หน้าแรก > ภูมิภาค

กรมอุทยานฯ เผยความคืบหน้าการบริหารจัดการ "ปลอกคอวิทยุติดตามตัวช้างป่า" มุ่งสร้างสมดุลงานวิจัยและสวัสดิภาพสัตว์

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10:28 น.


11 กุมภาพันธ์ 2569 - นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการอุปกรณ์ติดตามตัวสัตว์ป่า ตามข้อสั่งการของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยเน้นย้ำว่า ขณะนี้อธิบดีฯ ได้มีคำสั่งชัดเจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ "ปลดปลอกคอวิทยุติดตามตัวช้างป่า" (GPS Collar) ที่สิ้นสุดระยะเวลาการเก็บข้อมูล หรือบรรลุวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังแล้ว เพื่อให้ช้างป่าสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามพฤติกรรมธรรมชาติได้อย่างอิสระตามหลักสวัสดิภาพสัตว์อย่างเคร่งครัด

สำหรับข้อมูลเชิงวิชาการของการติดปลอกคอวิทยุติดตามตัว (GPS Collar) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน กรมอุทยานฯ ได้จำแนกการดำเนินงานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

(1) ปี พ.ศ. 2562 สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ดำเนินการติดปลอกคอช้างป่าจำนวน 6 ตัว เพื่อศึกษาเส้นทางการเคลื่อนที่และพฤติกรรมการหากิน สถานะปัจจุบัน ดำเนินการนำออกครบทั้งหมดแล้ว

(2) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ดำเนินการติดเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและเฝ้าระวังป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิกัดได้ก่อนช้างเข้าสู่ชุมชน รวมทั้งสิ้น 37 ตัว สถานะปัจจุบัน ถอดออกแล้ว 33 ตัว ยังคงติดอยู่ 2 ตัว และอยู่ระหว่างติดตามเพื่อดำเนินการอีก 2 ตัว

(3) ปี พ.ศ. 2567 โครงการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 5 ตัว สถานะปัจจุบัน ถอดออกแล้ว 1 ตัว (พลายมะม่วง) และคงเหลืออีก 4 ตัว ได้แจ้งให้ทีมวิจัยดำเนินการถอดแล้วหลังจากเสร็จงานวิจัย และทราบว่ากำลังอยู่ระหว่างการเข้าไปถอด

นายสุขี บุญสร้าง อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากปลอกคอจะถูกส่งผ่านสัญญาณดาวเทียมมายังเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ในทุกชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิสภาพแวดล้อม พฤติกรรมการใช้พื้นที่ ความลาดชันของภูมิประเทศ ทิศทางความเร็วในการเคลื่อนที่ ไปจนถึงการประเมินปริมาณอาหารที่ช้างบริโภคในแต่ละวัน

"ข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่ามหาศาลต่อการทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของช้างป่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนามาตรการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง"

นายสุขี ระบุว่า ข้อมูลเส้นทางของโขลงช้างจะถูกส่งต่อให้ชุดเฝ้าระวังทันที ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดที่ช้างหากินได้อย่างแม่นยำ เพื่อสกัดกั้นก่อนเข้าพื้นที่เกษตรกรรม ช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ยังเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในระยะยาวว่า "การติดปลอกคอในพื้นที่ป่าตะวันออก ขณะนี้แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อการเฝ้าระวังในสภาวะที่คนกับช้างยังไม่สามารถแยกจากกันได้อย่างสมบูรณ์ แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์ว่าช้างต้องการอะไร เส้นทางไหนที่เขาคุ้นเคย เพื่อที่กรมฯ จะได้วางแผนจัดการพื้นที่ป่าให้เหมาะสม มีแหล่งน้ำแหล่งอาหารที่เพียงพอในป่า เพื่อดึงดูดให้ช้างกลับคืนสู่บ้านที่ปลอดภัยและไม่ต้องออกมาหากินในพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นทางออกที่ยั่งยืนที่สุด"

"กรมอุทยานฯ ไม่ได้มองว่าช้างเป็นเพียงตัวเลขหรือวัตถุทางวิทยาศาตร์ เรามีความห่วงใยในสวัสดิภาพของช้างทุกตัว แต่เราก็มีหน้าที่รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของประชาชนเช่นกัน ปลอกคอวิทยุติดตามตัวช้างจึงเป็นเครื่องมือประสานประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย และที่สำคัญที่สุด เมื่อเราได้ข้อมูลครบตามเป้าหมายแล้ว จะมีการดำเนินการปลดปลอกคอออกทันทีตามนโยบายของท่านอธิบดี เพื่อไม่ให้ช้างต้องแบกรับภาระอุปกรณ์นานเกินความจำเป็น"

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ขอให้ทุกภาคส่วนมั่นใจว่า การปฏิบัติงานในปัจจุบันคือการแสวงหาจุดสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างการอนุรักษ์ให้ช้างมีความสุขตามวิถีธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยกรมฯ จะยึดถือหลักการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ มีเหตุผล และเคารพในจิตวิญญาณความเป็นสัตว์ป่าเสมอ.

สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า Wildlife Conservation Office, Thailand

ข่าวยอดนิยม