หน้าแรก > ภูมิภาค

ไฟลามทุ่งนครนายกแล้วกว่า 13,000 ไร่ ผู้ว่าฯ "ชัชชาติ" เตือนลมพัดกลุ่มควันเข้า กทม.

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 09:43 น.


ไฟลามทุ่งนครนายกแล้วกว่า 13,000 ไร่  ผู้ว่าฯ "ชัชชาติ" เตือนลมพัดกลุ่มควันเข้า กทม. ฝั่งหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง และคลองสามวา ได้รับผลกระทบเป็นพื้นที่แรก ค่าฝุ่นสูง

28 มกราคม 2569 มีรายงานเมื่อช่วงเย็น วันที่ 27 ม.ค. 2569 ปภ.จังหวัดนครนายก ระดมกำลังขอความร่วมมือรถน้ำจากทุก อบต.ในจังหวัดนครนายก และกู้ภัยร่วมกตัญญในพื้นที่ นำรถน้ำและกำลังพล ช่วยกันสกัดไฟลามทุ่งที่กำลังลุกลามในพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก มีบางส่วนเริ่มใกล้เข้าสู่บ้านเรือนประชาชน 

นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ประชุมพร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ปภ.จังหวัดนครนายก นายอำเภอปากพลี ผู้กำกับสภ.ปากพลี พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายตำบล กู้ภัยในจังหวัดนครนายก และเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช วางแผนงานและกระจายการทำงานในการควบคุมเพลิง

พร้อมระยุว่า เหตุการณ์นี้ เกิดจากกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่มีความเห็นแก่ตัวเผาที่นา พร้อมกำชับและฝากผู้กำกับ สภ.ปากพลี ให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาให้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าฉีดน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงโดยรอบ และทำแนวกันไฟที่อาจจะลุกลามไปยังพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เวรยาม ควบคุมดูแลสถานการณ์

ขณะที่เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. เวลา 20.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยระหว่างการถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้มีกลุ่มควันจากพื้นที่ทางทิศตะวันออกเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกิดการสะสม และมีแนวโน้มที่ค่าฝุ่นจะเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงค่ำวันนี้เป็นต้นไป
สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศปิด โดยระดับการยกตัวของอากาศต่ำกว่า 2,000 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เอื้อต่อการระบายมลพิษ ประกอบกับมีการเผาขนาดใหญ่ในจังหวัดใกล้เคียงทางทิศตะวันออกในช่วงบ่าย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 13,000 ไร่ ทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่ราว 1,700 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด

นอกจากนี้ ทิศทางลมตะวันออกเฉียงเหนือได้พัดพากลุ่มควันดังกล่าวเข้าสู่กรุงเทพมหานครโดยตรง ส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก อาทิ เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง และคลองสามวา ได้รับผลกระทบเป็นพื้นที่แรก โดยค่าฝุ่นเริ่มปรับขึ้นอยู่ในระดับสีแดง ขณะที่พื้นที่ฝั่งธนบุรียังได้รับผลกระทบน้อยกว่า ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เสนอส่งรถดับเพลิงเข้าไปสนับสนุนการควบคุมสถานการณ์เผาในพื้นที่แล้ว แต่ได้รับแจ้งว่ามีอุปกรณ์เพียงพอ

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ คาดว่ากลุ่มฝุ่นจะปกคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครตลอดทั้งคืน เนื่องจากอากาศยังคงปิด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มีแนวโน้มจะดีขึ้นในช่วงสายของวันรุ่งขึ้น เมื่ออัตราการระบายอากาศปรับตัวดีขึ้น

กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด โดยงดหรือจำกัดกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก พร้อมสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา หากมีอาการรุนแรงให้รีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้ที่ แอปพลิเคชัน AirBKK เว็บไซต์ www.airbkk.com เว็บไซต์ greener.bangkok.go.th รวมถึงช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานครและสำนักสิ่งแวดล้อม กทม.

ขณะที่ เช้านี้ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 07:00 น.

ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 55.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) 12 อันดับ ของค่าฝุ่นPM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

1 เขตหนองจอก 80.8 มคก./ลบ.ม.
2 เขตมีนบุรี 77.3 มคก./ลบ.ม.
3 เขตคลองสามวา 76.5 มคก./ลบ.ม.

ที่มาภาพจาก ที่นี่ นครนายก

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม