หน้าแรก > อาชญากรรม

ปทส.รวบร้านลักลอบจำหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์เถื่อน

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 00:00


ปทส.รวบร้านลักลอบจำหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์เถื่อน

กองบังการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดย พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ปทส. ร่วมกันจับกุม นายเน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี โดยกล่าวหากระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 4 ฐาน มี ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซยนต์ ผู้ใดฝ่าฝืน ม.4 มีโทษตาม ม.17 จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จับกุมได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับยานยนต์ ม.2 ต.พุนพิน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยของกลาง

1. เลื่อยโซ่ยนต์ ยี่ห้อ STIHL สีส้ม-ขาว ขนาด 5.3 แรงม้า จำนวน 1 เครื่อง
2. เลื่อยโซ่ยนต์ ยี่ห้อ STIHL สีส้ม-ขาว ขนาด 6.4 แรงม้า จำนวน 1 เครื่อง
3. เลื่อยโซ่ยนต์ ยี่ห้อ Made by Pretool สีแดง-ขาว ขนาด 6.4 แรงม้า จำนวน 1 เครื่อง
4.แผ่นบังคับโซ่ ยี่ห้อ  STIHL ขนาด 20 นิ้ว จำนวน 1 แผ่น
5. แผ่นบังคับโซ่ ยี่ห้อ  STIHL ขนาด 25 นิ้ว จำนวน 2 แผ่น
6. แผ่นบังคับโซ่ ยี่ห้อ  STIHL ขนาด 36 นิ้ว จำนวน ๑ แผ่น
7. โซ่ ยี่ห้อ  STIHL ขนาด 25 นิ้ว จำนวน ๑ เส้น
8. โซ่ ยี่ห้อ  STIHL ขนาด 36 นิ้ว จำนวน ๑ เส้น
9. ลังกระดาษ จำนวน 3 ลัง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทำการสืบสวนตามที่ ตร.ได้รับการประสานเป็นหนังสือจากกรมป่าไม้ว่า เนื่องจากในปัจจุบันการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าไม่อาจประสบผลสำเร็จได้ตามเป้าหมาย สาเหตุหนึ่งเนื่องจากมีการใช้เลื่อยโซ่ยนต์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการตัดไม้และแปรรูปไม้ที่มีประสิทธิภาพสูงกันอย่างแพร่หลาย แม้ว่าจะได้มีมาตรการควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยกฎหมายอื่นอยู่แล้วก็ตาม แต่ยังมีการลักลอบนำเลื่อยโซ่ยนต์เข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อใช้ในการตัดไม้ทำลายป่าจำนวนมาก และพบว่าได้มีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งได้ลักลอบจำหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์ทางออนไลน์ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 ฐาน มี ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อควบคุมการมีไว้ในครอบครองและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าตามนโยบายของรัฐบาล และในขณะเดียวกันไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพที่ต้องใช้เลื่อยโซ่ยนต์ของผู้กระทำโดยสุจริต จึงได้ทำการสืบสวนโดยได้แฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มเพจเฟซบุ๊กซึ่งเป็นกลุ่มปิดใช้ในการซื้อขายเลื่อยโซ่ยนต์ จนพบว่าที่ร้านค้า ตั้งอยู่ที่สถานที่ตรวจค้นจับกุมเปิดเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับยานยนต์ มีการลักลอบจำหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์และอุปกรณ์เกี่ยวกับเลื่อยโซ่ยนต์ ซึ่งการขายเลื่อยโซ่ยนต์จะขายทางออนไลน์เก็บเงินปลายทางเท่านั้นซึ่งยากแก่การจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาล จ.สุราษฎร์ธานี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. นำหมายค้นของศาล จ.สุราษฎร์ธานี ไปที่ร้านดังกล่าว ได้พบกับ นายเน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี รับว่าเป็นเจ้าของร้านได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบของกลางตามรายการดังกล่าว ซึ่งเลื่อยโซ่ยนต์ดังกล่าวหากผู้ใดมีไว้ในครอบครองจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้เกี่ยวข้อง จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าไม่สามารถนำเอกสารหรือใบอนุญาตใด ๆ มาแสดงได้ และรับว่าไม่เคยขออนุญาตและไม่มีใบอนุญาต จึงแจ้งแล้วว่าเป็นความผิดตามกฎหมายข้างต้นจะต้องถูกจับกุมตัวซึ่งนายเน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ยินยอมให้จับกุม โดยก่อนทำการจับกุมตัวได้แจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบแล้ว จากนั้นจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาข้างต้นให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวมาจัดทำประวัติและบันทึกการจับกุมที่ สภ.พุนพิน จากนั้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่ง พงส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา 

ข่าวยอดนิยม