วันที่ 6 มีนาคม. 2569 เวลา 04:53 น.
ตร.สนธิกำลัง รวบผู้ต้องหา คดีจ้างวานฆาตกรรม พร้อมสาวคนสนิท "คดีอุ้มฆ่าอำพรางศพ ผจก.บริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์" ผู้บังคับการฯ รุดสอบด้วยตัวเอง
เวลา 00.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร พร้อมชุดสืบสวนนครบาล และฝ่านสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับศาลอาญา เข้าห้องสืบสวนทันที หลังถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่า นายรุทธ์ ผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ย่านสุทธิสาร นำไปอำพรางศพที่บ้านหลังหลังหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายจับศาลอาญา เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นายสอ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ถูกจับกุมในฐานะ "ผู้ใช้จ้างวาน" ให้ผู้อื่นฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงข้อหาหนักอย่าง ร่วมกันเคลื่อนย้ายทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และอั้งยี่ซ่องโจร
นาวสาวบอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี สาวคนสนิทที่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรอง, ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ และร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ จากฐานความผิดที่แจ้งระบุว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีการใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขู่เข็ญเพื่อให้เหยื่อยอมจำนน ก่อนจะกักขังหน่วงเหนี่ยวจนปราศจากเสรีภาพ และลงมือสังหารเหยื่ออย่างเป็นระบบ จากนั้นมีการเคลื่อนย้ายศพเพื่อทำลายหลักฐานและปิดบังสาเหตุการตาย
โดยมี พลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พลตำรวจตรีเกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง
พลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เปิดเผยว่า ตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คนได้ ขณะกำลังเดินทางออกจากที่พัก ช่วงเวลา 23.00 น.(5 มี.ค.) จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตามหมายจับ และเมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาชาย พบว่าได้ทำการจองตั๋วเครื่องบิน เดินทางออกนอกประเทศผ่านระบบออนไลน์ แต่เมื่อลำดับเวลาแล้ว คาดว่าผู้ต้องหาเปลี่ยนใจ เนื่องจากต้องการต่อสู้คดี โดยมีทนายความเดินทางมาด้วย
ส่วนการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน ซึ่งรายละเอียดในการสอบปากคำยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่พบความเชื่อมโยงถึงมูลเหตุ บางส่วนเชื่อว่าเป็นปัญหาภายครอบครัว
นอกจากตัวผู้ต้องหาแล้ว กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบรถส่วนบุคคลของผู้ต้องหาเอาไว้จำนวน 2 คัน ที่ชุดจับกุมอายัดเอาไว้เป็นรถเก๋ง 1 คันและรถกระบะ 1 คัน หลังพบว่า ภายในรถเก๋งมีชุดเครื่องแบบทหาร และชุดสูท ถูกแขวนอยู่ภายในรถ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเครื่องแบบข้าราชการทหาร บัตรวิทยาลัยทนายความ ซองใส่บัตรข้าราชการ และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบสำนวนคดี
จากแนวทางสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาชายถูกเชื่อว่าเป็น ผู้บงการ หรือบอสใหญ่ อยู่เบื้องหลังการว่าจ้างทีมอุ้มก่อเหตุ ที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด 8 คน
ส่วน หญิงสาวคนสนิท ถูกระบุว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหาชาย และต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุ
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาในทีมอุ้มฆ่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 8 คน ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจและกักขังหน่วงเหนี่ยว
โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็น ทีมปฏิบัติการอุ้มตัวผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ ว่าที่ร้อยตรี อายุ 48 ปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ว่าจ้างทีมอุ้ม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยมีข้อมูลว่าอาจหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศเพื่อนบ้าน




