับมือปฏิรูปใหญ่ เชื่อมห้องเรียนสู่โลกการทำงาน ปูทางเด็กไทยสู่ตลาดแรงงานชั้นสูง

14.20 น. ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน โดยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกันเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการศึกษาไทยครั้งสำคัญ จากแบบเดิมที่เรียนจบแล้วค่อยเริ่มหางาน ปรับไปสู่การวางเส้นทางอาชีพและทักษะตั้งแต่ยังอยู่ในห้องเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นคง สอดกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจยุคใหม่

สำหรับความร่วมมือระหว่างสองกระทรวงในครั้งนี้ มุ่งเน้นการตอบโจทย์ตลาดแรงงานจริงและลดความเหลื่อมล้ำ โดยขับเคลื่อนผ่าน 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ เรียนตรงทักษะ จบแล้วมีงาน ดึงภาคเอกชนและสถานประกอบการมาร่วมออกแบบหลักสูตร , ไม่มีเด็กคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อติดตามเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและกลุ่มว่างงานให้กลับเข้าสู่ระบบ, ฝึกงานปลอดภัย ได้ประสบการณ์จริง, ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย, เพิ่มศักยภาพการศึกษาไทยด้วยบุคลากรคุณภาพจากต่างประเทศ ปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาการขอและต่อใบอนุญาตทำงาน (E-Work Permit) ให้แก่ครูและบุคลากรต่างชาติ และปฏิรูปการศึกษา สู่การเรียนรู้เพื่อมีรายได้ ด้วยการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้ตั้งเป้าให้การศึกษาเป็นเพียงแค่เรื่องของวุฒิปริญญา แต่ต้องการให้เป็นเครื่องมือสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นความร่วมมือของสองกระทรวง ที่มีการเชื่อมต่อฐานข้อมูลและภารกิจระหว่างกันอย่างใกล้ชิด จะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ทั้งเรื่องแรงงานไม่ตรงสาย เด็กตกหล่น และความยุ่งยากในการดึงบุคลากรต่างชาติคุณภาพสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างแท้จริง


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสุวินทวงศ์ 46 เสียหายวอดทั้งชั้น

14.54 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยสุวินทวงศ์ 46 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้ชั้นล่างเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองจอก


>> รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ครบ 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท

15.01 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ติดตามผลการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและประคับประคองกำลังซื้อ โดยล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.00 น. ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการครบ 2 เดือนเต็ม พบว่าโครงการได้รับการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากแล้ว 86,442.6 ล้านบาท

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 26,040,623 ราย และมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,636 ร้าน แบ่งเป็นร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส และยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” จำนวน 977,059 ร้าน และร้านค้าใหม่ที่ลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย 215,577 ร้าน หรือคิดเป็นประมาณ ร้อยละ 18.1 ของร้านค้าทั้งหมด สะท้อนว่ามาตรการของรัฐบาลช่วยดึงผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบการชำระเงินและการค้าแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการใช้จ่าย มียอดใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 86,442.6 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 36,841.0 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 96.6 ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนการใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 3.4

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าเม็ดเงินจากโครงการได้กระจายลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านค้าปลีกรายย่อย หาบเร่ แผงลอย และผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รูปแบบการร่วมจ่ายในสัดส่วน รัฐร้อยละ 60 และประชาชนร้อยละ 40 ยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจมากกว่างบประมาณที่ภาครัฐสนับสนุน และช่วยรักษาระดับการบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่กำลังซื้อชะลอตัว


>> สปป.ลาว - ตัวแทนธนาคาร LDB ลุยเอาผิด 3 สื่อโซเชียลโพสต์กล่าวหา LDB รับฟอกเงินแก๊งสแกมเมอร์

16.46 น. ​เจ้าหน้าที่ตัวแทนจากคณะกรรมการประสานงานแห่งชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย แห่ง สปป.ลาว พร้อมคณะผู้แทนธนาคารพัฒนาลาว ( LDB) ได้เข้าพบ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และคณะฯ เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลผู้ใช้บัญชีโซเชียลมีเดีย จำนวน 3 สื่อ ที่มีการกล่าวพาดพิงถึงธนาคาร Lao Development Bank ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการฟอกเงินผ่านช่องทาง Payment Gateway ให้กลุ่มสแกมเมอร์ เว็บพนันออนไลน์ และธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ทางธนาคารและผู้บริหาร รวมถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้รับความเสียหาย

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ฯ ผบช.ก. ระบุว่า ได้มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาว่าการกระทำในลักษณะข้างต้นเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดจริง จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

​ทั้งนี้ ทางสปป.ลาว ยังได้มีการติดตามความคืบหน้า คดีหลอกลงทุนนักธุรกิจชาวต่างชาติให้ร่วมลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หุ้น และธุรกิจพลังงาน ฯ ที่สร้างความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท โดยในคดีนี้มีนักธุรกิจจาก สปป.ลาว ตกเป็นเหยื่อได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งสำหรับความคืบหน้าในคดี ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้มีการเปิดปฏิบัติการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาพร้อมยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดไปแล้วก่อนหน้านี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ต่อไป


>> ผู้ว่าฯ นราธิวาส นำปิดล้อมล่ามือยิงตำรวจตากใบ รวบผู้ต้องสงสัย 3 ไล่ล่าอีก 2 ราย

17.16 น. นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ เพื่อติดตามและบัญชาการสถานการณ์ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรตากใบ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสร่วมประชุมวางแผนปฏิบัติการกับ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมสั่งการบูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ ยังระดมกำลังผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวม 54 นาย ตั้งจุดตรวจและลาดตระเวนใน 7 โซน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไพรวันและตำบลศาลาใหม่ เพื่อสกัดเส้นทางหลบหนี ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย รวมถึงสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง

คืบหน้าขณะนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ตรวจสอบแล้ว 3 ราย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีก 2 ราย หลบหนีเข้าไปในพื้นที่ป่าห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.7 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้กระชับวงล้อมและเร่งติดตามอย่างต่อเนื่อง


>> ศาลแจงชัด นักโทษลดโทษ - พ้นคุก ไม่ใช่อำนาจผู้พิพากษา ชี้ศาลมีหน้าที่ตัดสิน ส่วนการบังคับโทษเป็นของฝ่ายบริหาร

18.13 น. โฆษกศาลยุติธรรมชี้แจงกรณีสังคมตั้งข้อสงสัยเรื่องการลดโทษนักโทษในคดีอุกฉกรรจ์ ภายหลังเกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญหลายคดี โดยย้ำว่า "ศาล" มีหน้าที่เพียงพิจารณาพิพากษาและกำหนดโทษตามกฎหมาย ขณะที่การรับโทษ การลดโทษ หรือการปล่อยตัวผู้ต้องขัง เป็นขั้นตอนการบังคับโทษที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานฝ่ายบริหาร ไม่ใช่อำนาจของผู้พิพากษา

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ระบุว่า ประเทศไทยแยกอำนาจระหว่างฝ่ายตุลาการกับฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน โดยศาลทำหน้าที่กำหนดโทษตามคำพิพากษา ส่วนการบังคับโทษเป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ หรือหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ควรเข้าใจว่าการลดโทษหรือการพ้นโทษของนักโทษเป็นอำนาจของศาลหรือผู้พิพากษา


>> ตำรวจ-กู้ภัยเปิดปฏิบัติการช่วยชายเครียดริมหวังโดดสะพานกรุงธน รวบตัวปลอดภัยก่อนเกิดเหตุสลด

18.22 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษและกู้ภัยทางน้ำว่า มีชายรายหนึ่งปีนออกไปยืนอยู่นอกราวสะพานกรุงธน บริเวณฝั่งมุ่งหน้าพระนคร แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ลักษณะคล้ายเตรียมกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษและกู้ภัยทางน้ำ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ตำรวจ บก.สปพ. ตำรวจ สน.บางโพ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชาย อายุประมาณ 50 ปี ยืนอยู่ด้านนอกขอบราวสะพานในสภาพเสี่ยงอันตราย เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 30 นาที แต่ชายคนดังกล่าวยังไม่มีท่าทีสงบ เกรงว่าจะตัดสินใจกระโดดลงแม่น้ำ จึงอาศัยจังหวะที่เหมาะสมเข้าชาร์จตัวและช่วยนำกลับเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ติดตามเหตุการณ์

เบื้องต้นคาดว่าชายคนดังกล่าวมีความเครียด จึงนำตัวไปสงบสติอารมณ์และสอบถามสาเหตุที่ สน.บางโพ ก่อนประสานญาติมารับกลับไปดูแลรักษาและให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการต่อไ


>> ภ.จว.ชลบุรี ยืนยัน ฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย และคดีฆาตกรรมครอบครัว 3 ศพ ตำรวจไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทุกกรณี

18.34 น. ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ออกหนังสือชี้แจง ระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อบางสำนัก อ้างว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในคดีฆาตกรรมพี่น้องชาวรัสเซีย และคดีฆาตกรรมครอบครัว 3 ศพ เป็นบุตรของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงรับจ้างหรือปฏิบัติการแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจในการกระทำความผิดนั้น

ภ.จว.ชลบุรี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากฐานข้อมูลทะเบียนประวัติ ข้อมูลการสืบสวนและพยานหลักฐานแล้ว ไม่พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย เป็นบุตรของข้าราชการตำรวจ หรือได้รับการสนับสนุน สั่งการ หรือกระทำการแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่มีการกล่าวอ้าง

พร้อมย้ำ การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐานและหลักนิติธรรม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือให้ความช่วยเหลือผู้กระทำ และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ขยายผล และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อทุกรายตามกฎหมาย หากประชาชนมีข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อคดี สามารถแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ได้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมเน้นย้ำ ขอประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูล


>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยพระรามที่ 2 ซอย 48 คาดไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง

19.28 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพระรามที่ 2 ซอย 48 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 เพลิงลุกไหม้เสียหายตู้เย็น ลุกลามปั๊มน้ำ ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องครัว พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 50 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน


>> หนุ่มวัย 39 ปี ออกเก็บสายบัวในสระน้ำ พบจมน้ำเสียชีวิต จ.พิษณุโลก

20.30 น. หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน รับแจ้งว่า เกิดเหตุมีบุคคลจมน้ำเสียชีวิต คือนายเอกลักษณ์ อายุ 39 ปี บริเวณสระน้ำบ้านลำภาศ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

เบื้องต้น จากการสอบถามญาติ เล่าว่าช่วงเย็นวันเดียวกัน นายเอกลักษณ์ ผู้เสียชีวิตได้ออกไปหาสายบัว ต่อมามีผู้พบจมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์นิติเวช ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น แล้วมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถานนิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช ชันสูตรอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้แน่ชัด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยฉิมพลี 10 เสียหายวอดและลุกลามหลังข้างเคียง

22.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยฉิมพลี 10 ถนนฉิมพลี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น บ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัยต้นเพลิงเกิดขึ้น ภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหาย บ้านต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด และลุกลามบ้านข้างเคียง อีก 3 หลัง โดยเสียหายทั้งหมด 1 หลัง, ลุกลามบ้านข้างเคียงอีก 1 หลัง ผนังและชายคาเสียหายบางส่วน และบ้านไม่มีเลขที่ ผนังและชายคาเสียหายบางส่วน

พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 90 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์


>> จ.เชียงราย พนังกั้นน้ำสายท่าขี้เหล็กทรุด ด้านนางแล มวลน้ำไหลลงพหลโยธิน คาดคลี่คลายโดยเร็ว

23.08 น. ที่บริเวณ แม่น้ำสาย ชุมชนเกาะทราย ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นอีกจุดหนึ่งที่ มีการทำ พนังบิ๊กแบ็คกึ่งถาวรเพื่อป้องกัน แม่น้ำสายทะลักเขาท่วมพื้นที่ ชุมชน ในช่วงฤดูฝนนี้ โดยพนังยังคงแข็งแรงป้องกันน้ำได้ดี พบว่ากำแพงในฝั่งท่าขี้เหล็ก ตรงข้ามแม่น้ำของชุมเกาะทราย ได้มีการทรุดตัวลงจากดระแสน้ำทำเกิดช่องเป็นบริเวณกว้างประมาณ 10 เมตร ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งทำการซ่อมแซม เพื่อป้องกันมวลน้ำในช่วงฤดูฝนนี้

ด้านในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย มีปริมาณฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 19.00 น. ทำให้ บริเวณ ถนนพหลโยธินขาขึ้น หมู่ 13 ตำบล นางแล อำเภอเมือง เชียงราย มวลน้้ำจากดอยลิไข่ได้ไหลลงมาลำห้วยทะลักเอ่อล้นขึ้นตามทางเข้าหมู่บ้านแม่ปูคา ทำให้ท่วมบริเวณถนน พหลโยธินจำนวน 1 ช่องทาง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตำบลนางแลเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ได้นำรถเปิดไฟสัญญาณเพื่อป้องกัน รถที่สัญจรไปมาเกิดอุบัติเหตุได้

อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำฝนเริ่มลดลงจนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. มวลน้ำได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเร็วและสามารถเปิดช่องจราจรได้ตามปกติ


>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยสุขสวัสดิ์ 38 แยก 1-2 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

23.18 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสุขสวัสดิ์ 38 แยก 1-2 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้อง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 16 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการดับถ่าน และระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่พัดลมตั้งพื้น ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 38 ปี ถูกไฟลวกต้นคอด้านหลังและแขนซ้ายอาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยราษฎร์บูรณะ


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม

00.06 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.4 ความลึก 22 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 302 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม