หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:42 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568


>> รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ กลางสี่แยกเอราวัณ ถนนพหลโยธิน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.ลพบุรี

08.53 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ลพบุรี มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บริเวณกลางสี่แยกเอราวัณ ถนนพหลโยธิน ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ สีแดง ทะเบียน ลพบุรี และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิ๊กสีขาวดำ ทะเบียน ลพบุรี ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นผู้หญิง 2 รายทางอาสาสมัครเร่งช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลพระนารายณ์ ส่วนในจุดเกิดเหตุ พบร่างชองผู้เสียชีวิต 1 ราย สภาพร่างแหลก ห่างออกไปพบ รถบรรทุก ป้ายทะเบียน จ.นครสวรรค์ จอดอยู่ชิดขอบทางซ้าย

และได้รับแจ้งต่อมาว่า มีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต รวม 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 69 ปี และหญิงไทย 65 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี


>> ในหลวง ทรงห่วงใยประชาชน ให้นายกรัฐมนตรี เร่งการช่วยเหลือ - กองทัพส่งเรือหลวงระดมกู้ภัย

09.50 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดภาคใต้ โดยมีรัฐมนตรี อธิบดี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นของการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เชิญ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเลขาธิการพระราชวัง เข้าร่วมการประชุม โดยมี การอัญเชิญพระราชกระแสรับสั่ง แสดงความเป็นห่วงจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมี พระราชหฤทัยห่วงใย ต่อประชาชนในภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้ จึงได้ พระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งหมด และโปรดให้ระดมสรรพกำลังทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร หน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องเรือช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้ออกจากพื้นที่อันตรายไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่ได้จัดเตรียมไว้

รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ทั้งเรื่องน้ำ เรื่องอาหาร จะระดมสรรพกำลังจากกองทัพบกและกองทัพเรือ และกระทรวงมหาดไทยก็มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้ อัญเชิญพระราชกระแสรับสั่ง ว่า ทรงชื่นชม จิตอาสาทั่วประเทศที่ได้ระดมสรรพกำลัง ไม่เฉพาะเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แต่รวมถึงทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันประสานทุกฝ่ายในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน


>> ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำคุก "สิระ" 8 เดือน หมิ่น "เสรีพิศุทธิ์"

10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขนำ อ 965/2564 ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย มอบอำนาจ พล.ต.ท.จุตดิ ธรรมมโนวานิช เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีนายสิระกล่าวหาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สร้างท่าเทียบเรือรุกล้ำลำแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง

คดีนี้เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 66 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 จำคุก 1 ปี ทางนำสืบจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 98 คงจำคุก 8 เดือน ไม่รอการลงโทษ

โดยวันนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยศาลอุทธรณ์เห็นว่า การสัมภาษณ์ของนายสิระ (จำเลย) ต่อโจทก์ เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงในประการที่ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าโจทก์ได้กระทำความผิด ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง เข้าองค์ประกอบของการหมิ่นประมาทฯ การต่อสู้ของจำเลยเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างพยานโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 8 เดือน ไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษายืน


>> น้ำท่วมจังหวัดสตูล กระทบ 7 อำเภอ 26,219 ครัวเรือน ปชช.สูญหาย 1 เสียชีวิต 2 ราย

12.00 น. จังหวัดสตูล อัปเดต สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสตูล สถานการณ์ภัยพิบัติ อิทธิพลจากมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงร่วมกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดสตูลมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในหลายจุด พื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 7 อำเภอ 30 ตำบล 214 หมู่บ้าน 20 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 26,219 ครัวเรือน 68,410 คน มี ผู้บาดเจ็บ 14 คน ผู้สูญหาย 1 คน และเสียชีวิต 2 ราย

เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยง อพยพประชาชน เปิดศูนย์พักพิง และสนับสนุนเรือท้องแบน รถกู้ภัย เครื่องจักรกล และชุดยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

แนวโน้มสถานการณ์ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องจากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ระดับน้ำในลำน้ำสายหลักและพื้นที่ลุ่มต่ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและชุมชนริมลำธาร และคาดว่าในระยะ 1–2 วันนี้ยังคงมีฝนมากในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่


>> รวบนักเรียนปืนโหด ก่อเหตุยิงคู่อริกลางร้านค้าเสียชีวิต

12.00 น. เจ้าหน้า ที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง รับแจ้งเหตุยิงกันภายในร้านค้า บ้านโนนป่าติ้ว ถนนมิตรภาพสายเก่า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา 1 ราย จึงไปตรวจสอบพร้อมกับตำรวจฝ่ายสืบสวน และฝ่ายป้องกันปราบปราม เหตุการณ์ดังกล่าวมีคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวิดีโอไว้ได้ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดี โดยในคลิปดังกล่าว เผยให้เห็นเด็กนักเรียนชายใส่ชุดลูกเสือ สวมเสื้อกันหนาวสีแดง นั่งอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะเกิดการโต้เถียงรุนแรงกับชายวัยรุ่นใส่เสื้อช็อป จากนั้นไม่กี่อึดใจ นักเรียนชายใส่ชุดลูกเสือ ได้ชักอาวุธปืนยิงใส่คู่กรณี 5 นัด ทำให้เพื่อน ๆ และผู้ที่อยู่ในร้านค้าแตกตื่นวิ่งหนีตายอลหม่าน

หลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากช่อง สามารถจับกุมตัวได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง พร้อมของกลางอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาแรงจูงใจ และ ตรวจสอบประวัติของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และจะเร่งคลี่คลายคดีโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่


>> นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินน้ำท่วมสงขลา มอบ ผบ.สส. ผู้บัญชาการ ยัน รัฐบาลไม่ได้ทำงานช้า

13.00 น. ที่บริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสงขลาว่า วันนี้จะมีการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ โดยขณะนี้ทุกหน่วยงานระดมพล กระจายการช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ในส่วนของรัฐบาล มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร้อยเอก ธรรมรัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่แล้ว

"ตอนนี้ต้องบริหารการระบายน้ำให้เร็วที่สุด หากไม่มีฝนมาเติม น่าจะระบายได้เร็วขึ้น ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือการเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ก่อนเป็นอันดับแรก เหล่าทัพและหน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อม ทั้งในส่วนของอาหารและของดำรงชีพ รวมทั้งยานพาหนะในการระดมความช่วยเหลือ ยืนยันว่าไม่ได้ล่าช้า ไม่ได้ติดขัด ทำงานเต็มที่สุดกำลังในการเร่งช่วยเหลือชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก เมื่อทราบว่าสถานการณ์หนักขนาดนี้ จึงต้องใช้ พรก. ฉุกเฉินในการกำกับดูแล"นายกรัฐมนตรี กล่าว


>> ตำรวจ ภ.1 สนธิกำลังปิดล้อม “เครือข่ายบัญชีม้า” ทลายคอกม้ารายใหญ่ ยึดบัญชี–บัตร ATM

13.00 น. ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้ยุทธการ “กวาดล้างทำลายเครือข่ายบัญชีม้าและคอกม้า” ตามนโยบาย พล.อ.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และคณะกรรมการปราบอาชญากรรมไซเบอร์ เดินหน้าปรับโครงสร้างการปราบปรามออนไลน์ครั้งใหญ่ในพื้นที่สระบุรี หลังประชุม “War Room” ร่วมกับธนาคารในพื้นที่ ทำให้สามารถระบุตัวเครือข่ายบัญชีม้าได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมล็อตแรก 6 ราย แบ่งเป็นกลุ่มรับจ้างเปิดบัญชี 2 ราย และกลุ่มจัดหาบัญชี 4 ราย พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งโทรศัพท์ 9 เครื่อง สมุดบัญชี 5 เล่ม บัตร ATM 7 ใบ รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์อีกอย่างละ 1 คัน

ต่อเนื่องจากการขยายผล เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านของ หญิงไทย ผู้ว่าจ้างเปิดบัญชี ก่อนสะกดรอยติดตามจับตัวเธอพร้อมพวกอีก 2 รายในพื้นที่สระแก้ว ร่วมกับ ตชด.12 ยึดของกลางเพิ่มจำนวนมาก ทั้งสมุดบัญชี 17 เล่ม บัตร ATM 66 ใบ โทรศัพท์มือถือใหม่ 18 เครื่อง ผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 9 ราย ถูกแจ้งข้อหาตาม พ.ร.ก.อาชญากรรมเทคโนโลยีฯ มาตรา 9 และ 10 หลายกระทง โดยพบว่า ชายไทย 1 ราย หนึ่งในผู้ต้องหา เคยถูกจับคดีลักษณะเดียวกันมาก่อน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังต้นทาง–ปลายทางของเครือข่าย ซึ่งเชื่อมโยงการหลอกลวงออนไลน์หลายรูปแบบ ตั้งแต่ประมูลนาฬิกาถึงหลอกจองที่พัก เตรียมส่งมอบบัญชีม้าให้กลุ่มอาชญากรข้ามชาติ


>> น้ำท่วมจังหวัดตรัง กระทบ 9 อำเภอ กว่า 1.3 หมื่นครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย

13.20 น. นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย ปภ.ตรัง และผู้นำท้องที่ ลงพื้นที่สำรวจตำบลท่าพญา อำเภอปะเหลียน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอย่านตาขาวและปะเหลียนก่อนไหลลงทะเล พบระดับน้ำสูง 30-50 เซนติเมตร เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรแต่ยังไม่เข้าท่วมตัวบ้าน ชาวบ้านแจ้งความประสงค์ต้องการกระสอบทรายเพื่อกั้นน้ำและกำลังพลช่วยขนย้ายสิ่งของ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ผู้นำในพื้นที่เร่งดำเนินการช่วยเหลือโดยด่วน

จังหวัดตรัง สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ระหว่างวันที่ 19-25 พฤศจิกายน 2568 (ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น.) พบพื้นที่ประสบภัยขยายวงกว้างครอบคลุม 9 อำเภอ 57 ตำบล 330 หมู่บ้าน 7 เทศบาล 22 ชุมชน ส่งผลกระทบต่อประชาชนรวม 13,215 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาวและอำเภอวังวิเศษ


>> ผบ.ทร. เตรียมส่ง “ร.ล.อ่างทอง-ร.ล.ช้าง” ตามรอย “เรือหลวงจักรีนฤเบศ” ช่วยน้ำท่วมภาคใต้

13.49 น. พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า ขณะนี้ได้มีการสั่งการให้เรือหลวงจักรีนฤเบศร พร้อมเฮลิคอปเตอร์ไปช่วยเหลือ ซึ่งจะออกจากที่ตั้งได้ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ส่วนที่ต้องออกในช่วงบ่าย เนื่องจากต้องรอของบริจาคก่อน อีกทั้งเรือขนาดเล็กไม่สามารถเดินทางได้ เนื่องจากกระแสน้ำมีความแรง จึงต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการขนส่งสิ่งของ

ส่วนการอพยพประชาชน พล.ร.อ. ไพโรจน์ กล่าวว่า กำลังดำเนินการอยู่ แม้ยังมีฝนลมแรงอยู่ แต่จะปฏิบัติให้ดีที่สุด และต้องช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด ซึ่งเรือหลวงเรือหลวงจักรีนฤเบศร จะเดินทางไปเป็นระลอกแรก หลังจากนั้น จะมีเรือหลวงอ่างทอง และเรือหลวงช้าง ตามไปอีกระลอก

ด้าน พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงการสนับสนุนภารกิจน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ของกองทัพอากาศว่า กองทัพอากาศเตรียมพร้อมเต็มที่ ที่ผ่านมาได้มีการลำเลียงโดยอากาศยานของกองทัพอากาศไปแล้ว หลังจากนี้จะมีการระดมสรรพกำลังและบริหารทรัพยากรของกองทัพกับส่วนราชการอื่น ยืนยันว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องเข้าถึงประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ให้ได้ก่อน


>> ‘โฆษกรัฐบาล’ เผย เร่งอพยพด่วน 13 ตำบลสีแดง คาด 5 วัน น้ำท่วมสงขลาจะคลี่คลาย หากไม่มีฝนเพิ่ม

15.03 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุม ครม. ถึงสถานการณ์น้ำท่วม จ.สงขลา ว่า จากการรายงานของ ปภ.มีประชาชนนับหมื่นที่ได้รับภัยพิบัติ และ จำนวนครัวเรือนที่จำเป็นต้องอพยพแล้ว 1,228 ครัวเรือนใน 16 ตำบล และมีประชาชนเสียหาย 697,231 คน

โดยกองทัพบก ส่ง ฮ.ช่วยผู้ป่วย / กองทัพเรือ ส่ง ฮ. 3 ลำ เรือท้องแข็ง 14 ลำ พร้อมเครื่องยนต์ และ เจ้าหน้าที่หน่วยซีล เข้าไปช่วยในพื้นทึ่แคบ / กองทัพอากาศ ฮ.3 ลำ พร้อม บรรทุกอาหารผ่านเครื่องบิน c 130 ส่งต่อศูนย์อพยพ บรรทุกเจตสกี เข้าไปช่วยเหลือ กรมทรัพยากรธรรมชาติฯ 2 ลำ และ ปภ. เข้าไปเพิ่มอีก รวมแล้ว ฮ.ในพื้นที่กว่า 10 ลำ ทุกความช่วยเหลือมุ่งไปที่ จ.สงขลา อย่างเต็มที่

ขณะที่การอพยพคนจำนวนมาก จะต้องคัดกรองแบ่งสีเขียว เหลือง แดง โดยจะย้ายกลุ่มสีแดงก่อน แล้วค่อยเป็นสีเหลือง และสีเขียว ขณะเดียวกัน คนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือก็จะมีอาหาร และน้ำดื่ม ส่งไปให้ก่อน

พร้อมกันนี้ สำนักงานน้ำแห่งชาติ คาดการณ์ว่าน้ำจะคลี่คลายได้ภายใน 5 วัน หากไม่มีฝนมาเพิ่ม ซึ่งตอนนี้มีปริมาณน้ำ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร


>> รัฐบาลตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย” บูรณาการข้อมูล ลดความซ้ำซ้อน เร่งรัดให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วตรงจุด

17.30 น. รัฐบาล จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นเลขานุการศูนย์ฯ รวมทั้งมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และพลโท วันชนะ สวัสดี เป็นโฆษกประจำศูนย์ฯ และคณะทำงานจากทุกภาคส่วนเข้ามาบูรณาการร่วมกัน 
โดยศูนย์ฯ นี้ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวม - คัดกรองข้อมูลทั้งหมดจากประชาชนผู้ประสบภัย โดยกำหนดหมายเลขประสานงานคือ 1784 และ 1111 รวมถึงช่องทางเพจข่าวสารต่าง ๆ ของภาครัฐ ก่อนแยกเป็นระดับเร่งด่วน ได้แก่

เคสสีแดง ผู้มีความเสี่ยงสูงและต้องช่วยเหลือทันที เคสสีเหลือง ผู้ที่ยังอาศัยในบ้านแต่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยปฏิบัติในพื้นที่อย่างแม่นยำ ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าช่วยเหลือ

ด้านการบริหารพื้นที่ ผู้บัญชาการส่วนหน้าจะจัดแบ่งเคส และประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวบรวมและตรวจสอบความต้องการของแต่ละจุด จากนั้นจะเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด


>> รถกระบะเฉี่ยวชนคนข้ามถนน แล้วร่างกระเด็นไปถูกกระบะอีกคันเฉี่ยวชนซ้ำ มีผู้เสียชีวิตกลางถนนสายรังสิต - ปทุมธานี

19.00 น. ได้รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถกระบะชนคน และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนรังสิต - ปทุมธานี ช่วงก่อนขึ้นสะพานข้ามแยกสันติสุข ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร, รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน ปทุมธานี จอดอยู่ไหล่ทาง ห่างออกไปพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 43 ปี

คนขับรถกระบะ เล่ากับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองขับมาจากรังสิต กำลังไปทำงานที่อำเภอลาดหลุมแก้ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นว่าผู้เสียชีวิตวิ่งข้ามถนนมาทางไหน จึงทำให้ชนเข้าอย่างแรง และผู้เสียชีวิตกระเด็นไปถูกรถกระบะอีกคันหนึ่งเฉี่ยวชนซ้ำ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนนำตัวผู้ขับขี่ทั้ง 2 คันไปสอบปากคำ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้ภายในโกดังชั้นเดียวอยู่ระหว่างการปรับปรุง ย่านโชคชัย 4 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

21.04 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยโชคชัย 4 ซอย 28 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโกดังชั้นเดียว ประกอบกิจการจำหน่ายแบตเตอรี่ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ภายในโกดังที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง เพลิงลุกไหม้แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ เสียหายจำนวน 10 ก้อน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการเชื่อมเหล็ก ทำให้เกิดสะเก็ดไฟ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว


>> ไฟไหม้ภายในเพิงพัก ใกล้เคียงสถานีตำรวจนครบาลประเวศ รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

22.48 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยมอเตอร์เวย์ 38 ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักคอนกรีตชั้นเดียว ใช้เป็นสถานที่เก็บเครื่องมือช่างและพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในเพิงพัก เพลิงลุกไหม้ห้องเก็บเครื่องมือช่างและห้องพักเสียหายจำนวน 4 ห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 15 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ  


>> เรือหลวงจักรีนฤเบศร" เริ่มเดินทางออกจาก "ฐานทัพเรือสัตหีบ" ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย "น้ำท่วมภาคใต้"

23.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร ออกจากฐานทัพเรือสัตหีบจังหวัดชลบุรีแล้ว พร้อมนำสิ่งของอุปโภคบริโภค, ข้าวสารอาหารแห้ง, น้ำดื่ม, ยาเวชภัณฑ์ พร้อมครัวที่สามารถทำอาหารสดได้วันละ 3,000 ชุด มุ่งหน้าสู่หาดสมิหลา โดยคาดว่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

ทั้งนี้ คาดว่าจะถึงหาดสมิหลา ในเวลา 08:00 น. ของวันที่ 26 พ.ย. ซึ่งทันทีที่ไปถึงก็จะเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ในทันที เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่ยังคงติดค้าง พร้อมรอความช่วยเหลืออยู่

สำหรับภารกิจเร่งด่วนได้แก่ 1. ลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชน ที่ติดอยู่ในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าถึงยาก 2. เคลื่อนย้าย–อพยพประชาชนออกจากจุดวิกฤตที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย 3. สนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการฟื้นฟูเบื้องต้น และ 4.ตรวจประเมินพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

02.29 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.1 ลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 161 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 

 

ข่าวยอดนิยม