วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 19:56 น.
วันที่ 19 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3) นำกำลังเข้าจับกุม ชาย อายุ 34 ปี พร้อมด้วยของกลาง ได้แก่ อาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 8 นัด และ อาวุธปืนแรงดันดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก จับกุมได้บริเวณริมบึงพลานชัย ถนนสุนทรเทพ ต.ในเมือง อ.เมืองร้องเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก สายตรวจไซเบอร์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้ตรวจสอบพบกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะกลุ่มหนึ่งซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มจำนวนมาก มีพฤติกรรมลักลอบโพสต์ซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มดังกล่าวเพื่อเฝ้าตรวจดูพฤติกรรม ต่อมาพบผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว จึงทดลองติดต่อพูดคุยจนสามารถตกลงซื้อขายอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ในราคา 50,000บาท และได้นัดหมายส่งมอบของกัน บริเวณริมบึงพลานชัย ถนนสุนทรเทพ ต.ในเมือง อ.เมืองร้องเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด
กระทั่งวันที่ 19 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำกำลังวางแผนเข้าจับกุมกรณีดังกล่าว โดยได้วางกำลังแฝงตัวอยู่โดยรอบบริเวณนัดหมาย เมื่อถึงเวลานัดหมาย ได้มีรถยนต์ สีดำ ทะเบียน จ.ยโสธร ขับเข้ามายังบริเวณที่นัดหมาย แล้วได้โทรศัพท์ให้ผู้ซื้อเข้าไปตรวจสอบอาวุธปืนสินค้าที่เตรียมมา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มอยู่บริเวณใกล้เคียงจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว
ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมตัว ชาย อายุ 34 ปี พร้อมด้วยของกลาง ได้แก่ อาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 8 นัด และ อาวุธปืนแรงดันดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก วางอยู่บริเวณในท้ายรถเก๋งคันที่ขับขี่เข้ามา
จากการสอบถามทราบ ผู้ต้องหายอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า อาวุธปืนดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยตนเองเป็นเจ้าของธุรกิจร้านแจ่วฮ้อนแห่งหนึ่งในภาคอีสาน แต่ปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ขาดสภาพคล่อง จึงตัดสินใจหาอาวุธปืนมาขายในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าว เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในธุรกิจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธติดตัว” ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลไปยังที่มาของอาวุธปืน รวมทั้งผู้ที่ลักลอบขายอาวุธปืนผิดกฎหมายรายอื่นๆผ่านโซเชียล เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป