24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2568
>> รถจักรยานยนต์หลุดโค้งคว่ำลงข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
08.28 น. อาสาสมัครมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ บริเวณถนนเลียบคันคลอง เส้นทางบ้านเหล้า มุ่งหน้าสะพานสามกั๊ก ในพื้นที่ ต.โคกโคเฒ่า อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน สุพรรณบุรี ลักษณะหลุดโค้งพลิกคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย 1 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี
>> ก.ต่างประเทศ แถลงไทยปล่อยตัวแล้ว 18 เชลยศึกที่ด่านบ้านผักกาด จ.จันทบุรีแล้ว
10.00 น. ฝ่ายไทยได้ส่งทหารชาวกัมพูชา 18 คน ที่ถูกทางการไทยควบคุมตัว กลับสู่มาตุภูมิ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อ 11 ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ได้ลงนามในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบุว่า ไทยจะส่งทหารกัมพูชา 18 คนกลับกัมพูชา ภายหลังจากการหยุดยิงเป็นเวลาต่อเนื่อง 72 ชั่วโมง และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
นับตั้งแต่ทหารกัมพูชาทั้ง 18 คนถูกควบคุมโดยทางการไทย ทหารเหล่านี้ได้รับการดูแลตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 และหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติด้านมนุษยธรรมของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) โดยทางการไทยได้อนุญาตให้ ICRC เข้าเยี่ยมเป็นระยะ ๆ และประสานการนำส่งจดหมายของทหารกัมพูชาเพื่อติดต่อกับครอบครัว
การส่งกลับทหารกัมพูชาดังกล่าวสอดคล้องกับอนุสัญญาเจนีวาฯ ฉบับที่ 3 เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก โดยทางการไทยได้ตรวจสุขภาพก่อนส่งกลับ และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิต่าง ๆ ตามอนุสัญญาเจนีวาฯ เพื่อประกันว่า การเดินทางกลับมาตุภูมิเป็นไปบนพื้นฐานของความสมัครใจ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี และ ICRC ได้แจ้งให้ครอบครัวของทหารกัมพูชาทราบถึงการส่งกลับในวันนี้ด้วย นอกจากนี้ ICRC และคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ได้ร่วมสังเกตการณ์การส่งกลับ
>> ศปถ. เผยอุบัติเหตุวันเเรก เสียชีวิต 29 ราย บาดเจ็บ 190 คน
12.02 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล ปีใหม่ พ.ศ. 2569 (ศปถ.) พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายคุมเข้มความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ภายใต้ชื่อ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”
โดยวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เป็นวันแรกของการควบคุมเข้มข้น ซึ่งจากสถิติข้อมูล มีอุบัติเหตุเกิด 198 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 190 คน ผู้เสียชีวิต 29 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 41.92 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 20.20 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 18.69 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 71.79 พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 55.71 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 87.37 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 43.94 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 18.69 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 30 - 39 ปี โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงรายและภูเก็ต จังหวัดละ 11 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต จำนวน 12 คน
>> 7 วันอันตรายวันแรก ตร.ทางหลวง จับเมาแล้วขับเกือบ 300 ราย
12.55 น. ตำรวจทางหลวง เผย วันแรกของการควบคุมเข้มข้นช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2569 ตำรวจทางหลวง เมาแล้วขับ 279 ราย เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน การกวดขันวินัยจราจรบนทางหลวงทั่วประเทศยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยพบการกระทำผิด ขับรถเร็วเกินกำหนด 5,243 ราย มากที่สุด รองลงมาเป็น ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ 200 ราย และ แซงในที่คับขัน 198 ราย
ตำรวจทางหลวง ยังคงเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และออกตรวจเคลื่อนที่ในทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่
>> ตำรวจ ย้ำ “เมาไม่ขับ” คืนส่งท้ายปี ตรวจเข้มสถานบันเทิง สถานที่เคาท์ดาวน์ขนาดใหญ่
14.35 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้และวันพรุ่งนี้เป็นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีประชาชนเดินทางและร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองเป็นจำนวนมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเพิ่มความเข้มข้นในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะความผิดฐานเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุร้ายแรง เพื่อป้องกันการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
จากผลการปฏิบัติในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น พบการจับกุมผู้กระทำความผิด 10 ข้อหาหลัก รวม 77,898 ราย โดยเป็นความผิดฐานเมาแล้วขับ 3,898 ราย สะท้อนให้เห็นว่ายังมีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนไม่น้อยที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่น โดยพบผู้กระทำผิดซ้ำฐานเมาแล้วขับภายในระยะเวลา 2 ปี จำนวน 33 ราย ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับโทษในอัตราที่สูงขึ้น โดยเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท พร้อมให้ศาลสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และต้องถูกส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนทางกฎหมาย ขณะที่การกระทำความผิดฐานเมาแล้วขับในครั้งแรก มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยศาลสามารถใช้ดุลพินิจลงโทษทั้งจำคุกและปรับ เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ กลางถนเพชรเกษม มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นหนุ่มชาวเมียนมา
14.33 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต ถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ช่วงหลัก กม.171+700 ในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะพลิกคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชาย อายุ 28 ปี บุคคลสัญชาติเมียนมา และพบว่ามีผู้บาดเจ็บ อีก 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุ 27 ปี ชาวสัญชาติเมียนมา ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง
>> “บขส.” เผยยอดเดินทางกลับบ้านฉลองปีใหม่ วานนี้ นิวไฮ 1.4 แสนคน ส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายปลอดภัย
14.37 น. นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยข้อมูลการเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เมื่อวานนี้ (30 ธันวาคม 2568) ว่า มีผู้โดยสารเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เที่ยวไป จำนวน 89,029 คน เที่ยวกลับ จำนวน 52,601 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 141,630 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) เที่ยวไป จำนวน 4,091 เที่ยว เที่ยวกลับ จำนวน 3,648 เที่ยว รวมทั้งสิ้น จำนวน 7,739 เที่ยว สามารถบริหารจัดการเดินรถได้อย่างเพียงพอ และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
ส่วนวันนี้ (31 ธันวาคม 2568) ยังมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในเส้นทางระยะสั้น เช่น กรุงเทพฯ – พัทยา, กรุงเทพฯ – นครราชสีมา และ กรุงเทพฯ – นครสวรรค์ เป็นต้น โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทาง เที่ยวไป – กลับ กว่า 80,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) ประมาณ 5,000 เที่ยว
>> สืบนครบาล บุกรวบคาห้องพัก แก๊งค้ายา 4 ราย ย่านบางคอแหลม ยึดยาบ้า–ไอซ์ พร้อมอุปกรณ์ครบชุด
16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด จำนวน 4 ราย ภายในห้องพักย่านบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร หลังได้รับข้อมูลร้องเรียนว่ามีการลักลอบเสพและจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้องพักเป้าหมาย พบผู้ต้องหา 3 รายอยู่ภายในห้อง โดยทั้งหมดมีท่าทีตื่นตระหนกและแสดงอาการมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมบัตรประจำตัว และเข้าทำการตรวจค้น จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 31 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 31 กรัม อุปกรณ์การเสพ ถุงสำหรับแบ่งจำหน่าย และเครื่องชั่งยาเสพติด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพัก
ขณะเดียวกัน ระหว่างการจับกุมได้มีชายอีก 1 ราย เดินเข้ามาที่ห้องพักด้วยท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นและควบคุมตัวไว้ รวมผู้ต้องหาทั้งหมดเป็น 4 ราย เบื้องต้น ผู้ต้องหา 3 ราย ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพื่อการค้า และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ส่วนผู้ต้องหาอีกราย ถูกแจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้เสพยาเสพติดจริง และยอมรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของผู้ต้องหาหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> "โดม ปกรณ์ลัม" หอบกระเช้า เข้าขอโทษ "จินนี่" แต่ผิดหวัง พรรคไทยสร้างไทยปิดทำการ
16.10 น. โดม ปกรณ์ ลัม นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมคลิปภาพ ขณะขับรถไปที่พรรคไทยสร้างไทย พร้อมนำกระเช้าผลไม้ ไปขอโทษคุณจินนี่และคุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมระบุ ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ผิดก็ว่าไปตามผิด โดยระบุว่า
วันนี้ผมได้เดินทางไป ที่ทำการ พรรค ไทยสร้างไทย เพื่ออยากไปกราบขอโทษทั้ง คุณจินนี่ และ คุณหญิงสุดารัตน์ และครอบครัว ในเบื้องต้น กับสิ่งที่ผมทำผิดพลาดไป ไม่ขอมีคำแก้ตัวใดๆ ครับ ถึงแม้ในคืนที่โพสต์นั้น ผมจะไม่มีสติ ตื่นมายังจำไม่ได้ว่าโพสต์อะไรไป แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวครับ ผมขอน้อมรับผิดตรงนี้ และจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก และหลังจะเปิดทำการปีใหม่ หากทางคุณหญิงและคุณจินนี่และครอบครัว ให้ความกรุณา ก็จะขอเข้าพบแบบเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งครับ
>> จอดรถซื้อของตลาดนัด แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ เสียหายวอดทั้ง 2 คัน
16.35 น. สภ.บางคนที ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เกิดเพลิงไหม้ บริเวณลานจอดรถตลาดนัดวัดคริสต์ ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม
ที่เกิดเหตุพบรถนั่งส่วนบุคคล 2 คัน เกิดไฟไหม้ลุกลามอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นรถทั้ง 2 คันได้รับความเสียหายทั้งคัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในรถ ทำให้เกิดประกายไฟและติดกับน้ำมันเชื้อเพลิงจนเกิดเพลิงไหม้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ ต้องประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป
>> อุบัติเหตุกระบะชนกับรถเก๋ง ช่วงทางกลับรถใกล้ตลาดนัดพ่อตาหินช้าง บาดเจ็บ 6 และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
17.02 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ภัยสายชลชุมพร เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถยนต์เก๋ง บริเวณจุดกลับรถ หน้าตลาดนัดพ่อตาหินช้าง ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีเขียว ลักษณะชนกับรถกระบะ โตโยต้า สีดำ พบผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 6 ราย แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย (สีแดง) อาการปานกลาง 3 ราย (สีเหลือง) อาการเล็กน้อย 1 ราย (สีเขียว) และ ผู้เสียชีวิต 1 ราย (สีดำ)
หน่วยกู้ชีพกู้ภัยจาก โรงพยาบาลท่าแซะ, องค์การบริหารส่วนตำบลหงษ์เจริญ, องค์การบริหารส่วนตำบลสลุย พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน และนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรักษาต่อไป
>> ฉก.ราชมนู จับชาวมาเลเซีย 26 คน ข้ามมาจากเมียนมา เข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติ โดยผิดกฏหมาย
17.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน หน่วยเฉพาะกิจราชมนู (ฉก.ราชมนู) โดยกองร้อยทหารราบที่ 141 1 (ร้อย.ร.1411 ) จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด บริเวณเส้นทางบ้านแม่โกนเกน -เกาะมะนาว ม.1 บ้านมหาวัน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ผลการปฏิบัติ ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย สัญชาติ มาเลเซีย จำนวน 26 คน (ชาย 23 คน หญิง 3 คน)
โดยบุคคลดังกล่าว ให้การยอมรับว่าลักลอบข้ามมายังฝั่งไทยตามช่องทางธรรมชาติและเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางหน่วย จึงควบคุมตัวส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> หมดสนุกคืนส่งท้ายปี ไฟไหม้ร้านขายของชำ ชาวบ้านช่วยกันใช้น้ำดับเพลิง เกือบลุกลามวอดทั้งร้าน
21.20 น. กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฅ อบจ.พัทลุง ร่วมกับหน่วยกู้ภัยพัทลุง ออกระงับเหตุเพลิงไหม้ ร้านขายของชำ ในพื้นที่ ม.5 ต.สมหวัง อ.กงหรา จ.พัทลุง
ที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นลักษณะเพลิงไหม้ร้านขายของชำ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายหลายอย่าง เช่น ตู้แช่เย็น ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ฝ้าเพดาน เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ สินค้าภายในร้าน และวัสดุอื่นๆ จำนวนหลายรายการ ชาวบ้านใช้น้ำช่วยกันดับ ก่อนเจ้าหน้าที่และรถดับเพลิงมาถึงที่เกิดเหตุและระงับเหตุจนสงบ
สอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ แจ้งว่าขณะนั่งสังสรรค์กันบริเวณหน้าร้าน มีการปิ้งย่างกัน และในขณะนั้น ได้มีการบรรจุน้ำมันใส่ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ เกิดไอน้ำมันระเหยขึ้น ประกอบกับเปลวไฟ ทำให้เพลิงลุกไหม้ และน้ำมันรั่วไหลออกจากตู้ทำให้เพลิงลุกลามไปทั่วบริเวณ แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
>> เขตวัฒนา ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุพลุระเบิด ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 26 ผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลแล้ว
23.00 น. สำนักงานเขตวัฒนาได้รับแจ้งเหตุ พลุระเบิด ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 26 ถนนสุขุมวิท 71 มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 7ราย ไปโรงพยาบาลเองแล้ว จำนวน 3 ราย อีก 4 ราย รับการปฐมพยาบาลในจุดเกิดเหตุไม่ประสงค์ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล
ในการนี้ นางสาวพิมพ์จุฑา สกุนสิทธิ์ธาดา ผู้อำนวยการเขตวัฒนา พร้อมด้วย นางวรวีร์ ธนะดำรงชัยพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตวัฒนา และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ จากการตรวจสอบเป็นพลุที่ลักลอบนำมาจุดกันเองโดยไม่ได้ขออนุญาต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยกำลังรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
>> หนุ่มวัย 22 ปีไม่ได้เคาท์ดาวน์ ขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถเก๋ง เสียชีวิตแยกหอนาฬิกา กลางเมืองสองพี่น้อง
23.30 น. แจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณแยกหอนาฬิกา ใกล้เคียงตลาดบางลี่ เขตพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน สุพรรณบุรี ลักษณะชนกับ รถอเนกประสงค์ โตโยต้า สีขาว ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 22 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
03.06 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 307 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย