หน้าแรก > อาชญากรรม

ผบช.ภ.1 เผย "ฆาตกรฮู้ดดำ" รับฆ่าหนุ่มใหญ่ ปมขัดแย้งทำธุรกิจ

วันที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 17:26 น.


ผบช.ภ.1 เผย ผู้ต้องฆ่าหนุ่มใหญ่หมกคอนโดย่านนนทบุรี ให้การปมขัดแย้งร่วมกันทำธุรกิจสั่งนำเข้าสินค้ามาขาย ระหว่างหลบหนีเพื่อประวิงเวลาถูกจับ ด้านพ่อผู้ก่อเหตุ ยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมเยียวยาครอบครัวคนตาย 

ความคืบหน้าคดีที่นายไพศาล อายุ 54 ปี หนุ่มใหญ่ ถูกแทงเสียชีวิตในห้องพัก ภายในคอนโดย่านงามวงศ์วาน โดยคนร้ายได้รื้อค้นรื้อค้นนำทรัพย์สินผู้ตายหลบหนีไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้าย ทราบชื่อคือ นายภูริณัฐ อายุ 27 ปี ได้ที่จังหวัดชุมพร ก่อนจะควบคุมตัวนำกลับมาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมายังโรงพัก สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีและสอบปากคำนายภูริณัฐ อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุด้วยตนเอง โดยมี พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบช.ภ.1 , พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ในเวลาต่อมาหลังทำการสอบปากคำผู้ก่อเหตุแล้ว พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พ่อของผู้ต้องหา ได้แถลงข่าวกับผู้สื่อข่าว โดย พล.ต.ท.จิรสันต์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ลงมือฆ่าผู้ตายนั้นเป็นเพราะเกิดความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจที่ทำร่วมกันอยู่คือธุรกิจสั่งนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาขายทางออนไลน์ โดยในคืนที่เกิดเหตุในห้องพักเกิดมีปากเสียงกัน ทำให้ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาจ้วงแทงผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วรื้อค้นนำทรัพย์สินของผู้ตายหลบหนีไป

โดยในระหว่างหลบหนีเพื่อจะมุ่งหน้าไปหาแม่ที่ จ.ชุมพร นั้น ผู้ต้องหาได้ตัดสินเปลี่ยนเส้นทางไปเรื่อยๆ เพื่อต้องการประวิงเวลาในการถูกติดตามจับกุมตัว จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามตัวอย่างใกล้ชิดเข้ากุมได้ในระหว่างหลบหนีไปอาศัยอยู่ในบ้านพักหลังหนึ่งในอำเภอเมืองชุมพร พร้อมของกลางเป็นทองคำแท่งน้ำหนักรวม 28 บาท และบัตรประชาชนบุคคลอื่นอีกจำนวน 5 ใบ ที่คาดว่าผู้ต้องหาเตรียมไว้ใช้ในการทำธุรกรรมทางเงินแทนตัวเอง แต่ในชั้นจับกุมผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าได้ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียชีวิตจริง แต่ไม่มีเจตนาฆ่าเป็นการป้องกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิที่ผู้ต้องหาจะให้การ

พล.ต.ท.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า แม้ผู้ต้องหารายนี้จะมีดีกรีเป็นนักศึกษานิติศาสตร์ มีความรู้ทางกฎหมายก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้หนักใจในการดำเนินคดีใดๆ กับผู้ต้องหารายนี้ เพราะแม้จะเป็นนักศึกษามีความรู้ทางกฎหมายก็ตาม แต่ไม่ได้มีอาชีพเกี่ยวกับกฎหมายโดยตรง เป็นนักธุรกิจซื้อขายสินค้าเพียงเท่านั้น และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีพยานหลักฐานชัดเจนที่สามารถเอาผิดดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ได้

ทางด้าน พ่อของผู้ต้องหารายนี้ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตและสังคมด้วยในสิ่งที่ลูกชายของตนได้กระทำลงไป ซึ่งตนพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างสุดความสามารถ ซึ่งทางลูกชายตนเองในตอนนี้ก็สำนึกผิดและยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป พร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

เรื่องบุคคลิกที่บุตรชายชอบสวมเสื้อมีฮู้ดและสวมใส่แว่นตา 2 ชั้นนั้น ตนเองก็เคยเห็นมาบ้าง เนื่องจากลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุมาและต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้เมื่อรักษาตัวหายจะต้องใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงคอ ซึ่งบุตรชายคงจะอึดอัดจึงเลือกสวมใส่เสื้อฮู้ดเพื่อปกปิดแทน ส่วนการสวมแว่นตา 2 อันนั้น เป็นเพราะว่าบุตรชายตนสายตายาวและเอียงจึงจำเป็นต้องสวมแว่นสายตา และสวมใส่แว่นตาสีดำทับเพื่อช่วยป้องกันแสงอีกที เป็นเรื่องปกติที่ตนก็เคยเห็นมาก่อน ซึ่งที่ผ่านมาบุตรชายของตนก็ไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน

ส่วนสาเหตุที่ลงมือก่อนเหตุทางบุตรชายตนก็ยืนยันว่ามาจากเรื่องธุรกิจที่ลงทุนทำด้วยกัน แล้วเกิดมีปากเสียงกันในคืนเกิดเหตุจึงได้ใช้อาวุธมีดที่พกมาใช้ป้องกันตัว อย่างไรก็ตามหากทางครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ว่าอะไร ตนก็พร้อมที่จะเดินทางไปร่วมงานศพเพื่อแสดงความเสียใจและช่วยเหลือทางครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป ก่อนที่นายพรชัยจะยกมือขึ้นไหว้ครอบครัวผู้เสียชีวิตผ่านสื่อมวลชน

ข่าวยอดนิยม