หน้าแรก > อาชญากรรม

พ่อพาหนุ่มตื้อขอเบอร์ ขอโทษ กระเป๋ารถเมล์สาว หลังถูกทำร้าย พ่อเผย "ป่วยออทิสติก ขาดยามานาน"

วันที่ 25 ธันวาคม 2567 เวลา 09:08 น.


วันที่ 25 ธันวาคม 2567 จากกรณีที่ น.ส.พิโชบล ยาดี อายุ 24 ปี พนักงานเก็บค่าโดยสารรถประจำทางสาย 134 ถูกผู้โดยสารชายทำร้ายร่างกายบนรถประจำทางด้วยการตบหน้าเพราะไม่พอใจที่ตามตื้อขอไลน์แล้วสาวกระเป๋ารถเมล์ไม่ให้ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2567 เวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 ธ.ค. 2567 ที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 7 กลุ่มการปฏิบัติการเดินรถ 1 หมู่บ้านบัวทองเคหะ ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายสมหมาย ชูเลิศ หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการเดินรถ 17 ได้เรียก น.ส.พิโชบล ยาดี อายุ 24 ปี พนักงานเก็บเงินค่าโดยสาร ที่ถูกทำร้ายเข้าสอบถามรายละเอียดเริ่องราวที่เกิดขึ้น

โดย น.ส.พิโชบลมีความประสงค์ต้องการที่จะดำเนินการกับผู้โดยสารชายคนก่อเหตุ โดยมีนายธารายุทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี พ่อของนายนนท์ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี หนุ่มผู้โดยสารที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายบนรถประจำทางตามคลิปที่ปรากฏในโซเชียล เดินทางมาเจรจาจอไกล่เกลี่ยกับ น.ส.พิโชบลด้วยหลังตกเป็นข่าว

โดยนายนนท์ หนุ่มมือตบผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนขึ้นรถมาจากวงเวียนราชพฤกษ์ เพื่อจะไปตลาดบางใหญ่ซิตี้ ตนได้เข้าไปคุยกับพี่กระเป๋ารถเมล์เพื่อขอแดไลน์กับเขาไว้ติดต่องาน แต่ถูกปฎิเสธโดยอ้างว่าไม่ได้เล่นไลน์ เมื่อถูกปฎิเสธหลายครั้งตนจึงหงุดหงิดและโมโหไปทำร้ายเขา จนถูกไล่ลงจากรถกลางทางบริเวณถนนนครอินทร์
ซึ่งในวันนั้นตนไม่ได้กินยาที่ใช้รักษาอาการป่วยมานานแล้ว พอพ่อกับแม่ตนรู้เรื่องแล้ว พ่อจึงพาตนเดินทางมาขอโทษเขา เพราะตนรู้ว่าตนตบหน้าเขาแรง ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ตนอยากขอโทษพี่เขา

ทางด้านนายธารายุทธิ์ พ่อคนก่อเหตุ กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องหลังตกเป็นข่าว ตนไม่รู้ว่าในวันเกิดเหตุลูกชายตนเขาลืมกินยาก่อยออกจากบ้านหรือเปล่า เพราะเจาต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งตนจะคุยกับแม่ของเขาอีกทีว่าการรักษาไปถึงขั้นไหน เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นออกจากจะเสื่อมเสียถึงตัวลูกชายตนแล้ว ยังเสื่อมเสียไปถึงโรงเรียนเขาด้วย หลังจากนี้ตนจะกำชับลูกชายว่าไม่ให้ทำแบบนี้อีก ตนยินยอมที่จะชดใช้ให้ผู้เสียหายตามที่ต้องการ หรือหากจะแจ้งความดำเนินคดีกับลูกชายตน ตนก็พร้อมให้ดำเนินคดีเขาจะได้เข็ดไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก

ทางด้านนายสมหมาย ชูเลิศ หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการเดินรถ17 กล่าวว่า พนักงานหญิงเก็บค่าโดยสารจะไปแจ้งความไว้เพื่อป้องกันตัวเอง หากเขามาก่อเหตุซ้ำเป็นครั้งที่ 2 แม้ว่าเจ้าตัวอยากให้จบกันไป เพราะเข้าใจว่าคนก่อเหตุเป็นยังไง

น.ส.พิโชบล กล่าวว่า ตนขอเอาความปลอดภัยของตัวเองไว้ก่อน โดยตนจะเอาหลักฐานกล้องวงจรปิดไปให้ตำรวจดู จะได้รู้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นยังไง โดยตนจะขอเรียกค่าทำขวัญค่าเสียเวลาในการเดินทางเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาท เพราะตนได้รับผลกระทบเรื่องงาน เนื่องจากตนเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ยังไม่ได้รับการบรรจุ ทำให้ยังขาดงานลางานไม่ได้ แล้วต้องมาเสียเวลาไปที่ชี้แจงที่ขนส่งเพราะถูกรายงานในเรื่องที่ตนไม่ได้เป็นคนผิดอีก ตอนนี้เมื่อได้คุยกับพ่อของคนก่แเหตุแล้วก็รู้สึกดีขึ้น เพราะอย่างน้อยผู้ปกครองของเขาจะได้รับรู้เพื่อต้องระมัดระวังควบคุมลูกอย่าไปทำอย่างนี้กับใคร จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ตนจึงได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก

แม้ตนจะเอาความผิดกับน้องเขาไม่ได้เพราะเขาเป็นเด็กออทิสติก แต่ตนก็จะมาเอาความผิดกับทางผู้ปกครองของน้องแทนที่ดูแลเด็กไม่ดี โดยพ่อของเขารับปากว่าจะดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก หากเกิดเหตุอีกเขาก็ให้ดำเนินคดีกับผู้ปกครองได้เลย

น.ส.พิโชบล กล่าวอีกว่า ส่วนตัวตนไม่ได้คุยกับผู้ก่อเหตุว่าเขาทำไปเพราะอะไร แต่ทางพ่อของเด็กได้มาขอโทษแทนกับตนแล้ว ตนก็รับคำขอโทษของเขา เขาบอกว่าลูกของเขาเขาก็ไม่ได้ดูแลเอง เพราะแยกกันอยู่กับภรรยา จนกระทั่งเพิ่งมาทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงรีบพาลูกชายเดินทางมาขอโทษและขอไกล่เกลี่ยในวันนี้

โดยก่อนหน้านี้นายนนท์ มือตบผู้ก่อเหตุหลังก่อเหตุจนถูกไล่ตะเพิดลงจากรถกลางทาง ได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 67 ว่าได้ถูกกระเป๋ารถประจำทางด่าทอด้วยคำหยาบและไล่ลงจากรถโดยสาร ก่อนจะมีการส่งเรื่องร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก กทม.จนทำให้มีการเรียกตัว น.ส.พิโรบล เข้ามาทำการสอบสวน

จนในที่สุดทางกรมการขนส่งทางบกเห็นคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว จึงสั่งให้ยุติเรื่องร้องเรียนโดยไม่มีบทลงโทษใดๆ เนื่องจาก น.ส.พิโชบลไม่ได้กระทำผิดกฎใดๆ หลังจากที่นายธารายุทธิ์ พ่อของนายนนท์ ได้กล่าวคำขอโทษแทนลูกชายที่เป็นออทิสติก และสัญญาจะควบคุมดูแลให้มากกว่าเดิม ทาง น.ส.พิโชบลจึงได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน"

ข่าวยอดนิยม