วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01:03
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 คดีลอบยิง อส. อ.ตากใบ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 จำเลย
(13 กุมภาพันธ์ 2569) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้นัดอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในคดีหมายเลขดำ อ.875/2567 โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายมาหะมะ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 และนายอัสลา (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าว จำเลยทั้งสองถูกฟ้องในความผิดฐานก่อการร้าย ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธเพื่อก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ปล้นทรัพย์ ฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและวัตถุระเบิด
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน อำเภอตากใบ เสียชีวิต จำนวน 2 นาย และปล้นอาวุธปืนประจำกาย จำนวน 2 กระบอก เหตุเกิดบริเวณใกล้โรงเรียนวัดสิทธิสารประดิษฐ์ (วัดโคกยาง) หมู่ที่ 5 ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง “จำคุกตลอดชีวิต” เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งให้การยอมรับว่ามีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับผู้ร่วมก่อเหตุ และได้ช่วยเหลือผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บหลบหนีออกนอกประเทศไปยังประเทศมาเลเซีย
ส่วนจำเลยที่ 2 ปรากฏพยานหลักฐานว่า ก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน ได้รับคำสั่งผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารส่วนตัวจากผู้สั่งการ ให้ไปตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองครู เพื่อเตรียมการก่อเหตุในคดีดังกล่าว
ศาลจึงพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ระหว่างฎีกา
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานด้านความมั่นคงในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา และแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหากพบเห็นบุคคลหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านท่าน รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
แม่ทัพภาคที่4
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า