วันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 16:22 น.
"ทนายแก้ว" แสดงสปิริต ยื่นลาออกทุกตำแหน่งในสภาทนายความ
23 มกราคม 2569 จากกรณีที่มีการเปิดเผยเรื่องราวของนาย มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับหญิงสาววัย 18 ปี 4 เดือน ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้านตัดสูท ทำให้พ่อของผู้เสียหาย โพสต์ข้อความระบายความในใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนต่อมาทนายแก้วได้ออกมาเคลื่อนไหว ด้วยการโพสต์ขอโทษครอบครัว แต่ยังไม่ประสงค์จะให้รายละเอียด เพราะอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน และบานปลาย รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณี
ล่าสุด ทนายแก้ว ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า มายื่นหนังสือลาออก ต่อนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ผอ.สำนักฝึกอบรม จากตำแหน่งกรรมการอำนวยการเพื่อเป็นการแสดงสปิริตและไม่อยากให้สภาทนายได้รับความเสียหาย
ด้านนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อกรณีที่เกี่ยวข้องกับทนายแก้ว (ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล) สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่เพียงการตอบคำถามเฉพาะหน้า หากแต่คือการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมโดยรวม
เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และเพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและปราศจากข้อกังขา ทนายแก้ว หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบในส่วนของบุคคล มิใช่การยุติหรือชี้ขาดข้อเท็จจริงใด ๆ แต่อย่างใด
ในส่วนของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังคงยึดมั่นในหลักการสำคัญว่า ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม และไม่มีผู้ใดควรถูกตัดสินก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏครบถ้วน ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาตามขั้นตอนและระเบียบที่กำหนดไว้ โดยจะดำเนินการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ
บทบาทของนายกสภาทนายความในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่การชี้นำผลหรือแสดงความเห็นแทนกระบวนการ แต่คือการทำหน้าที่รักษามาตรฐานขององค์กร คุ้มครองความศรัทธาของประชาชนต่อวิชาชีพทนายความ และประคับประคองให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไปอย่างมั่นคง
สภาทนายความขอเรียนย้ำว่า ความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ ไม่ได้เกิดจากการปกป้องกันเอง แต่เกิดจากความกล้าที่จะยืนอยู่บนกติกาเดียวกัน และยอมให้กระบวนการทำหน้าที่ของมันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อการตรวจสอบได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และข้อเท็จจริงปรากฏครบถ้วน สภาทนายความจะได้แถลงแนวทางการดำเนินการให้พี่น้องประชาชนและทนายความทั่วประเทศได้รับทราบต่อไป
