หน้าแรก > ต่างประเทศ

WHO ชี้ 'มะเร็ง' ทั่วโลกถึง 40% สามารถป้องกันได้

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17:23 น.


เจนีวา/ลียง, 4 ก.พ. (ซินหัว) -- การวิเคราะห์ระดับโลกครั้งใหม่ที่ดำเนินการโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ ระบุว่ามะเร็งทั่วโลกมากถึงร้อยละ 40 สามารถป้องกันได้ โดยการศึกษามุ่งตรวจสอบปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ 30 รายการ ทั้งการใช้ยาสูบและแอลกอฮอล์ ดัชนีมวลกายสูง การขาดกิจกรรมทางกาย มลพิษทางอากาศ รังสีอัลตราไวโอเลต และเป็นครั้งแรกที่นับรวมการติดเชื้อ 9 ชนิดที่เป็นปัจจัยเสี่ยงก่อมะเร็ง

การวิเคราะห์ประเมินว่าร้อยละ 37 ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในปี 2022 หรือราว 7.1 ล้านราย เชื่อมโยงกับสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ ซึ่งผลการค้นพบดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพมหาศาลของมาตรการป้องกันในการลดผลกระทบจากโรคมะเร็งทั่วโลก

รายงานที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ เมดิซิน (Nature Medicine) ระบุว่าการวิเคราะห์ข้อมูลจากประเทศ 185 แห่งและมะเร็ง 36 ชนิด พบว่ายาสูบเป็นสาเหตุสำคัญที่สามารถป้องกันได้ของโรคมะเร็งทั่วโลก คิดเป็นร้อยละ 15 ของผู้ป่วยรายใหม่ทั้งหมด รองลงมาคือการติดเชื้อและการบริโภคแอลกอฮอล์

มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็ง 3 ชนิดที่ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของกรณีผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดที่สามารถป้องกันได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยมะเร็งปอดส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่และมลพิษทางอากาศ มะเร็งกระเพาะอาหารส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไฟโลไร (Helicobacter Pylori) และมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดมีสาเหตุหลักจากเชื้อเอชพีวี (HPV)

อังเดร อิลบาวี หัวหน้าทีมควบคุมโรคมะเร็งขององค์การฯ กล่าวว่านี่เป็นการวิเคราะห์ระดับโลกครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงโรคมะเร็งมาจากสาเหตุที่คนเราสามารถป้องกันได้มากเพียงใด การศึกษารูปแบบและแนวโน้มในประเทศและกลุ่มประชากรที่หลากหลายช่วยให้สามารถจัดทำข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนทั้งภาครัฐและประชาชนป้องกันกรณีการป่วยมะเร็งจำนวนมากตั้งแต่ก่อนป่วย

รายงานระบุว่าสัดส่วนของมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ในผู้ชายนั้นสูงกว่าผู้หญิงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ป่วยมะเร็งผู้ชายรายใหม่ร้อยละ 45 เป็นกรณีที่สามารถป้องกันได้ เมื่อเทียบกับร้อยละ 30 ในผู้หญิง

สำหรับผู้ชาย การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุก่อมะเร็งราวร้อยละ 23 ในผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั้งหมด ตามด้วยการติดเชื้อ (ร้อยละ 9) และการดื่มแอลกอฮอล์ (ร้อยละ 4) ขณะที่ในผู้หญิงทั่วโลก การติดเชื้อเป็นสาเหตุก่อมะเร็งร้อยละ 11 ในผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ ตามด้วยการสูบบุหรี่ (ร้อยละ 6) และภาวะดัชนีมวลกายสูง (ร้อยละ 3)

องค์การฯ ระบุว่าผลการศึกษานี้ย้ำความจำเป็นของกลยุทธ์การป้องกันที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งรวมถึงมาตรการควบคุมยาสูบที่เข้มงวด การควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อที่ก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น ไวรัสเอชพีวีและไวรัสตับอักเสบบี การปรับปรุงคุณภาพอากาศ สถานที่ทำงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น และการสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารและการออกกำลังกายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม