หน้าแรก > อาชญากรรม

ปอศ.แถลง เผยยอดเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี รวม 3 บัญชีกว่า 815 ล้านบาท พบเส้นเงินรวมกว่า 527 ล้านบาท ถูกโอนออกจากบัญชีหลักไปใช้ในกิจกรรมส่วนตัว

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14:13 น.


ปอศ. เผยยอดเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี รวม 3 บัญชีกว่า 815 ล้านบาท พบเส้นเงินรวมกว่า 527 ล้านบาท ถูกโอนออกจากบัญชีหลักไปใช้ในกิจกรรมส่วนตัว 

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ระบุว่า เงินบริจาคบางส่วนถูกนำไปใช้ในกิจการมูลนิธิแต่สัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 70 เจตนาการจัดตั้งมูลนิธิฯ เป็นนิติบุคคลไม่แสวงหากำไร และ น.ส.ปนัดดามีหน้าที่หลักในการจัดการเงินบริจาค และมีหน้าที่รายงานให้นายทะเบียนมูลนิธิ และเนื่องจากมูลนิธิไม่ได้เป็นองค์กรที่ได้ยกเว้นภาษี ต้องมีการยื่นแสดงภาษีว่าเงินที่ได้รับบริจาคมีมาเท่าไหร่ พบว่ามูลนิธิฯ ไม่มีการขออนุญาตขอรับบริจาค โดยเจ้าหน้าที่ไปร้องที่ สน.นางเลิ้งแล้ว โดยเริ่มนำเงินไปโยกย้ายนั้นเริ่มในปี 2558 โดยเริ่มเปิดบัญชีและลงในสื่อออนไลน์แต่ยังไม่มีการจัดตั้ง

ทั้งนี้การออกหมายจับแถว 2 แถว 3 ต้องเรียกมาสอบปากคำก่อน โดยเฉพาะแถว 3 ซึ่งอาจโอนไปยังบุคคลที่ 3 ซึ่งต้องมีพยานหลักฐานประกอบ และมูลเหตุจูงใจ และทำไมจึงเข้ามาฟอกเงินให้ น.ส.ปนัดดา โดยจะเริ่มในอาทิตย์หน้า

นอกจากนี้ ยังพบว่าหนึ่งในกรรมการที่เงินเข้าบัญชีประมาณ 36 ล้านบาท ต้องดูว่าเกินสมควรหรือไม่ ซึ่งก็ต้องชี้แจงหรือหากโอนกลับมาให้ น.ส.ปนัดดา ก็อาจเป็นการฟอกเงินตามปกติ ส่วนกรณีการอ้างแอดมินโพสต์รับบริจาค ผลก็เหมือนกันว่า บุคคลใดได้ประโยชน์

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวอีกว่า ทุกคนมีหน้าที่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตลอดปี 10 ปี น.ส.บุ๋ม ปนัดดา ยื่นแสดงภาษีปีละ 2.5 ล้านบาท และโดยประมาณ 10 ปี ไม่ควรเกิน 25 ล้านบาท แต่ยอดเงินที่เข้าไป 500 กว่าล้านบาท แม้จะมีการจัดธุรกิจ แต่ผลประกอบกิจการไม่บาลานซ์กับทรัพย์สิน แต่เส้นการเงินพบว่าไปซื้อแบรนด์เนมช่วงไหน

การแยกทรัพย์สินจากกรณีการฟอกเงิน ทรัพย์สินอะไรก็ตาม ที่ได้มาเกินควรต้องถูกยึด หน้าที่พิสูจน์เป็นของเจ้าของ โดยมี 2 ประเภทคือมีทะเบียนและไม่มีทะเบียน และสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ แต่ทรัพย์สินที่ไม่มีทะเบียน เช่น กระเป๋า ผู้ใดครอบครองต้องมีหน้าที่พิสูจน์ว่า นำเงินอะไรมาซื้อ ซึ่งกรณีนี้เห็นเส้นเงินชัดเจนไม่ได้ซับซ้อน

"คดีฉ้อโกงประชาชนโฆษณาหรือแสดงให้ประชาชนเข้าถึงและมอบทรัพย์ให้ ซึ่งขณะนี้อยากเชิญชวนให้ผู้เสียหาย เข้ามาให้ข้อมูลส่วนทรัพย์สินที่ยึดมารายงานที่ ปปง.หมดแล้ว และจากนี้ไปจะเข้าสู่กระบวนการจัดการทรัพย์สินของ ปปง." พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าว

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า ส่วนกรณีสนามวิ่งเทรล จ.นครนายก โดยฝ่ายทหารต้องไปสืบสวนสอบสวนที่ สภ.บ้านนา แต่ข้อมูลที่ได้มาของสนามวิ่งเทรล ไม่ได้กรรมสิทธิ์แต่ได้สิทธิ์ ซึ่งขณะนี้ทราบแล้วได้เงินมาจากไหน ซึ่งอยู่ในสำนวนการสอบสวนของ สภ.บ้านนา

ด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) กล่าวว่า ไม่อยากให้มูลนิธิต่าง ๆ ที่มีเจตนาช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงช่วยเหลือคน อย่าเสียกำลังใจ แต่ถ้าใครคิดจะทำแบบนี้ โดยสร้างมูลนิธิมาเพื่อจะหลอกลวงประชาชน เตือนว่าอย่าทำเลย อย่าหากินกับความศรัทธาของประชาชน เพราะสักวันความจริงจะปรากฏ ขอย้ำคำ "เปาบุ้นจิ้น" ว่า ตาข่ายสวรรค์แม้มีช่องโหว่ แต่ไร้รูรั่ว อย่างไรท่านก็ไม่รอด เมื่อความจริงปรากฏ ก็จะถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด

ข่าวยอดนิยม