หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 05:43 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568


>> ไฟไหม้บ้านเรือน ทรัพย์สิน, รถจักรยานยนต์เสียหาย มีผู้บาดเจ็บ 1 รายอาสาสมัครนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล

06.09 น. รับแจ้งจาก หน่วยดับเพลิงแจระแม มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณหน้าวัดศรีโนนยาง หมู่ที่ 3 ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 
ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านไม่มีเลขที่ 2 ชั้น ลักษณะเป็นบ้านไม้โครงเหล็ก เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองแจระแม ขออนุญาตนำรถดับเพลิง 2 คัน และรถดับเพลิง ร่วมระดมใช้หัวฉีดน้ำ ใช้เวลา 50 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

ตรวจสอบสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ แจ้งว่า ไฟลุกจากบริเวณชั้น 1 ของตัวบ้าน ตรงสวิตช์คัตเอาท์ เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากโครงสร้างอาคารและวัสดุภายในบ้านเป็นตัวที่ติดต่อลุกลามง่าย เช่น ไม้ , กระดาษ , ยาง , เสื้อผ้า , ตู้ไม้ สร้างความเสียหาย ทรัพย์สินภายในบ้าน เครื่องมือการช่างและการเกษตรหลายรายการ และเงินสด เอกสารต่างๆอีกหลายรายการ รถจักรยานยนต์เสียหาย 2 คัน

เบื้องต้น ขณะเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเปลวไฟลวก จำนวน 1 ราย นำส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย ในส่วนของสาเหตุระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี และการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการต่อไป


>> เมียนมา เตรียมส่งบุคคลต่างชาติ 53 คน ที่ถูกหลอกลวงและค้ามนุษย์ใน จ.เมียวดี ผ่านประเทศไทยผ่านด่านพบพระ

07.40 น. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า นายภูมิธรมม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้รับรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคง จะมีการส่งตัวบุคคลต่างชาติ ที่เข้าข่ายการถูกหลอกลวง และการค้ามนุษย์ใน จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ที่ได้รับการช่วยเหลือและขอส่งตัวกลับมาประเทศไทย เพื่อเดินทางกลับประเทศของตนเอง

โดยในวันนี้ (12 ก.พ.) จะมีการส่งบุคคลดังกล่าวผ่าน บริเวณช่องทาง บ้านช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก จำนวน 53 คน จาก 8 ชาติ ประกอบด้วย ชาว ฟิลิปปินส์ 12 คน, เคนยา 4 คน, แทนซาเนีย 1 คน, บราซิล 2 คน, เอธิโอเปีย 21 คน, ปากีสถาน 5 คน, บังกลาเทศ 2 คน และ เนปาล 6 คน

โดยได้สั่งการฝห้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปรับตัว แล้วนำมาคัดกรองใช้กลไกการส่งต่อระดับชาติ( NRM )และจะมีการดูแลควบคุมก่อนตัวกลับไว้ที่ กองร้อยอาสารักษาดินแดน อ.แม่สอด จากนั้นให้หน่วยจะได้ประสาน สถานทูตของแต่ละประเทศ และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


>> ไฟฟ้าช็อต มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส

10.27 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ได้รับแจ้งมีผู้ถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ที่เกิดเหตุช่วงบริเวณแยกบ่อยาง พื้นที่ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

โดยในที่เกิดเหตุ ​พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ถูกกระแสไฟฟ้าช็อต อยู่ช่วงบนตัวอาคารไม่สามารถลงมาได้ ผู้บาดเจ็บมีแผลฉีกขาดที่ศรีษะ และมีแผลลักษณะไหม้ระดับแรก จากการถูกกระแสไฟฟ้าช็อต อยู่ในอาการซึม

ทีมหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา ประสานไปยังฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดับเพลิงเทศบาลนครแหลมฉบัง เพื่อร้องขอรถกระเช้าเข้าสนับสนุนที่เกิดเหตุ ในการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ , ประสานไปยังการไฟฟ้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสนับสนุนยังจุดเกิดเหตุ ก่อนจะให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรถทีมกู้ชีพให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.แหลมฉบัง เพื่อทำการรักษาตัว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป


>> แจ้งข้อหา ตำรวจวิสามัญคนร้ายแก๊งขโมยจักรยานยนต์ เสียชีวิต 1 ศพ

10.30 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานสืบสวน พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีที่ตำรวจ สน.คันนายาว สกัดจับคนร้ายที่ขโมยรถจักรยานยนต์ แต่ถูกคนร้ายยิงสวนมาทำให้ตำรวจวิสามัญคนร้าย เสียชีวิต 1 คน หลบหนีได้ 1 คน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ญาติของ นายศุภัช ผู้ต้องหาที่เสียชีวิต ติดใจการทำงานตำรวจที่ถึงกับวิสามัญจนเสียชีวิต ทั้งที่ผู้เสียชีวิตไม่ได้เป็นคนยิงหรือถือปืน เกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา

ล่าสุด พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และในภาพวงจรปิดเห็นพฤติการณ์ของคนร้ายทั้งหมด จะเห็นภาพว่ามีกระสุนของคนร้ายยิงใส่ตำรวจก่อน จึงทำให้ตำรวจต้องยิงป้องกันตัวออกไป อย่างไรก็ตาม คดีนี้ได้สั่งการให้สอบสำนวนทุกมิติ ทั้งการเสียชีวิตของผู้เสียชีวิต และได้แจ้งข้อหาตำรวจที่ยิงไปแล้ว ซึ่งตำรวจที่ยิงไปนั้นเพราะผู้ต้องหาต่อสู้และยิงมาก่อน ญาติสามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดทางคดียังไม่สามารถบอกได้ แต่ในที่เกิดเหตุไม่พบปืนของผู้ต้องหา ส่วนตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวคนร้ายอีก 1 คน เชื่อว่ายังอยู่ในพื้นที่ กทม. ส่วนขบวนการลักรถจักรยานยนต์ เชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ พบมั่วสุมอยู่ริมคลองสายไหมและก่อเหตุในพื้นที่ บกน.2

ด้าน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าวยืนยันเช่นกันว่า ในกล้องวงจรปิด เวลาเกิดเหตุมีกระสุนปืนเฉียดหัวลูกน้องตนเอง จึงเป็นเหตุทำให้ลูกน้องต้องยิงเพื่อป้องกันตัว และพฤติกรรมคนร้ายก็เข้าข่ายการชิงตัวผู้ต้องหา เพราะมีการหันปลายกระบอกปืนกวาดมาที่ลูกน้องของตนเอง และพูดว่า “ปล่อยตัวน้องกู” ก็ถือว่าเป็นการชิงตัวผู้ต้องหาและยังมายิงทำร้ายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้ต้องหาหรือผู้ให้การหลบหนีให้พาตัวผู้ต้องหามามอบตัว


>> ปฏิบัติการ "ป้อมปราการพิทักษ์ชายแดนจันทบูร" ปิดประตูแก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐาน

11.03 น. พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ. 2) เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานความมั่นคง เปิดปฏิบัติการ "ป้อมปราการพิทักษ์ชายแดนจันทบูร" ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ชาวต่างชาติหลอกลวงหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย การพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมาตรการกดดันและป้องกันการย้ายฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังข้อมูลสืบสวนสอบสวนพบว่ามีความพยายามย้ายฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มที่อยู่ฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา มาชายแดนฝั่ง จว.ไพลิน ของประเทศกัมพูชา พื้นที่รอยต่อ อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี หลังรัฐบาลไทยมีมาตรการกดดันแนวชายแดนเมียวดีอย่างเข้มข้น โดยจับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวนมาก

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 2 มีมาตรการซีลแนวชายแดนอย่างเข้มข้น สกัดกั้นการใช้ช่องทางธรรมชาติ และช่องทางอื่นลักลอบข้ามแดนไปร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพออนไลน์ โดยเฉพาะชายแดนฝั่ง อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว และชายแดน จว.ไพลิน ของกัมพูชา พื้นที่ จว.จันทบุรี ซึ่งใน จว.ไพลิน มีกาสิโนตั้งอยู่ 10 แห่ง ขณะเดียวกันก็พบสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการในประเทศไทยส่งข้ามไป ซึ่งต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมีมาตรการร่วมกันอย่างเด็ดขาดปิดประตูแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ต่อไป


>> รถกระบะชนกัน ผู้บาดเจ็บหลายราย อาสากู้ภัยช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล

13.00 น. ได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการกู้ชีพจังหวัดสมุทรปราการ ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกันลักษณะประสานงากัน และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ภายในซอยกิ่งแก้ว 37 ในพื้นที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับรถกระบะ โตโยต้า สีขาว โดยหน้ารถของทั้ง 2 คันได้รับความเสียหาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย โดยเป็นชาย 3 รายและหญิง 2 ราย ทางอาสากู้ภัย ม.ป่อเต็กตึ๊ง จึงให้การช่วยเหลือและนำผู้บาดเจ็บทั้งหมด 5 รายนำส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว


>> รัฐบาลลุยปราบ “นอมินี-บัญชีม้า” จับแล้ว 820 คดี ยอดความเสียหาย หมื่นกว่าล้านบาท

15.43 น. นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือให้ทุกส่วนราชการกว่า 20 หน่วยงาน เช่น กรุงเทพมหานคร (กทม.) จังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร สำนักงานพาณิชย์จังหวัด จัดหางานจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบนอมินี โดยเฉพาะคนไทยที่ถือหุ้นในนิติบุคคลบริษัทห้างร้าน แทนคนต่างด้าว เพื่อทำธุรกิจในไทยโดยเลี่ยงทำตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 และสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐานในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

จากผลความร่วมมือและการตรวจสอบเชิงรุก ส่งผลให้การปราบปรามนอมินี ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค.2567 สามารถจับกุมธุรกิจนอมินีได้แล้ว 783 คดี มูลค่าความเสียหาย 11,783 ล้านบาท ส่วนเดือน ม.ค. 2568 จับกุมคดีเพิ่มได้อีก 37 คดี ความเสียหาย 710 ล้านบาท รวมทั้งหมด 820 คดี ความเสียหาย 12,495 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนอมินีในธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ และธุรกิจอื่น ๆ เช่น ตลาดออนไลน์ วัสดุก่อสร้าง สำนักงานบัญชี ในพื้นที่กรุงเทพฯ ระยอง รวมถึงธุรกิจขนส่งสินค้าทางบก การค้าอสังหาริมทรัพย์และเกี่ยวเนื่อง โดยมีทั้งต่างด้าวจากประเทศในยุโรป และเอเชีย ส่วนการจัดการปัญหาบัญชีม้านิติบุคคล


>> กรมควบคุมมลพิษ เตือนฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น 13-16 ก.พ. นี้

15.50 น. ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ ขอแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ. 68 มีแนวโน้มเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่อาจพบบางพื้นที่อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) และพื้นที่อื่นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ภาคตะวันออก พื้นที่ภาคกลาง และพื้นที่ภาคตะวันตก ทั้งนี้ สถานการณ์มีแนวโน้มที่จะบรรเทาลงอย่างมีนัยสำคัญหลังวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เนื่องจากอัตราการระบายอากาศเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่เอื้อต่อการระบายฝุ่นละอองมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจัยทางด้านอุตุนิยมวิทยา ยังคงส่งผลต่อการระบายของฝุ่นละออง โดยในช่วงที่ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อัตราการระบายอากาศค่อนข้างต่ำ อีกทั้งเกิดสภาพอุณหภูมิผกผันใกล้ผิวพื้น และมีสภาพเพดานการลอยตัวอากาศที่ต่ำมาก เกิดลักษณะคล้ายฝาชีครอบ ส่งผลให้ฝุ่นละอองไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้ จึงมีการสะสมและแขวนลอยในชั้นบรรยากาศได้มาก นอกจากนี้ ข้อมูลจาก GISTDA พบว่า ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 พบจุดความร้อนทั้งสิ้น 1,248 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร


>> เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้ารับเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 261 คน ข้ามฝั่งจากเมียนมา ไปจุดกองร้อย ตชด.346

16.10 น. หน่วยเฉพาะกิจราชมนูนำกำลังทหาร ฉก.ราชมนู นำรถบรรทุก 9 คัน พร้อมรถ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ สภ.พบพระ นำกำลังไปรับตัวบุคคลต่างชาติจำนวน 261 คน

หลังจากทางกองกำลัง DKBA โกล้ทูบอ ได้ดำเนินการส่งตัวบุคคลต่างชาติ จำนวน 261 คน ที่ถูกหลอกไปทำงานในฝั่งเมียนมา เดินทางมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงฝ่ายไทย 28 บริเวณ บ.ช่องแคบ ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก พร้อมนำตัวทั้งหมดขึ้นรถไปยังจุดคัดกรองกองร้อย ตชด.346 ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


>> รถบรรทุกอ้อย ชนเสาปูนจราจรกลางแยกแตงโม ก่อนถึงเข้าบ้านเรือนประชาชน มีผู้บาดเจ็บ 3 รายกู้ภัยเร่งช่วยเหลือ

17.30 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี อำเภอด่านช้าง มีอุบัติเหตุรถบรรทุก เสียหลักพุ่งชนบ้านเรือนประชาชน ริมถนนหมายเลข 333 ช่วงแยกแตงโม ในพื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถ 10 ล้อบรรทุกอ้อย สีขาว ลักษณะชนเสาปูนสัญญาณจราจรบริเวณกลางแยก ก่อนถึงพุ่งเข้าบ้านเรือนประชาชนริมถนน ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายติดค้างภายในยานพาหนะ ทางอาสาสมัครประสานเครื่องมือตัดถ่าง เพื่องัดรถและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำออกมา ก่อนจะมอบให้ทีมกู้ชีพ รพ.ด่านช้าง ดำเนินการนำส่งโรงพยาบาล ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหญ้าไซ


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ มีผู้เสียชีวิตท้ายรถ จ.สระแก้ว

19.18 น. รับแจ้งจาก ศูนย์นเรนทรสระแก้ว มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถเทรลเลอร์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณแยกนาดง ในพื้นที่ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน สระแก้ว ลักษณะชนท้ายรถเทรลเลอร์ ฮีโน่ สีขาว ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการบาดเจ็บสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 51 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองน้ำใส


>> เพลิงไหม้กองผ้าอ้อมใต้ที่นอนแล้วลุกลาม ชายพิการและป่วยติดเตียงถูกไฟคลอกเสียชีวิต  

23.00 น. พ.ต.ท. สมชาย สาคร สารวัตรสอบสวนของสภ.คลองด่าน ได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ห้องพักแห่งหนึ่งและมีคนติดค้างภายใน สถานที่เกิดเหตุ ซอยน้ำผึ้ง หมู่ที่ 6 ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งไปตรวจสอบและระงับเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นลักษณะห้องเช่าชั้นเดียว โดยชาวบ้านต่างพากันลากสายยางฉีดน้ำสกัดเพลิงเอาไว้ได้ก่อนจะที่ดับเพลิงเข้ามาสนับสนุนในที่เกิดเหตุ ซึ่งพอเพลิงสงบและระบายควันออกจากภายในห้องพัก โดยบนที่นอนพบร่างของ ชายไทย อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นผู้พิการและป่วยติดเตียง นอนหงายตัวเกร็งในสภาพถูกไฟลอกทั้งร่างกายและเสียชีวิตอยู่บนที่นอนของตนเอง โดยมีกองผ้าอ้อมสำเร็จรูปจำนวนมากที่ถูกไฟไหม้กองอยู่ข้างเตียง เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพและทำแผนที่เกิดเหตุเอาไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงนำร่างออกมาชันสูจน์พลิกศพด้านนอกก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูจน์อีกครั้งยังนิติเวชรามาจักรกรีนฤบดินทร์

จากการสอบถาม น้องชายของผู้ตาย ให้สัมภาษณ์บอกว่า ห้องพักดังกล่าวเป็นห้องเช่าที่ตนเองและพี่ชายมาเช่าอาศัยอยู่ หลังจากที่พี่ชายประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นคนพิการมาเกือบสิบปี โดยตนเองมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง หาเงินดูแลพี่ชายมาตลอด วันนี้ก็เช่นกันตนออกไปวิ่งรถจนกระทั่งกลับมาพบว่ามีควันพุ่งออกมาจากห้องจึงรีบเปิดประตูเข้าไป ก็พบว่าไฟกำลังลุกไหม้บนที่นอนของพี่ชายตอนนั้นตกใจ จึงรีบลากยางยางตักน้ำมาดับไฟ และตะโกนเรียกข้างห้องให้มาช่วยจนดับไฟได้สสนิทแต่ก็พบว่าพี่ชายถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุตนเองคาดว่าพี่ชายจะสูบบุรี่แล้วเผลอหลับจนก้นบุรีตกใส่ที่นอนจนเกิดไฟลุกไหม้ดังกล่าว เพราะพี่ชายเป็นคนสูบบุหรี่จัดห้ามก็ไม่เคยฟัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


>> ไฟไหม้บ้านในบ้านเรือนประชาชน ย่านบางแคซอย 10 เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ทันไม่ลุกลาม พบบาดเจ็บ 2 รายกู้ภัยนำส่ง รพ.

00.54 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุ เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยบางแค 10 ถนนบางแค แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายโทรทัศน์ พัดลม และชั้นวางหนังสือ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง

ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย ( รายที่ 1 ) เป็นเพศชาย อายุประมาณ 44 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลมิตรประชา ( รายที่ 2 ) เป็นเพศหญิง อายุประมาณ 47 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกบริเวณข้อมือบาดเจ็บเล็กน้อย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลกลาง พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค  
 

ข่าวยอดนิยม