หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 มกราคม 2569

วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 05:35 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 มกราคม 2569


>> หนุ่มรถบรรทุก หวังปลดหนี้ รับเงิน 6 หมื่น ระหว่าทางหลับในชนท้ายรถปูน ความแตก - ต่างด้าวเถื่อนเจ็บระนาว

06.00 น. ตำรวจ สภ.ควนขนุน พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยควนขนุนกู้ชีพ เร่งเข้าช่วยเหลืออุบัติเหตุบนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาล่องใต้ หมู่ 1 ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อพุ่งชนท้ายรถบรรทุกปูนอย่างแรง ทำให้รถบรรทุก 6 ล้อพังเสียหายหนัก พบชายไทย อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดบึงกาฬ คนขับรถ ได้รับบาดเจ็บที่ขา ส่วนเพื่อนชายไทยอายุ 21 ปี ซึ่งนั่งข้างคนขับได้รับบาดเจ็บติดภายในซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือนานประมาณ 10 นาที ก่อนนำส่งโรงพยาบาล

ตรวจสอบท้ายรถพบลักลอบบรรทุกชาวโรฮิงญา ประมาณ 30 คน มีผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 7 คน และไม่บาดเจ็บอีก 5 คน รวมเด็กเล็ก เจ้าหน้าที่ลำเลียงส่งโรงพยาบาลควนขนุน เบื้องต้นบางรายแขนขาหักผิดรูป และมีชาวโรฮิงญาบางส่วนหลบหนีเข้าป่าข้างทาง คาดว่ามากกว่า 10 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัว

หนุ่มคนขับรถบรรทุก ให้การว่า รับงานผ่านกลุ่มไลน์โดยไม่ทราบลักษณะงาน ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 60,000 บาท ต้องการนำเงินไปช่วยมารดาชำระหนี้ ประมาณ 5–6 แสนบาท ออกเดินทางจากภาคกลางมุ่งหน้าไปอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนเกิดอาการหลับในและประสบอุบัติเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุอุบัติเหตุและขยายผลการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รถนั่งส่วนบุคคลชนคุณป้าวัย 57 ปี เสียชีวิตกลางถนนหมายเลข 340 จ.สุพรรณบุรี

08.49 น. ศูนย์วิทยุสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิต บริเวณแยกทางเข้าอำเภอบางปลาม้า ถนนทางหลวงหมายเลข 340 ช่วงก่อนถึงสหกรณ์การเกษตรบางปลาม้า ในพื้นที่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า วีออส สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพบริเวณด้านหน้ากระจกรถยนต์ แตกยุบเป็นหลุมขนาดใหญ่ ฝากระโปรงรถยุบ สเกิร์ตและกันชนหลุดร่วง

ห่างกันประมาณ 50 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมา นส.ประนอม อายุประมาณ 57 ปี ลักษณะ นอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณพื้นผิวการจราจร สภาพมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย แขนขาและคอหัก ห่างกันพบรองเท้าและหมวกไหมพรม เศษชิ้นส่วนรถตกอยู่บริเวณเลนขวา

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปลาม้า ออกตรวจสอบและบันทึกภาพในจุดเกิดเหตุก่อนมอบหมายให้ หน่วยกู้ภัยเณรแก้ว นำร่างผู้เสียชีวิต ส่งที่ นิติเวชโรงพยาบาลบางปลาม้า เพื่อให้แพทย์ได้ชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับนำกลับไปประกอบพิธีตามทางศาสนาต่อไป


>> ตร.สืบสวนภาค 8 จับมือสันติบาล และชุดสืบสวนโรงพักฉลอง รวบแก๊งชาวรัสเซียลอบค้าเห็ดขี้ควายให้นักท่องเที่ยว

09.30 น. เจ้าหน้าที่ประจำชุดอาชญากรรมข้ามชาติตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจสันติบาลและสืบสวน สภ.ฉลอง นำหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจค้นบ้านเช่าในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 69

จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นเห็ดขี้ควาย บรรจุถุงจำนวน 140 ถุง รวมน้ำหนักราว 10 กก. ภายในบ้านหลังดังกล่าวพบกลุ่มชาวต่างชาติ 2 ราย ซึ่งเป็นผู้เช่าพักอาศัยและเป็นเจ้าของผู้ครอบครองเห็ดขี้ควายดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (เห็ดขี้ควาย) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่มีผู้ต้องหาหญิง 1 ราย หลบหนีไปก่อนหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าจับกุม ซึ่งชุดสืบสวนจะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก บก.สส.ภ.8 ร่วมกับตำรวจสันติบาลภูเก็ต และชุดสืบสวน สภ.ฉลอง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีแก๊งชาวรัสเซียลักลอบขายเห็ดขี้ควาย โดยอ้างตนเป็นกลุ่มบุคคลมีความรู้เรื่องการบำบัดความเครียด โดยใช้วิธีการเสพเห็ดขี้ควายเข้าสู่ร่างกาย และมีความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณ โดยเช่าบ้านและตั้งสำนักอยู่ในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต และมีการเก็บเงินค่าบำบัดและรับลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ

โดยมีลูกค้าบางส่วนเมาเห็ดขี้ควาย และต้องเสียเงินในการบำบัด ทำให้อาจเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และอาจมีการแพร่กระจายไปในงานเทศกาลดนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้นใน จ.ภูเก็ต ด้วย


>> รองนายกฯ สั่งกรมทรัพยากรน้ำลุยเต็มกำลัง รับมือภัยแล้งทั่วประเทศ ย้ำต้องมีน้ำใช้–น้ำกิน–น้ำทำกิน ไม่สะดุด

09.37 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านน้ำในฐานะนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สั่งการกรมทรัพยากรน้ำยกระดับการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ขาดแคลนน้ำอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตร เพื่อบรรเทาผลกระทบและดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้บูรณาการการทำงานของกองวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1–11 ทั่วประเทศ ประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซึ่งครอบคลุมเกือบ 50 ล้านไร่ พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ในทุกมิติ ทั้งการจัดสรรน้ำ การสำรองน้ำ และการให้ความช่วยเหลือเชิงพื้นที่อย่างทันท่วงที

ภายใต้นโยบายดังกล่าว กรมทรัพยากรน้ำได้ระดมจักรกลกว่า 150 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำ 394 เครื่อง ลงพื้นที่ปฏิบัติการ พร้อมจัดตั้งศูนย์ผลิตและบริการน้ำสะอาด 139 จุด จุดแจกจ่ายน้ำ 82 จุด จุดสูบน้ำช่วยเหลือ 245 จุด และอ่างเก็บน้ำสำรอง 65 แห่ง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างทั่วถึง

ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงปัจจุบัน สามารถสูบน้ำช่วยเหลือได้กว่า 3.63 ล้านลูกบาศก์เมตร แจกจ่ายน้ำมากกว่า 900,000 ลิตร ช่วยเหลือประชาชนกว่า 25,000 ครัวเรือน และพื้นที่เกษตรกรรมเกือบ 26,000 ไร่ สะท้อนผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ของการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่


>> ต้นอ้อ – อี้ แทนคุณ พาผู้เสียหายร้อง ตร. ถูกอดีตสามีตำรวจหลอกแต่งงาน คุกคามชีวิต

10.00 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้นอ้อ และอี้ แทนคุณ พาหญิงสาวผู้เสียหายเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกอดีตสามีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นบิดาของยูทูบเบอร์ชื่อดัง หลอกแต่งงาน คุกคามชีวิต และละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง ผู้เสียหายระบุถูกนอกใจ ถูกทำให้ตั้งครรภ์ก่อนถูกบังคับให้ทำแท้ง ถูกข่มขู่ ลักทรัพย์ และแพร่โรคติดต่อ ส่งผลให้ชีวิตและบุตรได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ผู้เสียหายเผยว่าเคยร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วแต่เรื่องเงียบ อีกทั้งเคยถูกพยายามไกล่เกลี่ยจนคำร้องถูกถอน เนื่องจากขาดความรู้ทางกฎหมาย จึงมาร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำว่ากรณีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นพฤติกรรมซ้ำซ้อนที่ละเมิดสิทธิสตรีและต้องได้รับความเป็นธรรม


>> แผ่นหินอ่อนล้มทับ คนงานชาวเมียนมา ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ทางอาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือ แต่สุดยื้อชีวิต

11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง รับแจ้งอุบัติเหตุแผ่นหินอ่อนล้มทับคนงานเสียชีวิต ภายในร้านจำหน่ายและผลิตหินอ่อนแห่งหนึ่งใน ย่านร่มเกล้า ในพื้นที่ เขตลาดกระบัง กทม.

ที่เกิดเหตุเป็นร้านลักษณะอาคารโล่งหลังคาสูง ชั้นเดียว ขายหินอ่อน รับออกแบบตกแต่งและติดตั้ง พบผู้ชาย อายุ 26 ปี ชาวเมียนมา คนงานร้านเกิดเหตุ สภาพศพมีกองแผ่นหินอ่อนทับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและคนงานในร้านได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายแผ่นหินออกอย่างยากลำบากจนสามารถนำร่างออกมาได้ ก่อนประสานทีมกู้ชีพเอราวัณเข้าช่วยเหลือ เบื้องต้นผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทีมกู้ชีพเอราวัณยืนยันการเสียชีวิต

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินเข้าไปในซอกกองหินอ่อน ขณะเดียวกันมีเพื่อนคนงานอีกสองคนอยู่ในพื้นที่ หนึ่งคนกำลังขับรถโฟล์กลิฟต์และอีกคนกำลังยกแผ่นหินอ่อนมาวางซ้อนก่อนที่กองแผ่นหินอ่อนจะล้มลงมาทับร่างผู้ตาย

พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเชิญผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชในพื้นที่รับผิดชอบ ก่อนมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


>> หนุ่มน่านควงปืนแก๊ปออกมายิงไก่ป่า ก่อนลั่นไกเปรี้ยง กระสุนถูกคุณลุงวัย 53 ปี ที่ออกมาหาไข่มดแดงเสียชีวิต จ.แพร่

14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สอง จ.แพร่ ได้รับแจ้งจาก นายพล (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ชาว จ.น่าน พร้อมอาวุธปืนแก๊ป ว่าตนเองออกไปหายิงไก่ในป่า ได้เผลอยิงคนตาย ที่ป่าใกล้อ่างห้วยเป๊าะจุดดอยม่อนป่าซาง หมู่ 1 บ้านลูนิเกตุ ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่ หลังรับแจ้งจึง ประสานสมาคมกู้ชีพกู้ภัยลูนิเกต ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.สอง รุดไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

จุดเกิดเหตุเป็นถนนในป่า 2 ข้างทางเต็มไปด้วยต้นหญ้าและป่าข่าวโพด กลางถนนพบร่าง นายเบิ้ม อายุ 53 ปี ชาว อ.สอง นอนเสียชีวิตเพราะถูกยิงด้วยอาวุธปืนแก๊ป สวมเสื้อแขนยาวสีเขียว กางเกงลายทหาร มีกระบอกน้ำตกอยู่ระหว่างเท้าทั้งสอง มีถุงย่ามใหญ่ภายในบรรจุ กระติ๊บข้าวที่มีรังมดแดงอยู่ คาดว่าผู้ตายออกไปหาสอยมดแดง จากการชันสูตรเบื้องต้น พบรอยกระสุนปืนที่บริเวณหน้าอกและลำคอทะลุท้ายทอย

จากการสอบสวน นายพล มือยิงให้การว่า ตนเองเป็นชาว จ.น่าน มาปลูกกระหล่ำในพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ จากนั้นได้ถือปืนออกมาล่าสัตว์ และหาไก่ป่า ระหว่างดักซุ่มอยู่นั้น ตนเองเห็นอะไรไหวๆ มาตามป่า จึงยิงไป 1 นัด แต่ได้ยินเสียงคนร้องโอ้ย จึงวิ่งออกมาดูพบว่า ตนเองยิงถูกคนที่มาหากินหาของป่าเหมือนกัน จากนั้นจึงได้ขี่รถไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.สอง และมอบตัวดังกล่าว ตนเองไม่ได้ตั้งใจ เพราะคิดว่าเป็นไก่ป่า จึงลั่นไกยิงดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวมือยิงมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นำส่งร่างผู้เสียชีวิตไป ชันสูตรเพิ่มเติมที่ โรงพยาบาลสอง ก่อนนำร่างส่งกลับบ้าน เพื่อให้ญาติทำบุญอุทิศส่วนกุศล ตามประเพณีต่อไป


>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถกระบะ กลางถนนมิตรภาพ มีผู้บาดเจ็บสิบกว่าราย

14.11 น. นายพนม เย็นสบาย นายกเทศมนตรีตำบลม่วงหวาน มอบหมาย สั่งการหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลม่วงหวานออกสนับสนุน อุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บนถนนทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) เส้นทางขอนแก่น - อุดรธานี จุดกลับรถหน้าศูนย์สร้างสระพานน้ำพอง ตำบลกุดน้ำใส อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า HR-V สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ในสภาพมีร่องรอยชนด้านหน้ารถพังเสียหาย และใกล้กัน พบรถกระบะ มาสด้า BT50 สีเทา มีร่องรอยการชนบริเวณด้านข้างตัวรถฝั่งซ้าย

ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 ราย ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ และกู้ภัยน้ำพอง ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลน้ำพอง ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพอง


>> ศูนย์ต้านโกง ช่วย น.ศ.ชาย ถูกหลอก อ้างเอี่ยวคดีฟอกเงิน บังคับขังตัวในห้อง-เรียกค่าไถ่ทิพย์ สูญเงินกว่า 1 ล้านบาท

14.47 น. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ช่วยเหลือเคสนักศึกษาถูกหลอก โดย เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต, สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และกองบังคับการสืบสวน ภูธรภาค 1 (บก.สส.ภ.1) เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นนักศึกษาชายที่อพาร์เมนท์แห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังผู้ปกครองเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ว่าลูกชายถูกมิจฉาชีพ ลักพาตัวและข่มขู่ให้โอนเงินเข้าบัญชีลูกชาย ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเงินไปแล้ว ระหว่างวันที่ 11-12 ม.ค. 69 จำนวนรวม 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่านักศึกษาชายคนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี

ภายหลังรับเรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จนทราบพิกัดอพาร์ทเมนท์ที่นักศึกษาชายคนดังกล่าวอยู่ จึงประสานนิติฯ เข้าเคาะห้อง ก่อนที่ผู้เสียหายจะเปิดประตูออกมา อยู่ในอาการตกใจกลัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบแสดงบัตรยืนยันตัวตน และปลอบประโลมให้อยู่ในอาการสงบ จากการสอบถามทราบว่าคนร้ายได้โทรศัพท์และวิดีโอคอล อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเลย และเจ้าหน้าที่ ปปง. หลอกเหยื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนบังคับให้โอนเงินไปเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ซึ่งรอบแรก ผู้ปกครองโอนเงินไปให้แล้วจำนวน 490,000 บาท

จากนั้นคนร้ายอ้างว่าเหยื่อจะไม่ปลอดภัย พร้อมสั่งให้ย้ายที่พักไปที่อพาร์ทเมนท์หรือโรงแรมรายวัน ทั้งยังสั่งให้เหยื่อจัดฉากว่าถูกทำร้าย มิหนำซ้ำให้ทำการมัดตัวเอง (โดยให้ซื้อเชือกและสีแดงสำหรับมาทำเลือดปลอม) ก่อนจะบังคับให้วิดีโอคอลไปหลอกผู้ปกครอง อ้างว่าถูกลักพาตัว เรียกเงินเพิ่มอีก 500,000 บาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะติดตามมาช่วยไว้ได้ดังกล่าว ซึ่งภายหลังการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้พาเหยื่อไปหาผู้ปกครองทันที่ โดยทั้งครอบครัวได้โผกอดแสดงความดีใจที่ลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัยและได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้


>> ตร.เตรียมแผนเผชิญเหตุ รับมือวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ในพื้นที่ 10 จังหวัดชายแดน

15.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 12 กุมภาพันธ์ โดยศูนย์ดังกล่าว จะบูรณาการร่วมกับ กกต. ฝ่ายปกครอง และทหาร ในการดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000 หน่วยทั่วันนี้วประเทศ ซึ่งใช้ตำรวจ 126,000 นาย ในการดูแลความปลอดภัย รวมทั้งในบางจุดจะใช้ตำรวจตระเวนชายแดนเข้ามาร่วมดูแล

โดยในที่ประชุม เน้นความสำคัญในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ประกอบไปด้วย บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี สระแก้ว ตราด โดยจะใช้แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง รวมถึงประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในวันเลือกตั้ง หากมีการปะทะในแนวชายแดน จะมีการนำรถหุ้มเกราะ อพยพประชาชน ร่วมกับทุกหน่วยงาน รวมไปถึงจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาคัดกรองข่าวสารอีกด้วย

ส่วนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าหากมีสถานการณ์เลวร้ายสุด กำลังประสานกับ กกต. พอจะมีการพิจารณาย้ายหรือยุบบางหน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งพิจารณาปรับเวลาการเลือกตั้ง ให้อยู่ในห้วงเวลาความปลอดภัย นอกจากนี้จะมีการลาดตระเวนกรองข่าวก่อนการเลือกตั้ง พบเรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำลายป้ายหาเสียงเท่านั้น ยังไม่พบเหตุความรุนแรง


>> รวบต่างด้าวขนต่างด้าว ลักลอบเข้าไทยผิดกฎหมาย หวังขายแรงงานตลาดดัง ย่านปทุมธานี

16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ทั้งหมดสัญชาติเมียนมา โดยจับกุมได้ บริเวณถนนพหลโยธิน ขาเข้า กม.93 อ.หนองแค จ.สระบุรี

สืบเนื่องจากตำรวจทางหลวง ได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาในประเทศ กระทั่งวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 13.35 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจบริเวณพื้นที่รับผิดชอบตามถนนพหลโยธิน ได้พบรถยนต์ สีเทา มีลักษณะต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกให้หยุดตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบนายไป สัญชาติเมียนมา อายุ 33 ปี เป็นผู้ขับขี่ โดยมีผู้โดยสารชาวเมียนมา ที่นั่งมาในห้องโดยสารอีก 3 ราย ซึ่งทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแต่อย่างใด

จากการสอบถามผู้ขับขี่ ให้การยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างให้ไปรับคนต่างด้าว 3 คน จากบริเวณ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งปลายทาง ตลาดในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยได้ค่าจ้าง 1,000 บาทต่อคน และตนรู้ดีอยู่แล้วว่าคนต่างด้าวทั้ง 3 คนไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ ซึ่งเงินค่าจ้างที่ได้มาจะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

จากสอบถามผู้โดยสารทั้ง 3 ราย ให้การว่าได้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยใช้ช่องทางธรรมชาติทาง อ.แม่สอด จ.ตาก โดยจ่ายเงินให้นายหน้าคนล่ะ 10,000-15,000 บาท และยอมรับว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค ภ.จว.สระบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> รถกระบะ, รถจักรยานยนต์ และรถบรรทุกเฉี่ยวชนกัน มีผู้เสียชีวิตร่างติดอยู่ใต้ท้องรถ 

16.50 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรี มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ รถยนต์กระบะ รถบรรทุก 6 ล้อชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนอดิเรกสาร ก่อนถึงวัดท่าวัว ในพื้นที่ เขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ นิสสัน สีเทา สระบุรี, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว-ดำ ป้ายทะเบียน สิงห์บุรี และ รถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน สระบุรี 
ในจุดเหตุเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย (ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์) อาสากู้ภัยสว่างรัตนฯ ดำเนินการนำส่ง รพ.สระบุรี และพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย (ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์) สภาพร่างถูกอยู่ใต้ท้างรถกระบะ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของ สภ.เฉลิมพระเกียติ


>> ตำรวจบางเขน เร่งล่าโจรบุกชิงทอง 5 บาท ร้านทองดัง ภายในห้างสรรพสินค้า ย่านรามอินทรา

18.45 น. สน.บางเขน รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกชิงทองสร้อยคอทองคำที่ห้างทองดัง ภายในห้างดังย่านรามอินทรา ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 
คนร้ายเป็นชาย รูปร่างอ้วน สูง ไม่ปิดบังใบหน้า ก่อเหตุชิงทองคำหนัก 1 บาท 5 เส้น แหวน 2 สลึง 1 วง ภายในห้างดังย่านรามอินทรา หลังก่อเหตุได้ถอดรองเท้าวิ่งออกไปทางหน้าห้าง ใกล้ สน.บางเขน

ที่เกิดเหตุตั้งอยู่ด้านในสุดของตัวห้าง ติดกับประตูออกด้านหลัง พบพนักงานขาย อายุ 24 ปี รอยืนให้การด้วยอาการตื่นตระหนก ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายรูปร่างค่อนข้างอ้วน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีม่วง กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าแตะ เข้ามาทำทีเหมือนจะซื้อสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ขอให้ตนนำมาให้เลือกลายจำนวน 5 เส้น แต่บอกว่ายังไม่พอใจในลวดลายของสร้อย จึงขอให้หยิบแหวนทองน้ำหนัก 2สลึง มาให้ดูอีกวง จากนั้นคนร้ายอาศัยช่วงพนักงานในร้านเผลอ รวบทองทั้งหมดวิ่งหนีออกไปทางประตูด้านหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วได้ถอดรองเท้าแตะ เพื่อจะได้วิ่งสะดวกไว้หน้าร้าน เจ้าจึงยีดไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายได้ขี่ รถจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพูมาจอดไว้ที่ลานจอดรถด้านข้างตัวห้างฯ ซึ่งห่างจากร้านทองไม่ถึง 20 เมตร จากนั้นได้เข้าไปก่อเหตุโดยใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที จากนั้นได้วิ่งมาออกทางด้านประตูหน้าด้านถนนรามอินทรา แล้วไปที่รถจยย.ที่จอดอยู่ด้านข้างตัวห้าง ขี่หลบหนีไปทางถนนรามอินทรา ฝั่งขาออก เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับแต่ยังไม่พบตัวคนร้าย


>> รถเมล์คันเร่งค้างพุ่งชนรถดับเพลิงจอดข้างทาง บาดเจ็บ 11 ราย

19.20 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง รหัสกู้ภัยพหล ที่เกิดเหตุบริเวณใต้อาคารจอดรถ MRT ศูนย์วัฒนธรรม เป็นรถโดยสารประจำทางสาย 137 วิ่งระหว่างรัชดาภิเษก-รามคำแหง ขณะกำลังออกจากอู่ เกิดพุ่งชน รถดับเพลิงของกู้ภัยที่จอดอยู่ เบื้องต้นคนขับให้ข้อมูลว่า เกิดคันเร่งค้าง ทำให้เสียการควบคุม และพุ่งชนรถดับเพลิงดังกล่าว

ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 11 ราย เป็นพนักงานขับรถ , พนักงานเก็บสตางค์ และผู้โดยสารรถประจำทาง กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลเพชรเวช , โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน และโรงพยาบาลคามิลเลี่ยน พื้นที่รับผิดชอบ สน.ห้วยขวาง


>> ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “Rose Garden รุกฆาต เซียนบ้านเอ็ง” ล็อกเป้า 'ทลายบ่อนลับกลางเมืองโคราช'

20.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ“Rose Garden รุกฆาต เซียนบ้านเอ็ง” เพื่อกวาดล้างแหล่งอบายมุขขนาดใหญ่ที่ฝังตัวอยู่ใจกลางเมือง และเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรมและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้วางกำลังและแผนปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายทุกด้าน และเส้นทางหลบหนี เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง ในตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

ผลการดำเนินการ จับกุมนักพนันได้ทั้งสิ้น 85 คน โดยมีเจ้ามือ 4 คน เป็นคนกัมพูชา ชาย 2 คน หญิง 2 คน ให้การว่ามีการจ่ายค่านายหน้าพาหลบหนีเข้าเมืองมา โดยไม่มีเอกสารใดๆ และยังมีนักพนันบางส่วนได้หนีการจับกุมออกทางช่องทางหลบหนีไปได้ และยึดเงินของกลางได้ เป็นเงินสดประมาณ 833,560 บาท ชิปแทนเงินสด 400,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 1,233,560 บาท และพบหลักฐานทางบัญชียอดเงินเฉลี่ยวันละ 2 ล้านบาท (60 ล้านบาท/เดือน) และคาดว่ามีการคว้าเงินสดจำนวนหนึ่งหลบหนีไปด้วย นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฏหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านเคหะร่มเกล้าซอย 23 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนจะเกิดการลุกลามข้างเคียง

23.16 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเคหะร่มเกล้า 23 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 4 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายโต๊ะหมู่บูชา เครื่องรับโทรทัศน์ เสื้อผ้า และลุกลามฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเพศชาย จำนวน 1 ราย อายุประมาณ 43 ปี มีอาการถูกไฟลวกที่แขนทั้งสองข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลวิภาราม พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านลาดพร้าวซอย 41

00.10 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยลาดพร้าว 41 แยก 2 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักชั้นเดียว หลังคาสังกะสี ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณด้านนอกเพิงพัก เพลิงลุกไหม้ฝาผนัง และลุกลามหลังคา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การเผาขยะทำให้เกิดการลุกลาม ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

00.44 น กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 314 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม