หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 มกราคม 2568

วันที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 05:37 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 มกราคม 2568


>> ไฟไหม้รถยนต์แล้วลุกลามโรงจอด เสียหายวอดทั้งหลัง ภายในบ้านเรือนประชาชน ซอยเสรีไทย 59

08.36 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยเสรีไทย 59 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ใช้เป็นที่พักอาศัย ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโรงจอดรถชั้นเดียว ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในโรงจอดรถยนต์ เพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถใช้น้ำมันเบนซินและระบบไฟฟ้า เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน และลุกลามโรงจอดรถ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก เพลิงลุกไหม้รถยนต์ ลุกลามโรงจอดรถ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>>  แฟนสาวป่วยโรคซึมเศร้า หวังกระโดดตึก แฟนหนุ่มดึงแขนไว้อย่างปลอดภัย

09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัทยา ได้รับแจ้งมีหญิงไทย พยายามจะกระโดดจากที่สูง เหตุเกิดขึ้นที่ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ติดถนนพัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเม้นต์สูง 5 ชั้น บริเวณริมระเบียงชั้นที่ 4 พบ นส.วอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี อยู่ในอาการร่ำไห้ตลอดเวลา และพยายามจะกระโดดระเบียง เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อม แต่ไม่เป็นผล จากนั้นไม่นานแฟนหนุ่มได้เดินทางเข้ามาที่เกิดเหตุ พร้อมเกลี้ยกล่อมก่อนจะใช้จังหวะที่เผลอ ดึงแขนแฟนสาวไว้ได้อย่างปลอดภัย

จากการสอบถาม พี่สาว ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุน้องสาวคือ นส.วอ มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และมักจะชอบกินยาเกินขนาด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยพยายามจะกระโดกตึกฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง แต่ช่วยเอาไว้ได้ทัน ซึ่งครั้งนี้ขณะที่ตนเองอยู่กับน้อง 2 คน เมื่อตนเองเผลอน้องได้วิ่งไปที่ระเบียง และพยามจะฆ่าตัวตายดังกล่าว ส่วนปัญหาการทะเลาะกับแฟนมีเพียงเล็กน้อย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ กู้ภัยมูลนิธิสว่างธรรมสถานเมืองพัทยา ได้นำตัว นส.วราภรณ์ ไปโรงพยาบาล เมืองพัทยา เพื่อให้หมอรักษาอาการต่อไป


>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง คุณตาวัย 80 ปีเจ็บสาหัส ส่วนคุณลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต

09.15 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิเพชรเกษม สาขานครศรีธรรมราช มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายสุราษฎร์ธานี - นครศรีธรรมราช บริเวณก่อนถึงทางกลับรถตลาดแม่กิ้มส้อง ในพื้ที่ ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา สภาพกันชนหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไปที่ข้างทาง พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า สีดำ สภาพพังเสียหายทั้งคัน ผักสดตกกระจายเกลื่อน และใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บ 2 ราย โดยพบว่า 1 รายนั้นมีอาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นายเลพ อายุ 67 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือนายพีระวิทย์ อายุ 80 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพเพชรเกษม ได้ปฐมพยาบาล และนำส่ง รพ.สิชล ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิชล


>> ชายต่างชาติคลั่ง ขับรถเข้าวัด จุดธูปเทียนรอบองค์พระพุทธรูป ก่อนไปเอาเศษไม้มาจะจุดไฟเผา ตร.เข้าควบคุมตัวไว้ได้ พบป่วยทางจิต

09.45 น. ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งเหตุมีชาวต่างชาติเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ขับรถยนต์ถอยหลังออกจากซอยมาอย่างรวดเร็วสร้างความหวาดเสียวให้กับชาวบ้าน แล้วเดินไปจุดธูปเทียนรอบองค์พระพุทธรูป พร้อมเอาเศษไม้จะมาจุดไฟเผา ที่บริเวณลานหน้าวัดเจดีย์ทอง ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

ศูนย์วิทยุเมืองนครนายก จึงประสานสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์และกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก ไปยังที่เกิดเหตุ โดยพบชายดังกล่าว ทราบว่าเป็นชาวรัสเซีย อายุประมาณ 40 ปี ซี่งมีอาการป่วยทางจิตกำลังเดินไปมาและเอาน้ำในโอ่งมาดื่มและราดตัวอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปเจรจาพูดคุย พร้อมกระจายกำลังเข้าล้อมตัว ก่อนจะเข้าควบคุมตัวชายต่างชาติคนดังกล่าวไว้ได้ จากนั้นได้นำตัวตัวส่งโรงพยาบาลนครนายก เพื่อทำการรักษาตัวต่อไป


>> หนุ่มขับขี่จักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ ร่างกระเด็นดับกลางถนนพหลโยธิน ส่วนรถไฟลุกไหม้เสียหายทั้งคัน

10.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกสำโรง รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ ที่ถนนพหลโยธิน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 199 - 200 ในพื้นที่ ม.1 โค้งวัดวังกระทุ่ม ต.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน และเป็นทางโค้ง ทางอาสาสมัครและรถดับเพลิง ได้ทำการฉีดน้ำดับไฟที่ลุกไหม้รถจักรยานยนต์อยู่กลางถนน ตรวจสอบหลังเพลิงสงบ เป็นรถจักรยานยนต์ ป้ายทะเบียน ลพบุรี ยังไม่ทราบยี่ห้อและสี เนื่องจากรถพังเสียหายและเพลิงได้ลุกไหม้เสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 คน และห่างออกไปพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ทะเบียน ลพบุรี สภาพมีร่องรอยการชนที่ด้านหน้าได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุ ควบคุมตัวคนขับรถกระบะส่งพนักงานงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ส่วนผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง


>> รอง ผบ.ตร. ตรวจสถานที่เหตุเพลิงไหม้แฟลตตำรวจวิภาวดี เยี่ยมให้กำลังข้าราชการตำรวจและครอบครัว

11.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุและเยี่ยมให้กำลังใจข้าราชการตำรวจและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ อาคารบ้านพักส่วนกลาง ตร. ( วิภาวดี ) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ณ แฟลตตำรวจส่วนกลางวิภาวดี อาคาร 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลางสันนิษฐานว่าเกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าลัดวงจร แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดใด จึงเก็บหลักฐานต่าง ๆ เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ต่อไป โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นมีข้าราชการตำรวจ และครอบครัวได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ครัวเรือน ซึ่งกองสวัสดิการได้จัดห้องพักอาศัยชั่วคราวเพื่อให้ความช่วยเหลือ และกองโยธาธิการได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อประมาณการความเสียหายและการซ่อมแซมอาคารที่พัก

พล.ต.อ.กรไชยฯ ได้สั่งการให้มีการติดตั้งสัญญาณเตือนไฟไหม้ ทั้งหัวและท้ายอาคารที่พัก เพื่อตรวจจับควัน หรือความร้อน อันจะลดการสูญเสียหรืออันตรายจากการสำลักควันหรือถูกไฟคลอก ที่อาจเกิดขึ้นได้และ กำชับฝ่ายโยธาธิการตำรวจ ให้เร่งรัดการซ่อมแซมอาคารที่พักด้วยความมั่นคงและแข็งแรง เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยลาดพร้าว 34 เสียหายวอดทั้งห้อง

12.44 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยลาดพร้าว 34 ถนนลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับถ่านและระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง


>> คนร้ายซิ่งเก่งหนีตำรวจ พุ่งชนท้ายรถ “แม่ตั๊ก ลีลา” ไปต่อไม่ได้

14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุระทึกตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ไล่ล่าผู้ต้องสงสัยคดีค้ายาเสพติดบน ถนนพญาเสือ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยผู้ต้องสงสัยได้ใช้รถนั่งส่วนบุคคล ซูซุกิ สวิฟท์ สีดำ ขับหลบหนีอย่างรวดเร็ว ตำรวจได้พยายามขับรถสกัดและได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดยางล้อคนร้าย ในระหว่างที่คนร้ายขับรถหนีนั้น ได้เข้าไปพุ่งชนด้านท้ายรถอเนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูเนอร์ บริเวณด้านขวาก่อนจะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยรถคันดังกล่าวเป็นของ นางเกศกนก อายุ 70 ปี คุณแม่ของ “ตั๊ก ลีลา” หรือแม่ยายของ “นุ้ย เชิญยิ้ม” และคนร้ายได้จนมุมตำรวจ เนื่องจากรถไปต่อไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถเข้าควบคุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด พร้อมกับนำตัวไปที่ สภ.เมืองพิษณุโลก ทราบชื่อต่อมา คือ นาย จักรกฤษณ์ อายุ 40 ปี เคยมีประวัติยาเสพติดมาก่อน

ซึ่งขณะที่รถของผู้เสียหายถูกชน คุณแม่ของตั๊ก ลีลา ได้ลงจากรถและเดินไปซื้อของฝั่งตรงข้าม ขณะที่ภายในรถนั้นมีคนขับรถเป็นชายอยู่ด้วย 1 คน เบื้องต้นทราบว่า ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถของผู้ต้องสงสัย ที่สภาพด้านซ้าย มีร่องรอยรถชนอย่างแรง ขณะที่ยางล้อด้านขวา สภาพแตกละเอียดลักษณะขับบดไปกับพื้นถนน และรถของแม่ตั๊กลีลา ที่เสียหายบริเวณกันชนด้านท้าย มาที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพิสูจน์ร่องรอยการเฉี่ยวชนต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาส ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า คดีนี้ทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ติดตามคดีเรื่องยาเสพติด และได้ทำการตรวจค้นบ้านของคนร้าย จากนั้นคนร้ายไหวตัวทันได้ขับหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถติดตาม และพยายามสกัดรถคนร้ายด้วยการยิงที่ล้อรถยนต์ จนสามารถจับกุมคนร้ายได้ ตรวจค้นรถมียาเสพติดเป็นยาบ้าจำนวนหนึ่ง ซึ่งกำลังขยายผลอยู่ ส่วนผู้เสียหายจากคดีนี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการเยียวยาต่อไป


>> รถบรรทุกข้ามเกาะกลางถนนพลิกคว่ำ คนงานเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 2 คน

17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ได้รับแจ้งมีรถบรรทุกข้ามเกาะกลางถนนชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออก ตรงข้ามตลาดนัด 18 คอร์ด ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 4 ล้อขนาดกลาง ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน จังหวัดนนทบุรี จอดอยู่ในลักษณะขวางถนนอยู่ในช่องทางคู่ขนาน ด้านหน้ารถพังเสียหาย ข้างรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นคนงานที่มากับรถบรรทุกคันดังกล่าว ขณะเดียวกันยังมีรถที่ได้รับความเสียหายอีก 1 คัน เป็นรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในช่องทางคู่ขนาน

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่าตนเองขับมาเห็นเหตุการณ์ตอนที่รถคันที่มีผู้บาดเจ็บเเละเสียชีวิต ขับอยู่ช่องทางหลักด้านในขวาสุด ไม่รู้ว่าเขาเบรคอะไร แล้วก็เสียหลักพลิกคว่ำ 2 ตลบ จากนั้นก็ไปชนรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ซึ่งอยู่ทางคู่ขนาน ทำให้คนที่นั่งหลัง 2 คน ตกลงมาเสียชีวิต ส่วนคนที่นั่งหน้า 2 คน คือ นายสุวรรณ อายุ 63 ปี (คนขับ) และนายจัน ซิน (ชาวกัมพูชา) อายุ 32 ปี ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่

ขณะเดียวกันจากการสอบถามนายจัน ซิน คนงานชาวกัมพูชาที่มากับรถพอที่จะให้ข้อมูลได้ว่าตนเองนั่งหน้ามาคู่กับคนขับส่วนคนที่เสียชีวิตทั้ง 2 รายนั้นนั่งด้านท้ายส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุไม่ทราบ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ ส่วนสาเหตุนั้นจะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง จากนั้นจึงมอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป


>> "ซิงซิง" ถึงไทย เตรียมนำตัวเข้ากรุงเทพคืนนี้ พบจ้างรถไป อ.แม่สอด ด้วยตัวเอง เดินทางข้ามประเทศตามช่องทางธรรมชาติ

17.43 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการหายตัวของ นาย หวังซิง หรือ ซิงซิง นักแสดงสัญชาติจีนที่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวซิงซิง เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว จากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนที่คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ไทย-เมียนมา ทำการสอบสวนคัดแยกว่าเข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ หากไม่เข้าข่ายเจ้าหน้าที่จะส่งตัวซิงซิงตรวจสอบตาม พรบ.ตรวจคนเข้าเมือง

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ทางครอบครัวซิงซิง ได้แจ้งความติดตามตัวตั้งแต่ที่เมืองเซียงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงประสานมาที่ทางการไทยเพื่อให้ร่วมค้นหา จากการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องพบว่าซิงซิงได้รับการว่าจ้างให้ไปทำงาน จึงออกเดินทางมาในครั้งนี้ ส่วนเป็นการทำงานประเภทไหน ทำงานที่ประเทศใดยังไม่ชัดเจน

“ซิงซิงถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 ม.ค. จากนั้นว่าจ้างรถยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 5,000 บาท ให้ไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ก่อนที่จะมีรถกระบะของกลุ่มชาติพันธุ์มารับตัวต่อไปยังช่องทางธรรมชาติ“ จตช. กล่าว

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวอีกว่า คนขับรถกระบะให้ข้อมูลว่ามีการโอนเงินจ่ายค่ารถในราคา 2,000 บาท จากประเทศเพื่อนบ้าน ตัวของซิงซิงขึ้นรถด้วยความเต็มใจ ทักทายด้วยความเต็มใจ ก่อนที่ตนเองจะพาไปที่ช่องทางธรรมชาติที่นัดหมายไว้


>> ผัวชาวเมียนมา ตกงานแล้วเครียด มีปากกับภรรยาแล้วใช้มีดแทงดับ ก่อนจะแทงตัวเองและลูกชายวัย 5 ขวบเจ็บสาหัส

18.30 น. เจ้าที่ตำรวจ สภ. แสนภูดาษ ได้รับแจ้งว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทกันและมีผู้เสียชีวิต บริเวณห้องพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.3 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา 
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมา นส.ซานดา อายุ 39 ปี ชาวสัญชาติเมียนมา และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายมาว อายุ 49 ปี และ เด็กชาย อายุ 5 ขวบซึ่งเป็นชาวสัญชาติเมียนมาเช่นกัน ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือก่อนนำตัวส่ง รพ.บ้านโพธิ์

เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บนั้น เป็นสามี - ภรรยา และลูกชาย ก่อนเกิดเหตุ เพื่อนข้างห้องแจ้งว่า ทั้งคู่ได้มีปากเสียง และทะเลาะวิวาทกัน เนื่องจากว่า อาจจะมีความเครียดเรื่องครอบครัวเพราะฝ่ายสามีตกงานไม่มีงานทำ ภรรยาทำงานอยู่คนเดียว และสามีอยู่ในอาการมึนเมาและหึงหวงภรรยา จึงอาจเกิดความเครียด และใช้มีดแทงภรรยาเสียชีวิต ก่อนผู้ก่อเหตุ พยายามใช้อาวุธมีดแทงท้องตัวเอง และแทงลูกชาย ในส่วนของสาเหตุทีแท้จริงอย่างไรนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง


>> ชายสัญชาติฝรั่งเศสถูกยิงเสียชีวิต ย่านบางลำพู พบประวัติเคยเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน กัมพูชา

19.00 น. รับแจ้งเบื้องต้น มีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต บริเวณวงเวียนสิบสามห้าง เขตพระนคร ส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม พื้นที่ สน.ชนะสงคราม

ความคืบหน้าเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 74 ปี สัญชาติฝรั่งเศส เบื้องต้น พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สั่งการให้ พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม ชุดสืบสวนนครบาล และ ชุดสืบสวนนครบาล 1 เข้าตรวจสอบ 
ต่อมามีรายงานงานว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายลิม กิมยา เป็นนักเคลื่อนไหวชาวกัมพูชา เดินทางมาจาก เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา โดยรถบัส มาพร้อมกับภรรยาชาวฝรั่งเศส และลุงชาวกัมพูชา ได้มาลงตรงบริเวณที่เกิดเหตุ และมีคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบทะเบียน มาจอดและยิงก่อนหลบหนีไป

ทั้งนี้มีรายงานว่า ลิม กิมยา อดีต ส.ส.ฝ่ายค้าน จากพรรค Cambodia National Rescue ที่มีผลงานโดดเด่น โดยเมื่อปี 2018 เขาได้อภิปรายเรื่องงบประมาณรัฐบาลอย่างหนัก และ อดีตนายกฯ ก็ออกมาเตือนให้เขาระวังจะเผชิญกับนรก ทำให้หลายคนลี้ภัยไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้นายลิม กิมยา ถือสัญชาติ ฝรั่งเศส-กัมพูชา


>> ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพตำรวจกล้า "ร.ต.ท.บรรรัง เกษาพร"

19.46 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพ ร.ต.ท.บรรรัง เกษาพร อายุ 55 ปี รอง สว (ป) สน.สายไหม โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา และเพื่อนข้าราชการตำรวจ ร่วมพิธี ณ วัดสายไหม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ร.ต.ท.บรรรัง เกษาพร รอง สวป.สน.สายไหม เสียชีวิตในขณะเข้าระงับเหตุฯ จากกรณีผู้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงขณะเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาท บริเวณถนนเฉลิมพงษ์ แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 มกราคม 2568 
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความไว้อาลัย และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ ร.ต.ท.บรรรัง เกษาพร ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลดูเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการปูนบำเหน็จให้ตามระเบียบต่อไป


>> ไฟไหม้ภายในโกดัง โรงงานบำบัดและกำจัดของเสีย ย่านบางโทรัด เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิง ระดมใช้หัวฉีดน้ำเข้าสกัดเพลิง จ.สมุทรสาคร

21.05 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ภายในบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นโรงงาน ซึ่งประกอบกิจการการบำบัดและกำจัดของเสียที่ไม่เป็นอันตรายโดยวิธีชีวภาพ เพลิงได้ลุกไหม้บริเวณกองขยะภายในโกดังเก็บขยะ เสียหาย 1 โกดัง ความเสียหายประมาณ 50%

องค์การบริหารส่วนตำบลบางโทรัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง อาสาสมัคร มูลนิธิ และอำเภอเมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วยรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ จนสามารถควบคุมเพลิงไหม้ให้อยู่ในวงจำกัด จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ความคืบหน้าของเหตุการณ์จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

01.38 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 124 กม. ยังไม่มีรายงาผลกระทบต่อประเทศไทย 
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม