วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 14:26 น.
วันนี้ (6 ม.ค.69) นาย แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงเรียกร้องให้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต โดยระบุว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะด้วยเงื่อนไขระยะเวลา ที่จะต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีทั้งเรื่องการแยกบัญชี แยกผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และทำบัญชีของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไป 1 แสนกว่าหน่วย รวมถึงเรื่องธุรการอื่นๆ ด้วย
ทั้งนี้ ภาพรวมการลงทะเบียน เฉพาะในวันสุดท้าย (5 มกราคม) พบว่า มีผู้ลงทะเบียนมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อครั้งปี 2566 ทั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจ โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 9 แสนคน และออกเสียงประชามตินอกเขต 1 ล้านคน นั่นหมายความว่า ระบบของเราสามารถรองรับการลงทะเบียนได้ อาจจะติดขัดเล็กน้อย แต่ไม่มีปัญหา
เลขาธิการ กกต. กล่าวด้วยว่า ส่วนจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับจำนวนผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ที่มีส่วนต่างกันค่อนข้างเยอะนั้น ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า มีทั้งหมดประมาณ 2.2 ล้านคน ส่วนผู้ลงทะเบียน ออกเสียงประชามตินอกเขต มีทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านคน ต่างกันประมาณ 6 แสนคน แต่อย่าไปคิดแทนว่าผู้ที่ลงทะเบียน เพื่อเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะต้องลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ที่ไม่สามารถเลือกหน่วยนอกเขตที่อยู่ภายในจังหวัดของตนเองได้นั้น นายแสวงยอมรับว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเราดูแลประชาชนไม่ดี แต่บางทีกฎหมายออกแบบมาอย่างนั้น ทำให้ในกรณีนี้ ประชาชนจะต้องไปทำประชามติในเขตของตัวเอง หากลงทะเบียนจะต้องไปนอกเขตต่างจังหวัด ดังนั้น หากไม่ได้ลงทะเบียนก็ให้มาใช้สิทธิในเขตของตัวเอง
ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง ที่ต้องใช้งบประมาณถึง 3,000 ล้านบาทว่า เหตุใดไม่ใช้กรรมการประจำหน่วยชุดเดียวกับการเลือกตั้ง สส. เพื่ออำนวยความสะดวกไม่ให้เกิดความสับสนนาย แสวงกล่าวว่า หากอ่านกฎหมายให้ดี ก็จะเข้าใจ มีหลายเรื่องที่คนอ่านกฎหมายไม่จบ แล้วมาแสดงความคิดเห็น ส่วนตัวก็รับฟัง ไม่ได้ว่าอะไร
ส่วนการบริหารจัดการก็เป็นเรื่องของแต่ละหน่วย ซึ่งเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวันออกเสียงประชามติ ให้เป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ครม. ก็น่าจะเห็นแล้วว่าเป็นการประหยัดงบประมาณ หากเราทำแยกกัน 2 ครั้ง จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท กับ 6,000 ล้านบาท รวมเป็น 11,000 ล้านบาท แต่เมื่อทำรวมกัน จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท ประหยัดไปกว่า 4,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในครั้งนี้ใช้งบประมาณในการทำประชามติไปกว่า 500 ล้านบาท พร้อมอธิบายขั้นตอนการใช้สิทธิ์ ว่า จะต้องแสดงตน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการแสดงตนเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. จากนั้นรับบัตรแล้วหย่อนลงหีบ จึงมาแสดงตนรอบที่ 2 เพื่อใช้สิทธิ์ออกเสียงลงประชามติ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลาเยอะ โดยทางสำนักงาน กกต. ก็จะทำหน่วยเลือกตั้งเสมือนจริง เพื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบให้ประชาชนได้เข้าใจอีกครั้ง
นายแสวง กล่าวย้ำว่า สำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่บางประเทศมีการจัดให้เลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม ไม่มีปัญหา เพราะกฎหมายกำหนดให้ลงคะแนนก่อน เนื่องจากสภาพแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน และบางสถานทูตก็ต้องรับผิดชอบหลายประเทศ ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่
สำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของประเทศกัมพูชานั้น แสวงกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานว่า มีผู้ลงทะเบียนเท่าไร เพียงแต่ดูในภาพ
12 มกราคม 2569
12 มกราคม 2569