วันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 05:44 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567
>> รถบรรทุกชนรถรับส่งนักเรียน มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย
08.10 น. เจ้าหน้าที่ตำราวจ สภ.สายบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อชนกับรถกระบะ รับ-ส่งนักเรียน ทำให้มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ในพื้นที่ ม.5 บ้านละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
ที่เกิดเหตุ พบบรรทุก 4 ล้อเล็ก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ปัตตานี จอดอยู่ริมถนนสภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน และใกล้กันรถกระบะรับส่งนักเรียน โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน ปัตตานี สภาพไฟท้ายด้านขวาแตก ตัวถังบุบ และมีเลือดติดอยู่ที่ตัวรถ จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียน ทั้งชายและหญิง จำนวน 13 ราย ทางอาสากู้ภัยช่วยเหลือและทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง โรงพยาบาลปัตตานี ส่วนที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ต่อมาได้รับแจ้งว่ามีผู้บาดเจ็บ 1 รายได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นเด็กชายไทย อายุ 14 ปี และหญิงไทย อายุ 15 ปี
จากการสอบสวน คนขับรถกระบะ เล่าว่า ได้รับเด็กนักเรียนในพื้นที่ อ.สายบุรี เพื่อส่งนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.ไม้แก่น ระหว่างจอดรถริมทางเพื่อรอรับนักเรียนคนสุดท้าย ขณะนั้นมีรถบรรทุกขับมาตามเส้นทาง เกิดเสียหลักเฉี่ยวชนฝั่งขวารถนักเรียนที่จอดอยู่ข้างทาง แล้วกระจกข้างรถบรรทุกที่ยื่นออกมาได้ชนเข้ากับนักเรียนที่ยืนอยู่หลังรถทางด้านซ้ายสุดเสียชีวิตทันที และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงสอบปากคำคนขับรถ 6 ล้อ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถบิ๊กไบค์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างล้มคว่ำ ก่อน 2 ตา-ยายร่างกระเด็นถูกรถพ่วงตามหลังทับซ้ำ เจ็บสาหัสทั้งคู่
11.20 น. สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันซ้ำซ้อน มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย บนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้าเมืองพัทลุง ม.4 ต.ปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง
ที่เกิดเหตุ พบรถจยย.พ่วงข้าง ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน พัทลุง ลักษณะถูกเฉี่ยวชนในสภาพพังเสียหาย ใกล้กันพบ รถจยย.บิ๊กไบค์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีน้ำเงิน-เทา ป้ายทะเบียน กทม. และรถบรรทุก 18 ล้อ ฮีโน่ สีชมพู ป้ายทะเบียน ตราด ได้รับความเสียหาย
ตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นคนขับและคนนั่งข้าง ทราบชื่อคือนายโกวิทย์ และนางสำรวย อายุประมาณ 70 - 75 ปี โดยนายโกวิทย์ ผู้เป็นสามีอาการสาหัส ขาด้านขวาเกือบขาด เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำคนเจ็บ ทั้ง 2 ราย ส่ง รพ.พัทลุง เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลือต่อไป
เบื้องต้น ทั้งนี้ตามกล้องวงจรปิดหน้ารถบรรทุก 18 ล้อ พบว่ารถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ชนกับรถจยย.พ่วงข้าง ก่อนคนขับและคนนั่งข้างตกจากรถ แล้วรถบรรทุก 18 ล้อ ชนซ้ำดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> จับหนุ่มวัย 31 ปี ฆ่าแล้วกินสุนัข ลั่นให้มาแล้วก็เป็นสิทธิของตน
12.22 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีที่ มูลนิธิ วอชด็อก ไทยแลนด์ ได้เรียกร้องให้ตำรวจ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ติดตามจับกุมบุคคลที่มีพฤติกรรมออกขอรับสุนัขไปเลี้ยง แล้วอ้างว่าสุนัขที่รับมาได้หลุดหาย แต่ความจริงคือได้ฆ่าสุนัขเพื่อนำไปรับประทาน ต่อมาเจ้าของสุนัขที่ให้ไปได้พยายามทวงคืนแต่ว่าไม่เป็นผลไม่มีการคืนสุนัข โดยอ้างว่ายกให้คนอื่นต่อ ทำให้เจ้าของสุนัขอย่างน้อย 2 คน เข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน ล่าสุด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน เข้าจับกุมตัว นายอาเช อายุ 31 ปี ส่งดำเนินคดีในข้อหา "กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร"
โดย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้ทางมูลนิธิวอชด็อก ได้ประสานมาทางโทรศัพท์เข้ามา ว่ามีผู้เสียหายที่ไม่สามารถดูแลสุนัขต่อจึงได้หาผู้เลี้ยงดูต่อ โดยผู้ต้องหาได้อาสาจะรับไปเลี้ยงดูต่อ แต่ได้พบพิรุธหลังจากขอดูสภาพสุนัขที่รับไปว่ามีความเป็นอยู่ยังไงแต่ถูกบ่ายเบี่ยงไม่ให้ดู รวมทั้งในพื้นที่มีผู้ให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์รับประทานเนื้อสุนัข จากการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่าได้นำสุนัขไปประกอบอาหารรับประทานจริง ส่วนสาเหตุที่ทำเขาอ้างว่า ที่บ้านมีเด็กเล็กเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับเด็ก
ด้าน นายอาเช รับสารภาพว่าตอนแรกตั้งใจจะเอามาเลี้ยง แต่ที่บ้านมีเด็ก หมาค่อนข้างดุ เด็กชอบไปเล่นด้วย กลัวเกิดอันตราย ที่ทำไปเพราะว่าเขาให้หมามาแล้ว ถือว่าเป็นสิทธิ์ของเรา ส่วนเหตุผลที่ต้องฆ่าหมาเพราะน้องหมาดุ ประกอบกับตนไม่ค่อยมีเวลากลับบ้าน ปกติชอบเลี้ยงหมาอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อย่างนี้ กลัวหมากัดเด็กไม่ทันคิด เลยฆ่าหมาแก้ปัญหา ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ รู้ก็ตกใจ
>> "บิ๊กเต่า" เผยหลักฐานออกหมายจับ "เจ๊พัช " เกือบครบ 100% แล้ว
12.32 น. พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าการออกหมายจับ นางสาวกฤษอนงค์ หรือ เจ๊พัช เจ้าของเพจ "กฤษอนงค์ต้านโกง" หลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินบริษัท "ดิไอคอน กรุ๊ป"
จากการได้ประชุมชุดสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานค่อนข้างเกือบ 100% แล้ว แต่การประชุมชุดสอบสวนชุดใหญ่ ยังมีประเด็นที่ต้องสอบปากคำเพิ่มอีกเล็กน้อย ซึ่งวันนี้พนักงานสอบสวนกำลังเดินทางไปพบ "บอสพอล" ในเรือนจำ เพื่อจะให้ลงนามคำสอบปากคำเพิ่มเติม และตัดประเด็นข้อสงสัย คาดว่าช่วงเที่ยงวันนี้ จะมีความเรียบร้อยชัดเจน ส่วนจะยื่นขอหมายจับได้หรือไม่ ยังต้องรอดูภาพรวมอีกครั้ง เพราะแนวทางการสืบสวนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่ในแนวทางการสอบสวนยังติดประเด็นว่าเข้า "ทุจริต" หรือไม่ หรือเป็นเพียง "กรรโชกทรัพย์" ซึ่งต้องให้ "บอสพอล" ยืนยันให้ชัดเจน เพราะทั้ง 2 ข้อหานี้อยู่ในเขตอำนาจศาลที่แตกต่างกัน แต่ก็ยืนยันว่าหากขั้นตอนครบถ้วน ไม่ว่าจะข้อหาใดก็สามารถออกหมายจับได้เลย โดยไม่ต้องใช้หมายเรียก แต่จะทันภายในวันนี้หรือไม่ ยังไม่ยืนยัน
ทั้งนี้ ส่วนตัวก็ยอมรับว่าการที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกดำเนินคดีในหลายๆ คดี ก็มีความเสี่ยงที่จะหลบหนีได้ จุดนี้ตำรวจก็กังวลเช่นกัน แต่ก็ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน ส่วนจะเชื่อมคดีแต่ละคดีเข้าด้วยกัน และมองว่าเป็นการทำผิดซ้ำซากหรือไม่ ตนเองมองว่าเป็นต่างกรรมต่างวาระ อย่างคดีที่ "หนุ่ม กรรชัย" แจ้งความเป็นเรื่องหมิ่นประมาท ส่วนคดีที่ "ทนายบอสพอล" มาแจ้งเป็นเรื่องพยายามฉ้อโกง ซึ่งรวมๆ หลายๆ เคส ก็อาจจะเหมือน "พยายามฉ้อโกง" แต่มุมมองนักกฎหมายก็เสนอแนะว่าอาจเป็นการ "พยายามกรรโชกทรัพย์" ดังนั้นขอให้ชุดพนักงานสอบสวนที่แม่นเรื่องกฎหมายพิจารณาให้ชัดเจนก่อน ว่าจะเป็นการฉ้อโกงโดยปกติธุระแบบทนายตั้มหรือไม่
>> เพลิงไหม้บนอาคารพาณิชย์ ย่านปิ่นเกล้า เสียหายวอดทั้งห้อง
12.49 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 4 ชั้น ประกอบกิจการแบ่งให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 เพลิงลุกไหม้กองวัสดุ ฝ้า เพดาน เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 15 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟฟ้าบริเวณฝ้าเพดาน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> 3 บริษัทดิจิทัลเทคโนโลยีสำคัญ พบ "นายกฯ อิ้งค์" ชมไทยมีศักยภาพเป็น “ดิจิทัลฮับ” ของภูมิภาค
14.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือ นาย Karan Bhatia รองประธานบริษัท ด้านการดูแลและกำหนดนโยบายสาธารณะและความสัมพันธ์กับรัฐบาล จากบริษัท Google นายโซว จือ ชิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท TikTok และนาย Antony Cook รองประธานบริษัทและรองที่ปรึกษาฝ่ายทั่วไปและบริการลูกค้าของบริษัท Microsoft ณ โรงแรม Swissotel กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู ระหว่างเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 31 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งสามบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร ชมวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยในการใช้เทคโนโลยีขับเคลี่อนเศรษฐกิจ กระตุ้นทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะ SMEs และประชาชน ให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และ AI สร้างอาชีพใหม่ๆ รวมถึงส่งเสริมการศึกษา พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ในโลกอนาคต พร้อมทั้งเห็นศักยภาพและความสามารถของไทยที่จะเป็น “ดิจิทัลฮับ” ในภูมิภาค ซึ่งทั้งสามบริษัทมีแผนในการลงทุนด้าน Data Center ในไทย โดย google ได้ประกาศการลงทุนในไทยแล้ว 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
>> รถรางไฟฟ้าพุ่งลงไหล่ทางขณะลงเขา มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บหลายราย
15.00 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิรัตนกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถรางไฟฟ้ารับ-ส่ง ประชาชน พลัดตกไหล่ทาง ระหว่างลงเขาพระธาตุภูเพ็ก ที่ เขาพระธาตุภูเพ็ก อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และมีผู้ได้รับาดเจ็บหลายราย
ที่เกิดเหตุ พบรถรางไฟฟ้า สีชมพู ลักษณะพุ่งเข้าไปในป่าหญ้าข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งอาการสาหัสและปานกลาง จำนวน 25 รายทางอาสากู้ภัยการช่วยเหลือปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ส่วนจุดเกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 16 ปี
จากการตรวจสอบพบว่าวันนี้ได้มี งานบุญที่วัดพระธาตุภูเพ็ก จึงมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมงาน แต่เนื่องจากสถานที่ของวัดอยู่บนเขาทำให้มีพื้นที่จำกัดในการจอดรถ เลยต้องให้ประชาชนนำมามาจอดไว้สถานที่ด้านล่าง และต้องนั่งรถหกล้อสองแถวกับรถรางไฟฟ้าที่จัดเตรียมไว้ให้ขึ้นไปร่วมงาน
โดยประชาชนรายหนึ่งที่มาร่วมงานเปิดเผยว่า ช่วงบ่ายเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการด้วยสภาพอากาศที่ร้อนประชาชนจึงเร่งรีบกันกลับบ้าน ทำให้รถที่มีไว้บริการเต็ม แต่ชาวบ้านบางคนก็ขึ้นมานั่งบางคนก็ยืนก็มี เลยบรรทุกคนเกินจำนวนประกอบกับเส้นทางขาลงมีความลาดชันมาก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุจึงทำให้รถรางไฟฟ้าพุ่งลงไหล่ทางอย่างเร็วคนขับพยามเบรกแล้วแต่ควบคุมไม่อยู่จึงเสียหลักพลัดตกไหล่ทางจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
อย่างไรก็ตามทางผู้จัดงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบเรื่องดังกล่าวแล้วภายหลังเกิดอุบัติเหตุอยู่ระหว่างดำเนินการให้การช่วยเหลือและตรวจสอบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุต่อไป
>> จับชายเมายาบ้าคลั่งพังบ้าน รับทำเพราะโมโหพี่สาวกินข้าวหมดหม้อ ไม่ยอมหุงใหม่
16.00 น. สภ.บางละมุง นำกำลังสายตรวจ ชุดสืบสวน และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบเหตุชายเมายาบ้าคลุ้มคลั่งอาละวาดทำลายทรัพย์สิน ภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่โป่งสะเก็ด อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
เมื่อไปถึงพบว่าชายดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายมอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี เกิดอาการเมายาบ้าคลุ้มคลั่งอาละวาด ทุบกระจกบ้าน ผนังบ้าน โต๊ะอาหาร และรถจักรยานยนต์ ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายหลายอย่าง เมื่อเห็นตำรวจตรึงกำลังนำไม้ง่ามเข้าปิดล้อม ได้วิ่งหนีเข้าไปแอบในห้องนอน โดย จนท.พูดเกลี่ยกล่อมประมาณ 30 นาที ก่อนเจ้าตัวยินยอมเดินออกมามอบตัว
ทั้งนี้ จากการตรวจสารเสพติดในร่างกาย พบว่าเป็นสีม่วง โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่าเพิ่งเสพยาบ้า เมื่อสองวันก่อน จากนั้นเกิดมีปากเสียงกับพี่สาว เรื่องกินข้าวหมดหม้อ แล้วไม่ยอมหุง และมีปัญหาเรื่องข้าวอยู่บ่อยครั้ง เลยลงมือพังข้าวของภายในบ้าน ยืนยันว่าไม่ได้คลุ้มคลั่ง หรือเมายาบ้า ที่ทำไปเพราะความโมโห
นอกจากนี้ตรวจสอบประวัติ ปรากฎว่ามีหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ข้อหา “เสพยาและครอบครองยาเสพติด” อีกด้วย จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
>> อัยการ สั่งฟ้อง “แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์” 4 ข้อหา นัดเบิกตัวขึ้นศาล 18 พ.ย.นี้
16.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตามที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการ ปคม. ได้ส่งสำนวน พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้อง คดีที่ น.ส.วันวิสา ผู้เสียหายกับพวกกล่าวหา บริษัท เคทเอ็นโกลด์ จำกัด โดย นายกานต์พล หรือ ป๊าเบียร์ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1, นายกานต์พล ผู้ต้องหาที่ 2, น.ส.กรกนก หรือ แม่ตั๊ก ผู้ต้องหาที่ 3 ให้กับพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุ วันนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา ได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คือ ฐาน”ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่นำจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนร่วมกันโฆษณาโดยใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค โดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิดสภาพ คุณภาพ บริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ร่วมกันขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากนั้นไม่ถูกต้อง และร่วมกันประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามประมวลกฎหมายอาญา ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน และสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 ฐานร่วมกันขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณ แห่งของนั้นอันเป็นเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน และได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 ต่อศาลอาญาในวันนี้
ทั้งนี้ ศาลอาญารับคำฟ้องไว้พิจารณา เป็นคดีอาญาหมายเลขดำ และให้ออกหมายเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำ เพื่อสอบคำให้การจำเลย วันที่ 18 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. สำหรับกรณีที่สั่งไม่ฟ้อง ได้เสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาตรา 145/1 ต่อไป
>> กทม. ลุยจัดเก็บกระทงในเทศกาลลอยกระทง 2567 ก่อนนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ตั้งเป้าการลอยกระทงโฟมให้เป็น 0%
21.00 น. นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจัดเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยา ในเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2567 ณ บริเวณปากคลองโอ่งอ่าง ฝั่งพระนคร (ใต้สะพานพระปกเกล้า) ก่อนสำนักสิ่งแวดล้อมจะนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี
นายพรพรหม กล่าวต่อไปว่า จากการลงพื้นที่ 3 แห่งในคืนนี้พบว่ามีประชาชนจำนวนมากร่วมลอยกระทงดิจิทัล ส่วนการลอยกระทงออนไลน์ ขณะนี้ (ณ เวลา 21.00 น.) มีการเข้าร่วมกิจกรรมประมาณกว่า 20,000 กระทงแล้ว ซึ่งแนวโน้มการจัดกิจกรรมลอยกระทงดิจิทัลมีเพิ่มมากขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าปีที่แล้วมีเพียง 1 แห่ง แต่ในปีนี้มีการจัดกิจกรรมถึง 3 แห่ง และมีภาคเอกชนให้ความสนใจมากขึ้น เนื่องจากเห็นว่าประชาชนให้ความสนใจร่วมกิจกรรมจำนวนมากทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ กทม. ยังได้รับคำชื่นชมเรื่องการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียจากการลอยกระทงขนมปังอีกด้วย สำหรับภาพรวมขณะนี้พบว่ามีการจัดเก็บกระทงธรรมชาติได้จำนวนมากกว่ากระทงโฟม โดย กทม. จะรวบรวมสถิติกระทงที่จัดเก็บได้ทั้งหมดของค่ำคืนนี้รายงานผ่านเพจเฟซบุ๊ก “กรุงเทพมหานคร” ภายในเวลาไม่เกิน 08.00 น. ของเช้าวันพรุ่งนี้
>> ไฟไหม้โกดังเก็บสินค้า โรงงานสุรา ย่านปทุมธานี เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมหัวฉีดน้ำ
22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ภายโกดัง ของโรงงานสุรา ในพื้นที่ ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
ภายหลังรับแจ้งเหตุจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลเมืองบางคูวัด,เทศบาลเมืองปทุมธานี และรถดับเพลิงใกล้เคียง พร้อมรถบรรเทาสาธารณภัย,เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้ง เร่งให้การช่วยเหลือ
ที่จุดเกิดเหตุ ลักษณะเป็นโกดังขนาดใหญ่ ภายในเก็บสินค้า พบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้เป็นจำนวนมากบนเนื้อที่ กว่า 2 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัยเร่งระดมฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ระหว่างเกิดเหตุมีเสียงคล้ายระเบิดดังตลอด
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม
22.03 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม
ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 337 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ไฟไหม้บ้านเรือน ย่านพุทธบูชา ประชาชนใช้น้ำทำการดับก่อนจะลุกลาม
22.06 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยพุทธบูชา 2 ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณชั้น 2 เพลิงลุกไหม้กองกระดาษ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหาย 4 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับ เพลิงสงบก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการดับถ่านและระบายควัน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยจอมทอง
>> ไฟไหม้ในห้องพัก บนคอนโดฯ ย่านสุขาภิบาล 2 ประชาชนช่วยดับทันก่อนจะลุกลาม
23.49 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ คอนโดแห่งหนึ่ง ซอยสุขาภิบาล 2 ซอย 17 ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องเลขที่ 59/6 เพลิงลุกไหม้เสียหายเครื่องปรับอากาศและที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 3 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการดับถ่านและระบายควัน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ
>>แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
01.32 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 69 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย