วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 เวลา 21:11 น.
วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ร่วมกันทำการจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี (ขับขี่รถแวน) นายบี (นามสมมุติ) อายุ 68 ปี (ขับขี่รถเก๋ง) และชาวบังคลาเทศ จำนวน 18 คน (เป็นผู้ชายทั้ง 18 คน) พร้อมตรวจยึดของกลางรถยนต์แวน สีเทา, รถยนต์เก๋ง สีเขียว ที่ใช้บรรทุกขนบุคคลต่างด้าวมาขณะถูกจับกุม พร้อมโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกับผู้จ้างวานให้ขนส่งต่างด้าว หลังจับกุมได้ที่หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงเวียงสระ ทล.41 กม.228 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี
สืบเนื่องจาก ขณะเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจบริเวณจุดดังกล่าว พบรถแวน 4 ประตูอเนกประสงค์ สีเทา มีนายเอ (นามสมมุติ) มีลักษณะเหมือนบรรทุกสิ่งของหนักต้องสงสัยว่าจึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าว ซึ่งทราบภายหลังเป็นชาวบังคลาเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย นั่งอัดกันมาภายในรถ จำนวน 15 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังตรวจสอบบุคคลต่างด้าวดังกล่าวข้างต้น ได้สังเกตเห็นว่ามีรถยนต์เก๋งคันหนึ่งจอดชิดขอบทางด้านซ้ายก่อนถึงจุดตรวจลักษณะมีพิรุธ จึงเข้าไปตรวจสอบพบรถเก๋ง สีเขียว มีนายยี เป็นผู้ขับขี่ (ทราบชื่อสกุลภายหลัง) จนท.ชุดจับจึงทำการตรวจสอบภายในรถเก๋งคันดังกล่าวพบบุคคลต่างด้าว ทราบภายหลังเป็นชาวบังคลาเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย นั่งอยู่ภายในรถจำนวน 3 คน
จากการสอบถามเบื้องต้น นายเอ และนายบี รับสารภาพว่าได้ร่วมกันขนย้ายบุคคลต่างด้าวมาจาก กทม.เพื่อนำไปส่งที่ อ.รัตภูมิ จว.สงขลา และมีการขับรถตามหลังกันมา โดยนายเอ (นามสมมุติ) ได้รับบุคคลต่างด้าวมาจากบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ตรงลาดกระบังซอย 38 จำนวน 18 คน ซึ่งมีชายไม่ทราบชื่อขับรถปิคอัพขนย้ายบุคคลต่างด้าวมาส่งที่หน้าปั๊มดังกล่าว ต่อมานายเอ ได้นัดมหมายพบกับนายบี เพื่อถ่ายบุคคลต่างด้าว ให้นายบี ขนย้าย 3 คน ที่หน้าปั๊มน้ำมัน พระราม 2 โดยมีนายยาว ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงเป็นผู้ว่าจ้าง โดยติดต่อประสานงานทางโทรศัพท์ หรือทางไลน์ ได้รับค่าจ้างเมื่อขนย้ายบุคคคลต่างด้าวถึงปลายทางจำนวน 20,000 บาท โดยนายยาวจะโอนเข้าบัญชีธนาคารของนายเอ หลังจากนายเอ ได้รับโอนเงินค่าจ้างก็จะแบ่งเงินค่าจ้างเป็นเงินสดให้นายบี ผู้ร่วมขบวนการจำนวน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ก่อนร่วมกันขนย้ายบุคคลต่างด้าว โดยนายเอ รับว่าได้ทำมาแล้วจำนวน 10 ครั้ง รถที่ใช้ขนย้ายก็ใช้รถของนายเอ เอง ส่วนนายบี รับว่าทำมาแล้ว 2 ครั้ง รถที่นายบี ใช้ขนย้ายเป็นรถของน้องชายของนายบี ที่ฝากให้นายบีช่วยดูแล เจ้าหน้าที่ชุดจับแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิของตนเองดีแล้ว จึงได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เวียงสระ ดำเนินคดี
จากการสอบถามแรงงานต่างด้าว (ผ่านล่ามแปล) ให้การว่า เดินทาง มาจากบังคลาเทศ ไปที่เวียดนาม โดยพักในโรงแรมในเวียดนาม (โฮจิมินห์) 2 คืน และ เดินทางจากเวียดนามโดยรถตู้ไปยังกัมพูชา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมงถึงกัมพูชา และได้พักในโรงแรม ในกัมพูชาอีก 1 คืนจากกัมพูชาเดินทางมายังไทย โดยรถตู้เป็นยานพาหนะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และได้เดินทางต่อตามช่องทางธรรมชาติอีกประมาณ 5 นาที(ข้ามคลอง)คาดว่าเป็น จ.สระแก้ว จนมาถึงฝั่งไทยมีรถกระบะ 2 คัน มารับช่วงต่อ ซึ่งใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงและได้เปลี่ยนรถอีกครั้ง ซึ่งค่าใช้จ่ายของบุคคลต่างด้าว จากการสอบถาม คนละ 400,000 ตะกา คิดเป็นเงินไทย รวม 120,000 บาท ซึ่งการจ่าย ที่ต้นทาง คนละ 100,000 ตะกา คิดเป็นเงินไทย 30,600 บาท และ อีก 300,000 ตะกา จ่ายที่ปลายทางเมื่อถึงที่หมาย (มาเลเซีย)

