หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05:44 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

>> จอมทองอ่วม! พายุฤดูร้อนพัดถล่ม ได้รับความเสียหาย 4 ตำบล กว่า 470

07.00 น. จอมทองอ่วม! พายุฤดูร้อนพัดถล่ม ได้รับความเสียหาย 4 ตำบล กว่า 470 ครัวเรือน นายอำเภอนำทีมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เร่งประสานหน่วยงานเข้าช่วยเหลือแก้ปัญหา ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในเขตตำบลข่วงเปา ตำบลดอยแก้ว และตำบลบ้านหลวง ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายหลายครัวเรือน สถานที่ราชการบางแห่งได้รับผลกระทบ และเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็นการชั่วคราวในบางพื้นที่

โดยวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป นายณฐกร ภัทรวนนท์ นายอำเภอจอมทอง/ผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอจอมทอง พร้อมด้วย นายกษิเดช คงประเสริฐ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ติดตามสถานการณ์ และสำรวจความเสียหาย เพื่อสามารถให้ช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น รายงานสถานการณ์เพิ่มเติม รวมครัวเรือนที่ได้รับความเสียหาย 4 ตำบล ประมาณ 470 ครัวเรือน ทั้งนี้ ตัวเลขจำนวนครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายยังไม่เป็นที่สิ้นสุด เนื่องจากราษฎรยังทยอยมาแจ้งความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เร่งสรุปผลการสำรวจให้ครบถ้วนโดยเร็ว

>> กรมปศุสัตว์เผยสาเหตุเสือโคร่งตาย 72 ตัว เกิดจากติดเชื้อไข้หัดแมว ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรอบพื้นที่เลี้ยง เตรียมทำวัคซีนไข้หัดแมวให้เสือที่เหลือทุกตัว

09.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ รายงานผลตรวจกรณีเสือโคร่งในคุ้มเสือแม่ริม และคุ้มเสือแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตายรวม 72 ตัว ภายในระยะเวลา 12 วัน โดยสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกันตรวจซากและตรวจสอบพื้นที่เลี้ยงโดยรอบ

ผลการตรวจยืนยันว่า เสือที่ตายทั้งหมดติดเชื้อไข้หัดแมว หรือเชื้อพาร์โวไวรัส (Feline Parvovirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสียรุนแรงเป็นมูกเลือด ไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร และมีอัตราการเสียชีวิตสูง นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อแบคทีเรียไมโครพลาสมาแทรกซ้อนอีกด้วย

ต้องยอมรับว่า การรักษาเสือป่วยนั้น ไม่เหมือนการรักษาหมาแมว เพราะหมาแมวนั้นอยู่ใกล้ชิดกับเราเมื่อมีอาการเราก็จะเอาไปรักษาอาการได้ทันท่วงที แต่กรณีของเสือนั้น ไม่ได้ใกล้ชิดกับคนมาก กว่าจะรู้ว่าป่วยก็สายเสียแล้ว แต่ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้พ่นฉีดยาฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว เพิ่มความมั่นใจว่า ได้มีการสกัดโรคเอาไว้ เพื่อไม่ให้ระบาดเพิ่มขึ้นแล้ว นอกจากนี้ ได้เตรียมทำวัคซีนไข้หัดแมว สำหรับเสือที่เหลือทุกตัวด้วย น.สพ.สมชวน กล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่คอกเลี้ยงและบริเวณโดยรอบ พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดซ้ำ และเร่งดำเนินการเตรียมวัคซีนป้องกันให้เสือที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมดในคุ้มเสือแม่ริมและแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

>> กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2 เตือน พายุฤดูร้อน พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฝนตกหนักบางแห่ง

11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569) ฉบับที่ 2 (2/2569) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 23-25 ก.พ. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร รวมทั้งปริมณฑลและภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้

ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

>> มอบตัวแล้ว ผัวโหด แทงเมีย เสียชีวิตต่อหน้าแม่ยาย

12.00 น. จากกรณี นายสุนทร (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี ใช้มีดก่อเหตุแทง น.ส.ภาวิลัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นภรรยา เสียชีวิตต่อหน้าแม่ยาย บริเวณหน้าวัดแห่งหนึ่ง ต.ชอนม่วง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ก่อนหลบหนีไป

ล่าสุดเจ้าเหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหมี่ สืบทราบว่านายสุนทรได้หลบหนีไปกบดานที่สวนในพื้นที่ ม.4 ต.บ้านฉาง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปสืบสวนติดตามเพื่อจับกุมตัว ซึ่งนายสุนทรไม่ได้หลบหนี ได้ประสานญาติติดต่อขอมอบตัว

จนเมื่อเวลา 12.40 น. นายสุนทรได้เดินทางมามอบตัวที่ สภ.บ้านหมี่ เบื้องต้นให้การรับสารภาพ แต่ไม่ขอทำแผนประกอบคำรับสารภาพเกรงจะถูกญาติภรรยาประชาทัณฑ์ จากการสอบถาม นายสุนทร หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนแล้วเสร็จ นำตัวลงมาเพื่อเข้าห้องควบคุมขัง ซึ่งนายสุนทรให้การแบบไม่สะทกสะท้านว่าที่ลงมือฆ่าภรรยาในครั้งนี้ เนื่องจากคับแค้นใจจากปัญหาครอบครัว และถูกภรรยากีดกันไม่ให้พบลูก จึงเกิดความแค้นสะสมก่อนตัดสินใจลงมือฆ่าดังกล่าว

ทั้งนี้ คำให้การของนายสุนทรผู้ต้องหายังย้อนแย้งกับคำให้การของแม่และอาของผู้ตาย แท้ที่จริงแล้วนายสุนทรไม่มีอาชีพ ติดยาเสพติด และมีความหึงหวงภรรยามาก ชอบลงมือตบตีทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บมาแล้วหลายรอบเป็นคดีความกันอยู่ขณะนี้

>> เจ้าของประกอบพิธีลอยอังคารเถ้ากระดูก "มอลลี่" สุนัขไซบีเรียน หลังเสียชีวิตจากเหตุถูกทำร้าย

16.50 น. ครอบครัวประกอบพิธีลอยอังคาร “มอลลี่” ณ วัดแหลมพ้อ หลังเสียชีวิตจากเหตุถูกทำร้าย ที่ท่าน้ำวัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ครอบครัวของ “มอลลี่” สุนัขเพศเมียที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุถูกทำร้ายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ได้ประกอบพิธีลอยอังคารเถ้ากระดูกเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า โดยมีสมาชิกในครอบครัวและผู้ใกล้ชิดเข้าร่วมไว้อาลัย

กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมในช่วงที่ผ่านมา ภายหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุทำร้ายสุนัขจนได้รับบาดเจ็บรุนแรง แม้จะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เหตุการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด

สำหรับพิธีลอยอังคาร ครอบครัวได้จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เจ้าของได้กล่าวคำอำลาและรำลึกถึงช่วงเวลาที่ “มอลลี่” สร้างความรักและความผูกพันให้กับครอบครัว ก่อนโปรยเถ้ากระดูกลงสู่ผืนน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางความอาลัยของผู้ร่วมพิธี

>> ปิดจ๊อบ แก๊งเด็กแว๊นวิภา รวบ 17 ราย ยึด 14 คัน ศาลสั่งจำคุก–ปรับ ริบรถของกลาง

17.30 น. จากกรณีตำรวจ สน.วิภาวดี ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ใช้ถนน ถนนวิภาวดีรังสิต กรณีมีกลุ่มรถจักรยานยนต์รวมตัวกันในช่วงเวลากลางดึก ขับขี่เต็มทุกช่องทางจราจร เหตุเกิดในช่วงเดือนมกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และออกหมายเรียกให้กลุ่มรถจักรยานยนต์แข่งเข้าพบพนักงานสอบสวน

จากการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดรวมตัวบริเวณปากซอยวิภาวดี 17 ก่อนเคลื่อนขบวนไปตามถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก โดยตลอดเส้นทางยังคงพฤติการณ์ขับขี่เป็นกลุ่มเต็มทุกช่องทาง หมอบขับด้วยความเร็วสูง และกีดขวางการจราจร พบว่าเป็นการรวมกลุ่มตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป มีการนัดหมายเพื่อแข่งรถในทาง และมีรถจักรยานยนต์บางส่วนดัดแปลงสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อันเข้าข่ายเป็นการแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งหมดว่า “ร่วมกันแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น”

กระทั่งเมื่อวันที่ 18–19 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ต้องหาได้เข้ารายงานตัวรวมทั้งสิ้น 17 ราย แบ่งเป็นเด็กและเยาวชน 10 ราย และผู้ใหญ่ 7 ราย พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางจำนวน 14 คัน ต่อมา ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาให้ผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ 7 ราย จำคุก 1 เดือน ปรับรายละ 10,000 บาท โดยโทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี และสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลางทั้งหมด ส่วนเด็กและเยาวชนอีก 10 ราย ส่งเข้าสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย

>> ปอศ.รวบจีนเทาซุกแก๊สหัวเราะ 500 ถัง ย่านรามคำแหง

18.20 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายไป๋ ฉางโป สัญชาติ จีน อายุ 54 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาภายในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร" พร้อมยึดของกลาง แก๊สหัวเราะ (แก๊สไนตรัสออกไซด์) จำนวน 500 ถัง คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลภาษีอากรกลาง ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

สืบเนื่องจาก ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินการสืบสวนปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและเยาวชนที่สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย โดยหลังจากที่ กก.2 บก.ปอศ. ได้มีการจับกุมการลับลอบนำเข้าและจำหน่ายแก๊สหัวเราะหรือไนตรัสออกไซด์ รายใหญ่เมื่อช่วงเดือน ม.ค.69 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนพบเครือข่ายกลุ่มพ่อค้าชาวจีนที่ติดต่อซื้อขายกับเครือข่ายเดิม ยังคงมีการลับลอบจำหน่ายสินค้าชนิดนี้อยู่ เจ้าหน้าที่ฯจึงติดตามเฝ้าสังเกตการณ์เรื่อยมา ซึ่งพบว่าเป้าหมายในครั้งนี้มีสถานที่เก็บสินค้าไว้ย่านรามคำแหงฯ และมักจะนำแก๊สฯใส่ไว้ในกล่องสำหรับขนสินค้าที่ติดกับรถจักรยานยนต์ นำไปส่งให้แก่ลูกค้าที่สั่งผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขออนุมัติหมายค้นต่อศาลภาษีอากรกลาง เพื่อเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย จนกระทั่งจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

>> ปคบ.สนธิกำลังปศุสัตว์ ค้นห้องเย็นกลางเมืองอยุธยาฯ ยึดซากโคเถื่อน กว่า 3.6 ตัน

​18.50 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) โดย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์ ตรวจค้นสถานที่เกิดเหตุ ห้องเย็น ม.10 ต.ปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องจากปัจจุบันพบปัญหาการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายซากสัตว์และเครื่องในสัตว์ จากต่างประเทศ โดยไม่ได้ผ่านการควบคุมตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย, โรคแอนแทรกซ์ รวมถึงโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านอาหาร ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของประเทศจากการทำงาน สนธิกำลังและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ จนทราบว่า ห้องเย็นต้องสงสัยในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลปากกราน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบนำเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายมาเก็บไว้เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์ ได้เข้าตรวจสอบห้องเย็นดังกล่าวพบผู้ดูแลสถานที่อยู่ภายใน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอทำการตรวจสอบตามกฎหมาย ผลการตรวจสอบพบของกลาง

1. เครื่องในโคแช่แข็ง (ลิ้น) จากประเทศบราซิล จำนวน 46 กล่อง กล่องละประมาณ 30 กิโลกรัม รวม 1,380 กิโลกรัม

2. เครื่องในโคแช่แข็ง (กระเพาะ) จากประเทศอาร์เจนตินา จำนวน 173 กล่อง กล่องละประมาณ 13 กิโลกรัม รวม 2,249 กิโลกรัม

รวมปริมาณเครื่องในโคแช่แข็งทั้งสิ้นกว่า 3,629 กิโลกรัม (กว่า 3.6 ตัน) รวมมูลค่าของกลาง 300,660 บาท

>> ไฟไหม้ วอดทั้งหลัง ญาติเดินตามหาเจ้าของบ้าน กู้ภัยตัดสินใจคุ้ยซากเถ้าถ่าน สุดช็อกเจอถูกคลอกอยู่ในกองเพลิง

19.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกสําโรง จ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน หมู่บ้านหนองบัว ม.4 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี จึงประสานรถน้ำดับเพลิงใกล้เคียงจำนวน 3 คัน และชุดเคลื่อนที่เร็วสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ เดินทางไปให้ความช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุต้นเพลิงเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ประกอบกับเป็นบ้านไม้เก่า ช่วงเกิดเหตุมีลมกระโชก เจ้าหน้าที่ได้เร่งสกัดเพลิงไว้ได้ในเวลาต่อมา แต่ก็ส่งผลให้บ้านไหม้วอดทั้งหลัง หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงได้รื้อซากที่กองสุมภายในบ้าน พบร่าง นายลีนนวัตร ถูกคลอกเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งศพไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนดำเนินการต่อไป

>> ปคม. ลุยจับร้านคาราโอเกะ แฝงขายบริการ มีเด็กนั่งดริ๊งก์ดื่มกับลูกค้า ก่อนพนักงานสาวจะเสนอราคา

20.20 น. ปคม. นำกำลังเข้าจับกุม นางทิน (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ข้อหา เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมจับกุม น.ส.สาธินี อายุ 21 ปี ข้อหา ติดต่อ ชักชวน หรือรบเร้าบุคคลในที่สาธารณะเพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน โดยจับกุมได้ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง หมู่ 6 ต.พุขาม อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า ร้านคาราโอเกะดังกล่าวลักลอบค้าประเวณี มีพนักงานสาวให้บริการลูกค้าในลักษณะล่วงเกินร่างกายได้ในที่สาธารณะ จึงจัดชุดสืบสวนแฝงตัวเข้าไปใช้บริการ พบว่าร้านดังกล่าวเป็นคาราโอเกะมีเด็กดริ๊งก์นั่งดื่มกับลูกค้า คิดค่าบริการชั่วโมงละ 100 บาท

ระหว่างปฏิบัติการหญิงสาวหนึ่งในพนักงาน ได้มาเสนอขายบริการทางเพศให้เจ้าหน้าที่ในราคา 1,500 บาท โดยแจ้งว่าเงินจะแบ่งให้ทางร้าน 300 บาท ส่วนตนจะได้รับ 1,200 บาท เจ้าหน้าที่จึงตอบตกลง พร้อมส่งมอบธนบัตรล่อซื้อ 2,000 บาท ให้พนักงานสาวดังกล่าว ซึ่งนำเงินไปส่งต่อให้ นางทิน (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ผู้ดูแลร้านเก็บรักษาไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุเตย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
 

ข่าวยอดนิยม