วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 04:56 น.
สืบ ตม.4 และ ตม.บุรีรัมย์ บุกลากคอ พ่อเลี้ยงชาวเยอรมัน หนีกบดาน จ.บุรีรัมย์ พบปูมหลังสุดโฉด เมื่อภรรยาพร้อมลูกชายชาวไทย วัยเพียง 10 ขวบ ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ด้วย อาศัยฉวยจังหวะตอนภรรยาไม่อยู่บ้าน ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหลายครั้ง สร้างบาดแผลความเจ็บช้ำให้คนไทยในต่างแดน ซ้ำยังหนีมากบดานในแผ่นดินไทยเย้ยอีก
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 บก.ตม.4 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบาย Zero Tolerance ของ ผบช.สตม. และมาตรการเชิงรุก ของ ผบ.ตร. ในการกวาดล้างคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม
โดย พ.ต.อ.มนุวัฒน์ กอสนาน รอง บก.ตม.4/โฆษก บก.ตม.4 เปิดเผยข้อมูล กรณีได้รับการประสานจากทางการเยอรมันเร่งด่วน ว่ามีชายชาวเยอรมัน หลบหนีหมายจับตำรวจสากล RED NOTICE มากบดานอยู่ในประเทศไทย แล้วหลบหนีการขึ้นศาลมาหลายครั้ง จึงได้สั่งการล่าตัวทันที แต่การติดตามตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะคนร้ายมีความระมัดระวังตัว ทราบว่าตัวเองถูกติดตามจากทางการอยู่ จึงปิดโทรศัพท์ อำพรางตัวจากเทคโนโลยี สื่อโซเชียล ทำให้การติดตามตัวเป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น
หลังสืบทราบว่า ชายคนดังกล่าว เป็นผู้ต้องหารายสำคัญชาวเยอรมัน หลบหนีหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL) มาซ่อนตัวอยู่ ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ผบก.ตม.4 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส.บก.ตม.4 จัดชุดสืบสวนติดตาม ผู้ต้องหารายนี้ส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่เยอรมันให้ได้ เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ มีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กอย่างต่อเนื่องหลายปี ซึ่งเป็นความผิดที่ร้ายแรง ประเทศเยอรมันต้องการตัวอย่างมาก
ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ต.วัชรพงศ์ ศิรินทร์วงศ์ สว.กก.สส.บก.ตม.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.จว.บุรีรัมย์ นำโดย พ.ต.ท.รัฐนริศวร บัวแก้ว สว.ตม.จว.บุรีรัมย์ จึงสนธิกำลังร่วมปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นไล่ล่าหาตัวผู้ต้องหารายนี้ในเขตท้องที่ จ.บุรีรัมย์ ต่อเนื่อง แต่แหล่งข้อมูลระบุว่า ผู้ต้องหามีความระมัดระวังตัว ไม่เปิดบ้านให้ผู้ใดเข้าไปพบได้โดยง่าย และมักจะปิดโทรศัพท์มือถือ ทำให้ยากแก่การติดตามตัว
จนกระทั่งเมื่อทราบที่อยู่แน่ชัด ชุดสืบสวนจึงได้ให้เจ้าหน้าที่อำพรางตัว เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของหมู่บ้าน ขอเข้าตรวจสอบบ้านพัก ผู้ต้องหาจึงยอมเปิดประตู เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าควบคุมตัว แสดงหมายจับ พร้อมคำสั่งเพิกถอนการอยู่ต่อในราชอาณาจักร เตรียมดำเนินการส่งตัวกลับไปดำเนินคดียังประเทศเยอรมันตามกฎหมายต่อไป
การปฏิบัติการนี้ เกิดขึ้นจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างทางการเยอรมนี และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทย โดยทำการสืบสวนอย่างหนัก จนทราบที่อยู่ของพ่อเลี้ยงโฉดรายนี้ ว่ากบดานอยู่บ้านพักในเขต จ.บุรีรัมย์ นำไปสู่การควบคุมตัว สามารถนำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คืนความเป็นธรรมให้สองแม่ลูก และครอบครัวผู้เสียหายได้ในที่สุด
พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 เน้นย้ำนโยบาย "Zero Tolerance" ต่ออาชญากรข้ามชาติ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ มาตรการกวาดล้างอาชญากรต่างชาติที่หวังใช้ประเทศไทยเป็นที่พักพิง (Safe Haven) โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดเด็กและการค้ามนุษย์ อันเป็นภัยคุกคามระดับสากล ปิดฉากพ่อเลี้ยงใจโฉด ถูกส่งกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมชดใช้การกระทำสุดชั่วร้าย ไปดำเนินคดียังประเทศเยอรมนี และขึ้นบัญชีดำไม่ให้เข้ามาในแผ่นดินไทยได้อีกต่อไป
ตำรวจไทย