หน้าแรก > การเมือง

สมช.อนุมัติ มาตรการด่วน สกัด “โดรน” ใน พื้นที่ควบคุมชายแดน-สนามบิน-สถานที่สำคัญ

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 14:37 น.


วันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ที่ประชุม สมช.หารือเรื่องโดรนที่เข้ามาในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่จุดสำคัญ ทั้งสนามบินและจังหวัดแนวชายแดน โดยรับทราบรายงานสถานการณ์ว่าที่ผ่านมาได้ตรวจพบโดรนจำนวนหนึ่ง เข้ามาในพื้นที่ ซึ่งทางสำนักงานการบินพลเรือน ได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่ควบคุมให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ใน 7 จังหวัดชายแดน สนามบินสำคัญ และ จุดสำคัญทั่วประเทศ เพื่อป้องกันโดรนที่จะเข้ามา และที่ตรวจพบเมื่อสุดสัปดาห์เป็นลักษณะโดรนประดิษฐ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาและปลายทาง

สมช.จึงมีมติ 2 ส่วน คือ มาตรการระยะเร่งด่วน คือ

1.กำหนดให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) สำนักงานการบินพลเรือน, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.),เหล่าทัพ ,ฝ่ายปกครอง สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจัดการโดรนเป้าหมายที่เข้ามาในพื้นที่ควบคุม ทั้งป้องกัน สืบสวนสอบสวน รวมถึงใช้แอนตี้โดรน ประสานงานกับสตช.อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การทำงานสอดคล้องและเกิดประสิทธิภาพ

2. ให้กระทรวงกลาโหม ใช้อำนาจผ่อนคลายมาตรการในการอนุญาตให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ทอท. และหน่วยงานอื่น ให้สามารถจัดหา แอนตี้โดรน ซึ่งถือเป็นยุทธภัณฑ์ได้ เพื่อเตรียมการให้มีเครื่องมือในการป้องกันพื้นที่

3. เข้มงวดนำเข้าโดรน และให้ตรวจสอบการลักลอบนำเข้าโดรนในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่อื่นอย่างเข้มงวด

4 ขอสื่อสารไปถึงประชาชนในการใช้โดรนขึ้นไปในขึ้นไปในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นประเด็นด้านความมั่นคง เช่น สนามบิน มีโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต และหากมีการใช้โดรนและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในลักษณะที่เป็นภัยต่อความมั่นคงถือว่ามีความผิด ตามกฏหมายอาญา และป.วิอาญา

ส่วนมาตรการระยะยาว ที่ก่อนหน้านี้มติสภาความมั่นคงแห่งชาติ เคยมีมติให้กองทัพอากาศเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การทำงานเอกภาพโดยการดำเนินการ จัดตั้งเป็นองค์กรขึ้นมา คือ

1. ศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไม่มีคนขับแห่งชาติ 
 

2. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ทันสมัยในอนาคตรวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการใช้เครื่องมือดังกล่าวซึ่งเป็นทักษะขั้นสูง 
 

3. เห็นชอบทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเรื่องของการเพิ่มโทษในกรณีที่มีการใช้โดรนที่กระทบต่อความมั่นคง

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า การปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เรื่องโดรนเป็นการปฏิบัติร่วมภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับของกองทัพอากาศ (ทอ.) ตั้งแต่ที่มีมติ สมช.เมื่อกลางปีที่ผ่านมา 

ดังนั้น การปฏิบัติดังกล่าว จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นวงใน วงกลาง และวงนอก ซึ่งวงในเรียกว่าไข่แดง เป็น ทอ. และท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ดูแล ส่วนวงกลางเรียกว่าไข่ขาว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแล และวงนอก กองทัพบก (ทบ.) เป็นผู้ดูแล 

ทั้งนี้ ตร.ได้กำหนดมาตรการ และแผนปฏิบัติหรือยุทธศาสตร์เรื่องการป้องกัน ปราบปราม สืบสวนสอบสวน และการยกระดับความมั่นคงที่เกี่ยวกับระยะสั้น และระยะยาวไว้เป็นที่เรียบร้อย การดำเนินการและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เรามีรูปแบบทั้งของนครบาล และนครราชสีมา ที่ดูแลสนามบินมาเป็นต้นแบบ ซึ่งได้ออกแบบแผนเผชิญเหตุไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับวงนอกพื้นที่เป็นหน้าที่ ทบ. ซึ่งมีผลปฏิบัติอย่างชัดเจนและต่อเนื่องมา

ส่วนการบูรณาการ และการแนะนำ เรามีการปฏิบัติอยู่แล้ว โดยเห็นว่าการใช้ความร่วมมือของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กสทช. ทอท. ตร. และกองทัพ ถือเป็นเรื่องสำคัญด้านการข่าวที่เราต้องนำมาประเมินและวิเคราะห์วางแผนปฏิบัติให้เป็นระบบ และเกิดความสำเร็จต่อไป ส่วนด้านกฎหมาย ความผิดที่เกิดขึ้นผู้ที่มีการใช้โดรนในพื้นที่ห้ามบินหรือสนามบินเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 ซึ่งมีโทษประหารชีวิต แต่หากสอบสวนแล้วพบว่า ผิดต่อความมั่นคงจะผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา ในเรื่องความมั่นคงหมวด 2 และ 3 ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต 

ผู้สื่อข่าวมีการถามถึงโดรนที่ปรากฏที่สุวรรณภูมิ ต้นตอมาจากไหน พล.ต.อ.กิตติรัฐ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประชาชนอาจเห็นเป็นโดรน แต่หลายครั้งพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นแสงจากอากาศยาน (เครื่องบิน) ซึ่งสามารถใช้แอปพลิเคชั่น Flightradar ในการตรวจสอบเบื้องต้น แต่ถ้าพบเห็นโดรนในพื้นใดขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อใช้เป็นข้อมูลจุดปล่อยโดรนได้ นอกจากนี้ ตร.ได้กำหนดแผนปฎิบัติเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน จากการใช้อากาศยานไร้คนขับในการก่อเหตุหรือกระทำการไม่พึงประสงค์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว อีกทั้งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงความไม่สงบในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝ่ายความมั่นคงขอยืนยันว่าจะให้การดูแลอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ใครปั่นป่วนสถานการณ์ได้

ข่าวยอดนิยม