วันที่ 11 มีนาคม. 2569 เวลา 16:52 น.
เรือ Mayuree Naree สัญชาติไทยถูกยิงทะเลอาหรับ กองทัพเรือ ประสานกองกำลังนานาชาติ บาเรนห์ และ UAE ช่วยเหลือ ย้ำ กองทัพเรือตระหนักความสำคัญการดูแลชีวิตลูกเรือคนไทย โดยใช้ทุกช่องทางในการประสานงานให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์ครั้งนี้
เมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 ศูนย์ควบคุมการจราจรและควบคุมเรือทางทะเล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้รับแจ้งจาก Chief Security Officer บริษัท Precious Shipping ว่า
เมื่อเวลา 03.00 น. ตามเวลา ประเทศไทยเรือ Mayuree Naree สัญชาติไทย บริษัท Precious Shipping หมายเลข IMO 9323649 ได้ออกเรือจากจุดทอดสมอในเขตเมืองท่า Khalifa สหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ จนมาถึงตำบลที่เรือ แลต 26° 33' 28" N ลอง 56° 29' 18" E เวลาประมาณ1110 ในประเทศไทย ได้ถูกยิงจากอาวุธเข้าตัวเรือเหนือผิวน้ำ (ยังไม่ทราบอาวุธ) จำนวน 2 ครั้ง เกิดเหตุระเบิดลงบริเวณท้ายเรือมยุรีนารี และบริเวณห้องเครื่องเรือเป็นเหตุให้ไฟไหม้ห้องเครื่อง
โดยบนเรือมีลูกเรือคนไทย 23 นาย ได้ลงแพชูชีพมาจำนวน 20 นาย ยังคงอยู่บนเรือจำนวน 3 นาย ซึ่งต่อมาลูกเรือ 20 นายได้รับการช่วยเหลือจาก ทร.โอมานและขึ้นฝั่งที่เมือง คาซาบ ประเทศโอมาน ได้อย่างปลอดภัยแล้ว และ ทร.โอมานกำลังออกไปช่วยอีก 3 นายบนเรือต่อไป
ผบ.ทร.ในฐานะ ผบ.ศปก.ทร. ได้สั่งการให้ เสธ.ศปก.ทร. ให้ความช่วยเหลือ โดย ศคจร.ศปก.ทร.ได้ประสานนายทหารประสานงานกองกำลังทางเรือผสมทางทะเล (Combined Maritime Force: CMF) ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยได้ประสานงานกับ สอท.ราชอาณาจักรบาห์เรน สอท.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และ สอท.รัฐสุลต่านโอมาน
รวมทั้งหน่วยงาน UKMTO ในการขอรับการสนับสนุนในการค้นหาและกู้ภัย (SAR) และสามารถให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยได้ในเบื้องต้นดังกล่าว
นอกจากนั้น ศคจร.ศปก.ทร. ได้ประสานงานกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรมเจ้าท่า และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในการเร่งให้ความช่วยเหลือลูกเรือคนไทยทั้ง 23 นาย เพื่อให้ได้เดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
กองทัพเรือได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลชีวิตลูกเรือคนไทยและผลประโยชน์ของประเทศไทย โดยใช้ทุกช่องทางในการประสานงานให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์ครั้งนี้

