วันที่ 3 มีนาคม. 2569 เวลา 15:10 น.
วอชิงตัน, 3 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) เผยแพร่ผลสำรวจฉบับใหม่ ซึ่งพบว่าร้อยละ 59 ของพลเมืองสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับกรณีสหรัฐฯ ตัดสินใจดำเนินปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน โดยการสำรวจนี้จัดทำโดยเอสเอสอาร์เอส (SSRS) หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นการโจมตีได้ไม่นาน
รายงานระบุว่าร้อยละ 60 ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่คิดว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแผนจัดการสถานการณ์ที่ชัดเจน และร้อยละ 62 มองว่าทรัมป์ควรได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อนดำเนินปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม
ร้อยละ 39 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าสหรัฐฯ ไม่ได้พยายามใช้วิธีทางการทูตมากพอก่อนจะใช้กำลังทางทหาร สวนทางกับร้อยละ 27 ที่รู้สึกว่าสหรัฐฯ พยายามใช้วิธีทางการทูตเพียงพอแล้ว และร้อยละ 33 ตอบว่าไม่แน่ใจในประเด็นนี้
ขณะราวร้อยละ 56 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าค่อนข้างเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเกิดขึ้นในระยะยาว ซึ่งร้อยละ 24 ของผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มนี้มองว่าแนวโน้มดังกล่าวอยู่ในระดับสูงมาก
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเผยแพร่ผลสำรวจฉบับล่าสุดนี้หลังจากหนึ่งวันก่อนหน้ามีการเผยแพร่ผลสำรวจของรอยเตอร์ส/อิปซอส (Reuters/Ipsos) ซึ่งพบว่าร้อยละ 43 ของพลเมืองสหรัฐฯ คัดค้านการโจมตีอิหร่าน โดยการสำรวจทั้งสองครั้งข้างต้นเกิดขึ้นขณะพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันเห็นต่างกันอย่างมากในเรื่องการโจมตีอิหร่าน
ผลสำรวจจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นระบุว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มเห็นด้วยกับการดำเนินปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านมากกว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตอย่างมาก โดยมีสมาชิกพรรคเดโมแครตเพียงร้อยละ 18 ที่เห็นด้วย แต่มีสมาชิกพรรครีพับลิกันสูงถึงร้อยละ 77 ที่เห็นด้วย
บรรดาสมาชิกพรรคเดโมแครตวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน ชี้ว่าไม่ได้มีภัยคุกคามจวนตัวและการโจมตีดังกล่าวไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส รวมถึงเตือนว่าทรัมป์กำลังเสี่ยงฉุดลากสหรัฐฯ เข้าสู่อีกหนึ่งความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ




3 มีนาคม. 2569
3 มีนาคม. 2569