หน้าแรก > อาชญากรรม

ตร.191 จับรถสิบล้อซิ่งหนี ก่อนเสียหลักตกคลอง พบซุกยาบ้าเกือบ 5 ล้านเม็ด

วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 20:04 น.


191 รวบสิบล้อใจกล้า ซิ่งหนีตำรวจตกคลอง ซุกยาบ้าเกือบ 5 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท

วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 14.45 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ รอง ผบก.สปพ.,พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจ, ตำรวจสายตรวจ 191 ร่วมกับ พ.อ.สุริยา ทองเพชร ผู้บังคับหน่วยข่าวกรองทางทหาร สนับสนุนกองทัพภาค พ.อ.ปรเมษฐ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บังคับส่วนปฏิบัติการข่าว หน่วยข่าวกรองทางการทหาร ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก

แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ หลังสกัดจับรถบรรทุกสิบล้อซุกยาบ้าจำนวนมหาศาล คนขับไหวตัวทัน พยายามขับรถหลบหนี ก่อนเสียหลักตกลงคลองมหาราช จ.ลพบุรี พบของกลางยาบ้ากว่า 4.79 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท

ปฎิบัติการดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลงมายังพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อแบบกระบะคอก เป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าติดตามตั้งแต่พื้นที่ จ.นครสวรรค์

กระทั่งช่วงเที่ยงของวันที่ 22 มกราคม 2569 พบรถต้องสงสัยเปลี่ยนเส้นทางจากถนนหลักเข้าสู่เส้นทางเปลี่ยวบริเวณริมคลองมหาราช ต.หัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นจุดนัดส่งมอบยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่คนขับพยายามเร่งเครื่องหลบหนี ก่อนเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 41 ปี พร้อมตรวจพบกระสอบบรรจุยาบ้าตกกระจายจากท้ายรถและลอยอยู่ในคลอง รวมจำนวน 21 กระสอบ นับได้ประมาณ 4,790,000 เม็ด นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถบรรทุกสิบล้อ และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องไว้เป็นของกลาง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.สายตรวจ บก.สปพ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.วรวิทย์ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายหนึ่งได้ในพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยพบว่ารถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดมีการอำพรางด้วยการขนส่งสินค้าพืชผลทางการเกษตรร่วมมาด้วย เช่น ขิง รวมถึงสินค้าพื้นฐานอื่น เช่น ข้าวโพดหรือข้าวสาร เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวจะมีจุดพักยาในพื้นที่ภาคกลาง ก่อนกระจายเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งที่ผ่านมามักถูกตรวจพบและจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักก่อนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ

ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง ผอ.ศอ.ปส.บช.น. กล่าวว่าเจ้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทุ่มเทติดตามเครือข่ายดังกล่าวมาตลอด เพื่อสกัดและยับยั้งไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ภาคกลางของประเทศซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชนเยาวชนและสังคม หากประชาชนท่านใด พบเห็น หรือมีเบาะแส เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย หรือพบการมั่วสุม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือโทรศัพท์สายด่วน 191

 

ข่าวยอดนิยม