หน้าแรก > ภูมิภาค

CIB เปิดยุทธการ "ล่า ล้าง เงา" ปิดคดีอุ้มเรียกค่าไถ่

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21:15 น.


วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และชุดหนุมาน ร่วมตำรวจภูธรภาค 9 เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นและบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อถอนรากถอนโคนกลุ่มอิทธิพลมืด "คดีอุ้มเรียกค่าไถ่" โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย

1. นายสุ (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี  ผู้ต้องหาคดี กรรโชก,ค่าไถ่, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง  โดยจับกุมได้ที่โรงแรมใน จ.กระบี่

2. นายเช (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี  ผู้ต้องหาคดีเรียกค่าไถ่, ร่วมกันกรรโชก, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง เช่นกัน โดยจับกุมได้ที่ โรงแรมใน จ.กระบี่ เช่นกัน

3. นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี  ผู้ต้องหาคดีเรียกค่าไถ่, กรรโชก, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง โดยจับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.กันตัง จ.ตรัง

4. น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี คดีเดียวกัน และจับกุมได้ที่บ้านพัก ใน  อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

5. นายจิ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี  โดนจับคดีเดียวกัน โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก ใน อ.เมือง จ.ตรัง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่พบศพ นายสุรศักดิ์ อายุ 22 ปี สภาพถูกยิงเสียชีวิตบริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ริมถนนเลียบเขาจิงโจ้ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง ซึ่งจากการสอบสวน มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ตายถูกลักพาตัวมากักขังเพื่อเรียกค่าไถ่ จากกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี คาดว่ามีความขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจเงินกู้นอกระบบและการทวงหนี้ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุมีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง

จากการสืบสวนพบว่าผู้ตายถูกกลุ่มอิทธิพลลักพาตัวมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วนำมากักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ในพื้นที่จังหวัดตรังเพื่อเรียกเงินค่าไถ่จากครอบครัว  คาดว่ามีความขัดแย้งเกี่ยวกับธุรกิจเงินกู้นอกระบบและการทวงหนี้ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุมีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงปิดล้อมตรวจค้นรวม 11 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ตรัง, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ เพื่อจับกุมทีมอุ้มเรียกค่าไถ่กลุ่มนี้ ผลการปฏิบัติในปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับที่เกี่ยวข้องกับคดีอุ้มเรียกค่าไถ่นายสุรศักดิ์ฯ จำนวน 5 รายได้ทั้งหมด ทำการตรวจยึด ได้แก่
1) กลุ่มอาวุธและกระสุน
2) กลุ่มยานพาหนะ 
3) หลักฐานอื่นๆ ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสารโทรศัพท์มือถือรวม 13 เครื่อง ,สมุดบัญชีธนาคารรวม 6 เล่ม เงินสดจำนวนกว่า 1 ล้านบาท และชุดเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุเพื่อส่งตรวจพิสูจน์

เบื้องต้นผู้ต้องหาตามหมายจับทุกคนยังคงให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งมอบให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ข่าวยอดนิยม