หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2569

วันที่ 6 มีนาคม. 2569 เวลา 05:44 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2569


>> ไฟไหม้บ้านไม้ 2 ชั้นที่กบินทร์บุรี เสียหายวอดหมด หลังเพลิงสงบ พบผู้เสียชีวิต สภาพร่างเป็นตอตะโก

06.40 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่ บ้านสระขุด ม.2 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบว่าเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รุนแรง ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา 
จากการตรวจสอบ พบบ้านเรีอนเสียหายทั้งหลัง รถยนต์และรถจักรยานยนต์เสียหายหลายคัน และพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 74 ปี สภาพร่างถูกไฟคลอกเป็นตอตะโก ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี


>> จ.สุราษฎร์ธานี รถนั่งส่วนบุคคลชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้บาดเจ็บหลายราย อาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ.

07.00 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎรฺ์ธานี มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนในพื้นที่ ม.3 ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซีวิค สีเทา ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี ลักษณะชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นชายไทย 2 ราย และหญิงไทย 2 ราย ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.คีรีรัฐนิคม ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คีรีรัฐนิคม


>> ไฟไหม้รถยนต์ ซอยสังคมสงเคราะห์ 14 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ เสียหายวอดที่ห้องเครื่องยนต์

07.02 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสังคมสงเคราะห์ 14 ถนนสังคมสงเคราะห์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ห้องเครื่องยนต์ ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว


>> จ.สงขลา รถบรทุกชนเสาไฟฟ้า มีผู้บาดเจ็บติดภายใน จนท.กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งใช้เครื่องมืองัดรถ ก่อนนำตัวออกมา และนำส่ง รพ.

09.42 น. เจ้าหน้าที่กู้ชีพ-กู้ภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัย-กู้ภัย มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บติดค้างในยานพาหนะ ริมถนนหมายเลข สข.3005 ใกล้เคียงทางเข้า วัดหินเกลี้ยง ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน สงขลา ลักษณะชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทาง สภาพรถพังเสียหาย และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ติดภายในยานพาหนะ ทางเจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ-กู้ภัยดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ จนสามารถนำผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะมอบให้กู้ชีพเทศบาลคอหงส์ รับดำเนินการ นำผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อทำการรักษาตัวต่อไป ในส่วนขอสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของร้อยเวรเจ้าของคดี สภ.หาดใหญ่


>> รถจักรยานยนต์กับรถกระบะ ชนกันกลางโค้ง มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชาย

10.32 น. กู้ภัยเสือดำภูพาน ได้รับแจ้ง ว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ถนนหมายเลข 2218 ช่วงทางโค้งก่อนถึงทางเข้าวัดถ้ำช้าง ประมาณ 1 กม. ในพื้นที่ ต.โคกภู อ.ภูพาน จ.สกลนคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ นินจา สีเขียว ไม่พบป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่กลางถนน และใกล้กัน พบรถกระบะ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน สกลนคร สภาพหน้ารถพังเสียหาย ที่ข้างรถฝั่งขวา พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นเด็กชาย อายุประมาณ 13 - 15 ปี สวมใส่ชุดนักเรียนเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นสีกากี

ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพาน จะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง ก่อนจะมอบร่างให้อาสาสมัครนำส่งชันสูตร ที่โรงพยาบาลพระอาจารย์แบน ธนากโร


>> รถกระบะและรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน ผู้บาดเจ็บหญิง 1 รายกลางถนน จนท.กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล

12.01 น. รับแจ้งจากกู้ชีพ รพ.พระนารายณ์ มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนศรีอินทราทิตย์ ก่อนถึงแยกไฟแดงท่าแค ในพื้นที่ ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ฟอร์ด สีขาว ป้ายทะเบียน กทม., รถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว ป้ายทะเบียน ลพบุรี และ รถจักรยานยนต์ เวสป้า สีแดง ป้ายทะเบียน 9662 กทม. ลักษณะมีการเฉี่ยวชนกัน ตรวจสอบที่กลางถนน พบร่างผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 44 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี


>> สสส. เผย ยาเสพติด เข้าถึงเยาวชนไทยง่ายกว่าที่คิด สสส. ชี้คดีเสพสูง 77.44%

13.14 น. นางสาว รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในเด็กและเยาวชนปัจจุบันถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและสถิติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่า ปี 2567 มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญาสูงถึง 13,631 คน และในจำนวนนี้มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดถึง 8,971 คน หรือคิดเป็น 65% โดยส่วนใหญ่ยังคงศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น รองลงมาคือประถมศึกษา ปวช. และมัธยมปลาย สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคืออายุของผู้เสพที่น้อยลงเรื่อยๆ โดยพบเด็กอายุน้อยที่สุดเพียง 11 ปี ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ยาเสพติดได้กลายเป็นภัยคุกคามที่เข้าถึงตัวเยาวชนตั้งแต่อยู่ในระบบการศึกษารวมถึงการมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงสารเสพติดมากขึ้น

ทั้งนี้ สสส. ได้จัดทำรายงานสถานการณ์เด่นทางสุขภาพ ประจำไตรมาส 4 ปี 2568 ตอน ‘ยาบ้า กัญชา กระท่อม วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด’ เพื่อสะท้อนปัญหาที่เกี่ยวข้องหลังพบสถิติที่น่ากังวลจากจำนวนคดียาเสพติดที่แม้ภาพรวมระหว่างปี 2565-2566 จะลดลงแต่สัดส่วนคดีที่เกิดจากการเสพกลับพุ่งสูง 77.44% เมื่อเทียบกับคดีครอบครองหรืออื่นๆ


>> จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “จีนเทา” เตรียมย้ายฐาน จากกัมพูชา ไปเมียนมา ยึดยาเสียสาว มูลค่ากว่า 3 ล้าน

13.20 น. พ.ต.อ. สันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับการ สภ.สังขละบุรี, ตชด., ฝ่ายปกครองสังขละบุรี ได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ หรือจีนเทา ใช้เส้นทางจ.กาญจนบุรี ด่านเจดีย์สามองค์ หลบหนีข้ามไปยังเมียนมา เจ้าหน้าที่ได้วางแผนจับกุม จนกระทั่งจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในตัวอำเภอสังขละบุรี โดยกลุ่มคนร้ายขับขี่รถยนต์โตโยต้า สีดำ ตามที่สายลับได้รายงาน

เมื่อตรวจสอบพบคนขับชื่อนายพอ (นามสมมุติ) อายุ 70 ปี ภายในรถพบชายชาวจีน2 คน เจ้าหน้าที่ได้ขอดูหนังสือเดินทาง แต่ไม่พบเอกสารการเดินทาง เมื่อตรวจสอบภายในรถอย่างละเอียด และในกระเป๋าเดินทาง พบขวดสีทองมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ จำนวน 209 ขวด โดยทราบว่าเป็นยาเสียสาว

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพอ (นามสมมุติ) คนขับรถ ให้การว่าได้ไปรับชายชาวจีน2คน จากตัวอำเภอทองผาภูมิ ให้ไปส่งตัวอำเภอสังขละบุรีค่าจ้าง 3,000 บาท หลังจากนั้นเมื่อไปถึง ให้โทรศัพท์หานายหน้าชาวเมียนมา เพื่อมารับชาวจีน2คน นำไปอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา แต่มาโดนเจ้าหน้าที่จับกุมก่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดประเภท1 และยาเสพติดประเภท2 ไว้ในครอบครองฯ ,เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่รับอนุญาต ซึ่งยาเสพติดที่ยึดได้ คิดเป็นมูลค่าในตลาดมืดไม่ต่ำกว่า 3ล้านบาท ตำรวจควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ผบ. ทัพเรือ เตรียมแผนสอง อพยพคนไทยในอิหร่าน หากสถานการณ์รุนแรงจนปิดน่านฟ้า

13.25 น. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่าน ว่า สำหรับการอพยพประชาชนกลับประเทศไทย ทางกองทัพอากาศจะเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมการ ส่วนกองทัพเรือมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว หากเกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรง จนไม่สามารถอพยพทางอากาศได้ โดยมีการวางแผนสำรอง ใช้เรือในการเคลื่อนย้ายประชาชน เป็นแผนสองด้วยการใช้เรือในการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่

ผู้บัญชาการทหารเรือ ยังกล่าวถึงกรณีที่ รมว.กระทรวงกลาโหม มีนโยบายให้ทุกเหล่าทัพประหยัดพลังงาน ว่า กองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวทันที โดยกิจกรรมหรือภารกิจใดที่สามารถปฏิบัติงานในรูปแบบเวิร์กฟรอมโฮมได้ก็ให้ดำเนินการจากที่บ้าน ส่วนกิจกรรมที่ไม่จำเป็นสามารถเลื่อนออกไปก่อนได้ก็ให้เลื่อน

นอกจากนี้ หากมีกิจกรรมที่ต้องเดินทาง ก็ให้ดำเนินการในลักษณะเดินทางร่วมกัน หรือคาร์พูล เพื่อลดการใช้พลังงาน โดยได้สั่งการไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดกองทัพเรือแล้ว และเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นรูปธรรม


>> เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจงไทม์ไลน์เปิดประชุมสภา รอจำนวน สส. ที่เหมาะสม

13.45 น. นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศรับรอง สส. แล้ว 499 คน ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เตรียมพื้นที่สำหรับการเข้ามารายงานตัวให้กับสมาชิก ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้รายงานตัวครบ 95% หรือ 499 คน เพียงรอให้มีสมาชิกมารายงานตัวจำนวนหนึ่ง มากเพียงพอที่จะทูลเกล้าฯ ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ประสานงานมาโดยตรง แต่อาจจะประสานมากับเจ้าหน้าที่แล้ว คาดว่า หากมีการรายงานตัวของสมาชิกมากพอสมควร ก็จะทำหนังสือไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบว่า ตอนนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับรายงานตัวจำนวนเท่าไหร่

นายศิโรจน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนจะมารายงานตัวในวันที่ 9 มีนาคมนี้ ว่า พรรคการเมืองสามารถเข้ามารายงานตัววันไหนก็ได้ ขอแค่มีจำนวนมากเพียงพอ ซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 5 หรือ 6 มีนาคม ที่มีจำนวนมากพอสมควร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมสำหรับพิธีเปิดประชุมรัฐสภา อย่างสมพระเกียรติ หลังจากนั้นสภาจะประสานงานกับพรรคการเมือง ที่รวบรวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มากที่สุด ว่าจะมีความพร้อมในการเลือกประธานสภา และรองประธานสภา ในวันใด เมื่อมีการประสานมาจะทำหนังสือนัดประชุม เพื่อปฏิญาณตนของสมาชิก และเลือกประธานสภา รองประธานสภา และเมื่อโปรดเกล้าฯประธานสภาลงมา ก็จะมีการนัดวัน เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป


>> นายกฯ หารือ รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินแหล่งนำเข้าน้ำมัน กระจายความเสี่ยง สร้างเสถียรภาพพลังงานประเทศ

14.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการพลังงาน ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า การหารือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออัปเดตสถานการณ์ด้านพลังงาน และกำหนดมาตรการด้านพลังงาน โดยมีข้อสรุป คือ

หากมีการนำน้ำมันจากพื้นที่นอกตะวันออกกลาง จะทำให้ปริมาณสำรองรวมเพิ่มเป็นประมาณ 95 วัน จากเดิม 65 วัน, ระงับการส่งออกยกเว้นสำหรับ สปป.ลาว และเมียนมา เนื่องจากความเชื่อมโยงด้านพลังงานไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ และ ราคาน้ำมัน ตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 15 วัน น้ำมันเบนซินจะมีมาตรการช่วยเหลือบางส่วน

นายกฯ ย้ำ ให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพิจารณามาตรการอย่างรอบด้าน เพื่อให้ผลกระทบต่อประเทศไทยน้อยที่สุด และติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ รัฐบาลยังมีแผนเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศ จึงขอยืนยันกับประชาชนว่าปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศยังคงเพียงพอ


>> กอ.รมน.กทม. บุกตรวจตลาดดังย่านคลองสามวา จับต่างด้าวผิดกฎหมาย 12 ราย หลังพลเมืองดีแจ้งเบาะแส

16.00 น. พล.ท.เพชรเอก อินทรทัต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (ฝ่ายทหาร) มอบหมายให้ชุด ชรต.(101) กอ.รมน.กทม. บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ และเจ้าหน้าที่ สปข.ขกท. ศปก.ทบ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามเรื่องร้องเรียน กรณีแรงงานต่างด้าวเปิดร้านขายหมู ภายในตลาดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวในร้านที่ถูกร้องเรียน 1 ราย มีเอกสารอนุญาตทำงานถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจสอบภายในตลาดเพิ่มเติม พบแรงงานต่างด้าวกระทำผิดรวม 12 ราย แบ่งเป็นสัญชาติกัมพูชา 8 ราย (ชาย 2 หญิง 6) สัญชาติลาว 2 ราย (ชาย 1 หญิง 1) และสัญชาติเมียนมา 2 ราย (ชาย 2)

โดยทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และทำงานนอกเหนือสิทธิ์ ตามมาตรา 8 มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 101 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย


>> “สุชาติ” กำชับดูแลหัวหน้าไฟป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ หลังถูกอดีตผู้ต้องหายิงบาดเจ็บ

17.26 น. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ระบุว่า ได้รับรายงานกรณี นายวรุณ จันทร์สว่าง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ–เอราวัณ และผู้ช่วยหัวหน้า อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัด กาญจนบุรี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณหัวสะพานโป่งปัด หมู่ที่ 1 บ้านปากคลอง ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมืองกาญจนบุรี 
โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ขณะนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือดูแลเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานโรงพยาบาลให้ดูแลรักษาอย่างเต็มที่ รวมทั้งติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายสุชาติ ยังได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าและดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบสาเหตุของการก่อเหตุยิงครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุอดีตเคยเป็นผู้ต้องหาบุกรุกป่า พัวพันยาเสพติด คณะลาดตระเวนป่าหัวหน้า พบโดยบังเอิญ หลังจากพูดคุยหันหลังให้ก็ถูกยิงด้านหลังและท้องหลายนัด หัวหน้าพยายามวิ่งหนีและกระโดดน้ำหนี สุดท้ายลูกน้องกลับมาช่วยเหลือได้รีบนำส่งโรงพยาบาล หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป


>> เพลิงไหม้ภายในอาคารพาณิชย์ ซอยสว่าง 7 ย่านบางรัก รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบก่อนจะลุกลาม

17.29 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสว่าง 7 ถนนสี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารพานิชย์ 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้เสียหาย พัดลมตั้งพื้น ลุกลามที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางรัก

>> แผ่นดินไหว ที่เประเทศเมียนมา


20.48 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.3 ความลึก 70 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 425 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม

22.16 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 304 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 
 

>> รวบ 2 ผู้ต้องหา "จ้างวานฆ่าพร้อมสาวคนสนิท" คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพกลางกรุง ผู้การฯ นครบาล 2 รุดสอบด้วยตัวเอง

00.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังชุดสืบสวนนครบาล ชุดสืบสวน บก.น.2 และ สน.สุทธิสาร สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในคดีอุ้มเหยื่อฆ่าอำพรางกลางกรุง ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร นำไปอำพรางศพที่บ้านหลังหลังหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายจับศาลอาญา เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นายสอ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ถูกจับกุมในฐานะ "ผู้ใช้จ้างวาน" ให้ผู้อื่นฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงข้อหาหนักอย่าง ร่วมกันเคลื่อนย้ายทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และอั้งยี่ซ่องโจร

นาวสาวบอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี สาวคนสนิทที่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรอง, ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ และร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ จากฐานความผิดที่แจ้งระบุว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีการใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขู่เข็ญเพื่อให้เหยื่อยอมจำนน ก่อนจะกักขังหน่วงเหนี่ยวจนปราศจากเสรีภาพ และลงมือสังหารเหยื่ออย่างเป็นระบบ จากนั้นมีการเคลื่อนย้ายศพเพื่อทำลายหลักฐานและปิดบังสาเหตุการตาย

ความคืบหน้าล่าสุด ภายหลังการจับกุม เมื่อเวลาประมาณ 00.10 น. พล.ต.ต.เกียรติกุล และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ ได้ลงพื้นที่ซักถามปากคำ นายสอ ด้วยตนเอง เพื่อหามูลเหตุจูงใจเบื้องต้น โดยผู้ต้องหาได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

 

>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ซอยลาดพร้าว 132 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

01.06 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยลาดพร้าว 132 แยก 1 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น บ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้เสียหายอุปกรณ์เครื่องครัวและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่หลอดไฟ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม