หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 มกราคม 2569

วันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 04:41 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 มกราคม 2569

>> สกัดจับคนร้ายปล้นทรัพย์ชาวจีนได้ทรัพย์สินหลายรายการ

06.17 น. คนร้ายจำนวน 3 คน จำได้ เป็นผู้หญิง 1 คน สวมเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้น, เป็นผู้ชาย 2 คน สวมเสื้อสีดำ ใช้อาวุธปืน ก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหายเป็นชาวจีน ได้ทรัพย์สินเป็น โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ยี่ห้อ ไอโฟน รุ่น 13 และ รุ่น 16, คอมพิวเตอร์โนตบุค 1 เครื่อง และ เงินสด 50,000 บาท บริเวณหมู่บ้านกลางเมืองฯ ถนนนประชานิเวศน์ 1 หลังก่อเหตุ ใช้ยานพาหนะ เป็นรถนั่งส่วนบุคคล สีขาว ทะบเบียนจำได้แค่ 2830 นครปฐม หลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง พื้นที่ สน.ประชาชื่น

>> 3 ก.พ. 69 พิธีบรรจุอัฐิทหารกล้า สดุดีวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา

11.00 น. พล.อ.ณัฐพล เผย วันทหารผ่านศึก 3 ก.พ.นี้ เตรียมจัดพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียสละชีวิต ระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เบื้องต้นจำนวน 4 นายก่อน พร้อมเดินพาเหรดทหารผ่านศึก–วางพวงมาลา

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่จะมีพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียสละชีวิต ระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เบื้องต้นจำนวน 4 นาย ประกอบด้วย

1. พล.ต.อโณทัย ป้องแก้ว เป็นการเชิดชูเกียรติวีรบุรุษปราสาทตาควาย ในขณะปฏิบัติหน้าที่สู้รบบริเวณเนิน 350

2. พ.ต.อัมรินทร์ ผาสุข เชิดชูเกียรติวีรบุรุษกระดูกเหล็กพื้นที่สู้รบปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

3. ร.ต.ธนภัทร นันทะวงศ์ ปฏิบัติหน้าที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว

4. ร.ต.ทิวตะวัน พลเยี่ยม ปฏิบัติหน้าที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว

โดยกำหนดการจัดพิธีดังกล่าวในวันที่ 3 ก.พ. 2569 เวลา 07.20 น. หลังจากนั้นจะมีพิธีจุดตะเกียงตามประทีป และสักการะอัฐิ พร้อมเดินขบวนพาเหรดทหารผ่านศึกจากองค์การทหารผ่านศึกไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมวางพวงมาลา เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของทหารผ่านศึกทุกนาย

>> คนร้ายถือปืนบุกเดี่ยวพยายามชิงทรัพย์ร้านทอง ยิงปืนเปิดทางหลบหนี

12.10 น. พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุพยายามชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนที่ห้างจำหน่ายทอง บ้านหนองปรือ หมู่ 1 ต.โพธิ์กลาง จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนหนองปรือ-หนองไผ่ เยื้องสี่แยกตลาดหนองปรือ พบร่องรอยรอยกระจกตู้โชว์แตกเสียหาย และปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกหล่น 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานสำคัญ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และคนร้ายไม่ได้ทองคำไป

จากการสอบสวนพนักงานขาย ที่เผชิญหน้าคนร้าย เล่าว่า มีชายรูปร่างสันทัดสวมชุดหมีสีดำ ปิดบังใบหน้าด้วยหมวกนิรภัย และถุงมือมิดชิด เดินเข้ามาภายในร้าน พร้อมชักอาวุธปืนพกสั้นข่มขู่ประกาศว่า “มาปล้น ต้องการแค่ทอง ไม่ต้องการทำร้ายใคร” พร้อมสั่งให้ยกถาดทองมาให้ทั้งหมด ตนจึงพยายามตั้งมีสติพูดคุยยื้อเวลาและอาศัยจังหวะวิ่งไปกดสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน ทำให้คนร้ายลนลานใช้อาวุธปืนยิงใส่ผนังโชว์ทอง 1 นัด เพื่อข่มขู่และเปิดทางหนี จึงรู้เป็นปืนจริง ไม่ใช่ปืนปลอมตามที่คิดในตอนแรก ส่วนคนร้ายรีบออกไป โดยไม่ได้ทรัพย์สินติดมือไปแม้แต่ชิ้นเดียว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> 191 รวบสิบล้อใจกล้า ซิ่งหนีตำรวจตกคลอง ซุกยาบ้าเกือบ 5 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท

14.45 น.ตำรวจสายตรวจ 191 ร่วมกับ ผู้บังคับหน่วยข่าวกรองทางทหาร สนับสนุนกองทัพภาค ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ หลังสกัดจับรถบรรทุกสิบล้อซุกยาบ้าจำนวนมหาศาล คนขับไหวตัวทัน พยายามขับรถหลบหนี ก่อนเสียหลักตกลงคลองมหาราช จ.ลพบุรี พบของกลางยาบ้ากว่า 4.79 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลงมายังพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อแบบกระบะคอก เป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าติดตามตั้งแต่พื้นที่ จ.นครสวรรค์ กระทั่งพบรถต้องสงสัยเปลี่ยนเส้นทางจากถนนหลักเข้าสู่เส้นทางเปลี่ยวบริเวณริมคลองมหาราช ต.หัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นจุดนัดส่งมอบยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่คนขับพยายามเร่งเครื่องหลบหนี ก่อนเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง จับนายเอ (นามสมมติ) อายุ 41 ปี พร้อมยาบ้า ประมาณ 4,790,000 เม็ด นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถบรรทุกสิบล้อ และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องไว้เป็นของกลาง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.สายตรวจ บก.สปพ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

>> คุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุยิงเด็กวัย 13 เสียชีวิต ฝากขังหลังศาล แจ้งข้อหาหนักร่วมกันฆ่าผู้อื่น

15.30 น. จากรณีกลุ่มวัยรุ่นกอเหตุยิงเด็กชายวัย 13 ปี เสียชีวิตภายในพื้นที่ชุมชนร่วมใจพัฒนาใต้ บริเวณเชิงสะพานข้ามคลอง ถนนซอยพหลโยธิน 57 ก่อนที่เมื่อคืนวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล ร่วมกับตำรวจสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน สามารถติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ครบทั้ง 13 คน และเชิญตัวมาสอบสวน พร้อมประสานงานกับครอบครัวของผู้ต้องสงสัยพบว่าผู้ต้องสงสัยทั้งหมดมีอายุระหว่าง 14–18 ปี แบ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 5 คน และ ผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปี จำนวน 8 คน โดยเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยให้การยอมรับว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุ พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานและได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญารัชดา เพื่อขอออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น

จนกระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุได้จำนวน 3 กระบอก และตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในวันเกิดเหตุได้จำนวน 6 คัน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 13 ราย ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> จับแล้วแม่บ้านสาวโหด ฆ่ายาย 79 ปี จนมุมที่ลาว ตร.เร่งประสานออกหมายแดง เพื่อส่งตัวกลับไทยดำเนินคดี

16.20 น. จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญ เมื่อแม่บ้านสาวชาวลาว ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย นายจ้างหญิง ยาย 79 ปี อดีตครูเกษียณ จนถึงแก่ความตาย ภายในบ้านพักย่านนวมินทร์ เขตบึงกุม เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหลบหนีข้ามไปยัง สปป.ลาว ในเวลาต่อมาเพจโซลเซี่ยลมีเดีย ของ สปป.ลาว ได้ เผยแพร่ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวแม่บ้านรายนี้ได้แล้ว ที่บ้านหนองบัว เมืองและแขวงจำปาสัก ซึ่งเป็นบ้านของผู้ก่อเหตุ

ล่าสุดวันที่ 24 มกราคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ตำรวจของ สปป.ลาว เจอตัว แม่บ้านรายนี้ แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าไปเชิญตัวไปที่สถานีตำรวจของท้องที่ แต่ทางการของ สปป.ลาว ยังไม่ควบคุมตัวให้ เนื่องจากหมายจับที่มีเป็นหมายจับของตำรวจไทย รอให้มีหมายแดงของตำรวจสากลเสียก่อนจึงจะควบคุมตัวให้ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ สน.บึงกุ่ม รีบส่งหมายจับไปยังกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำการส่งหมายจับไปยังอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดง ก่อนประสานนำตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในไทย

>> ผบช.น. เผยคดีสาว 18 แจ้งความเอาผิด “ทนายแก้ว” เดินหน้าตามขั้นตอน ย้ำให้ความเป็นธรรม 2 ฝ่าย

17.00 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีสาว 18 ปีแจ้งความเอาผิด ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ในข้อหากระทำอนาจารว่า ในส่วนเรื่องการสอบสวนฝ่ายผู้เสียหายได้นัดหมายเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ สน.วังทองหลางเรียบร้อย และได้มีการจัดเตรียมพนักงานสอบสวนหญิงไว้ ตามที่ผู้ปกครองและผู้เสียหายร้องขอ ซึ่งกรณีที่เป็นคดีเกี่ยวกับผู้หญิงทางตำรวจได้เตรียมพนักงานสอบสวนหญิงไว้รองรับอยู่แล้ว เนื่องจากบางเรื่องผู้หญิงอาจไม่กล้าให้การกับพนักงานสอบสวนชาย ซึ่งต้องรอยืนยันวันเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนเรื่องของคดีก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน และต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามว่าจะมีการพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับทนายดังหรือไม่ พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจจะมีการออกหมายเรียกก่อน ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนขั้นตอน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดต้องรอสอบปากคำทางผู้เสียหายก่อน

เมื่อถามว่าการแถลงข่าวของทนายแก้ว เป็นการรับผิดส่วนหนึ่ง และตำรวจจะนำมาประกอบการสอบสวนหรือไม่ พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ทางตำรวจรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานในเรื่องการสอบสวนด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้ทางผู้ถูกกล่าวหาก็คงจะเข้ามาให้การกับทางพนักงานสอบสวน

>> เครนยกบ้านน็อกดาวน์ ร่วงทับบ้านที่อยู่ติดกันพังยับ

18.20 น. คลิปวิดีโอที่บันทึกไว้โดยชาวบ้านคนหนึ่ง เปิดเผยนาทีขณะที่มีการยกบ้านน็อกดาวน์ ภายในซอยกลางเมือง 9 เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยรถเครนได้ยกบ้านน็อกดาวน์น้ำหนักกว่า 1 ตัน ลงจากรถบรรทุก โดยได้ยกข้ามสายไฟฟ้าแรงสูงกว่า 10 เมตร เพื่อเตรียมมาวางไว้ในพื้นที่บ้านที่มีการปรับพื้นที่ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นขณะที่บ้านน็อกดาวน์ที่อยู่เกือบปลายรถเครน รับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้บ้านน็อกดาวน์ตกใส่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดกับไซด์งาน พร้อมกับรถเครนที่ถูกบ้านน็อกดาวน์ ได้พลิกตามไปด้วย หลังจากนั้นผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งผู้ควบคุมงานได้วิ่งเข้าไปภายในบ้านหลังที่ถูกบ้านน็อกดาวน์หล่นใส่ พร้อมกับตะโกนถามหาคนที่อยู่ภายในบ้าน จนกระทั่งมีเสียงคนในบ้านตอบรับออกมา ก่อนที่จะช่วยกันงัดหน้าต่าง พาชายที่ติดในบ้านออกมาได้อย่างปลอดภัย

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบบ้านที่เสียหาย บ้านที่เกิดเหตุ ซอยกลางเมืองซอย 9 ถนนกลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยสภาพบ้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ถูกบ้านน็อกดาวน์ตกใส่บ้านเสียหายครึ่งหลัง สิ่งของมีค่าเสียหายจนไม่สามารถที่จะอาศัยได้

ข่าวยอดนิยม