วันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 เวลา 02:59 น.
ทลายแก๊งขนโรฮิงญา พบเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท
กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) โดย พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุม
1.นายสม (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี หมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ลงวันที่ 30 ต.ค.67
2.นายวุฒิ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี หมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ลงวันที่ 30 ต.ค.67
3.นายพงษ์ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี หมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ลงวันที่ 30 ต.ค.67
ฐานความผิด “ร่วมกันให้ที่พัก อาศัย ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นการจับกุม”
สถานที่จับกุม
-พื้นที่ ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
-ปั๊มน้ำมัน ปตท. แห่งหนึ่ง แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กทม.
-หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขตลาดกระบัง กทม.
สืบเนื่องมาจาก มีเหตุรับแจ้งพบกลุ่มคนต่างด้าว (โรฮิงญา) ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ จำนวน 26 คน และในจำนวนนั้น มีผู้เสียชีวิต 3 คน เหตุเกิดพื้นที่ ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชะอำ สามารถสกัดจับรถต้องสงสัย ได้ที่บริเวณถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้า กทม. เขต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมควบคุมตัวผู้ก่อเหตุดังกล่าว จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย
1.นายสัน (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี
2.นายพัก (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี
โดยแจ้งข้อกล่าวหากระทำผิดฐาน “กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” และ “ร่วมกันให้ที่พักอาศัย ช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นการจับกุม”
จากนั้น ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปคม. ได้ทำการขยายผลโดยสอบสวนกลุ่มชาวพม่า (โรฮิงญา) ดังกล่าว ได้ข้อมูลว่าพวกตนเองจะเดินทางไปที่จุดพักคอย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรอเดินทางต่อไปประเทศมาเลเซีย โดยมีผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ขับรถยนต์กระบะแบบต่อเติมด้านท้ายเป็นตู้ทึบ ออกจาก กทม. โดยขณะเดินทางเนื่องจากภายในตู้มีลักษณะแคบ ไม่มีรูระบายอากาศ และจำนวนคนที่อัดแน่นมามีจำนวนมาก ทำให้มีอากาศหายใจไม่เพียงพอ มีบางคนหมดสติ พวกตนจึงทุบตู้รถบรรทุกเพื่อให้คนขับจอดรถ คนขับรถจึงมีอาการโมโหที่พวกตนทุบรถ จึงจอดรถและลากพวกตนบางส่วนลงจากรถ ทำร้ายร่างกาย ทุบตีกระทืบพวกตน เมื่อคนขับเห็นว่าพวกตนบางส่วนมีผู้เสียชีวิต จึงไล่ให้พวกตนทั้งหมดลงจากรถ ปล่อยทิ้งไว้ที่บริเวณที่เกิดเหตุ และพากันขับรถหนีไป
ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปคม. จึงได้สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพิ่มเติม ทราบว่าการลักลอบขนคนต่างด้าวชาวพม่า(โรฮิงญา) ผู้ต้องหารับงานต่อมาจาก นายสม (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ทำกันเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งชุดล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเส้นทางขนคน การเช่าที่พักให้กับคนต่างด้าวเป็นจุดพักคอยเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยรับคนพม่า (โรฮิงญา) จากบ้านพักย่านร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ไปส่งยังที่ต่างๆ ตามที่ นายสม (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี สั่งการ ชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมข้อมูลขยายผล สามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้เพิ่มเติมจำนวน 3 ราย คือ 1.นายสม (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี 2.นายวุฒิ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี 3.นายพงษ์ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี
เฉพาะในส่วนของ นายสม (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ให้ข้อมูลว่า เป็นผู้ต้องหาระดับสั่งการ โดยเป็นผู้รับงานขนคนต่างด้าวมาจากนายทุน แล้วกระจายงานให้กับผู้ร่วมขบวนการคนอื่น ลักลอบขนคนต่างด้าวไปส่งตามภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย จนเกิดเหตุสลดขึ้นในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร และเมื่อนายสม (นามสมมุติ) ทราบว่าลูกทีมที่ร่วมขบวนการถูกตำรวจสอบสวนกลางจับกุมได้ในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ตัวนายนายสม (นามสมมุติ) จึงได้หลบหนีจากบ้านพัก ในซอยร่มเกล้า 25 เขตลาดกระบัง จ.กรุงเทพฯ ไปกบดานอยู่ในพื้นที่ ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ มีพื้นที่แนวเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยากในการติดตามตัว แต่ทางชุดสืบสวน กก.5 บก.ปคม. ไม่ลดละ ได้ทำการติดตามสืบสวนจนพบตัว และเข้าควบคุมตัวคาเพิงพักกบดานกลางสวนทุเรียน เบื้องต้นนายสม (นามสมมุติ) รับสารภาพว่าตนเองรับงานขนคนต่างด้าวชาวพม่าได้ค่าดำเนินการหัวละกว่า 3,000 บาท และจ้างรุ่นน้อง วันละ 500-1,000 บาท เพื่อช่วยเหลือในการหาโรงแรมรายวันเพื่อจัดเตรียมที่พักให้กลุ่มคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมนายสม (นามสมมุติ) และทีมงานร่วมขบวนการขนคน อีก 2 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



4 สิงหาคม 2569
4 สิงหาคม 2569
4 สิงหาคม 2569
4 สิงหาคม 2569