วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:51 น.
6 พฤศจิกายน 2569 เพจ Drama-addict เผยแพร่เคสผู้ป่วยฝีดาษลิง โดยอ้างอิงโพสต์ของ ศ.นพ.กำธร มาลาธรรม ที่ระบุว่า "จากที่อาจารย์แพทย์ออกมาเตือนว่าตอนนี้เคสผู้ป่วยฝีดาษลิงที่พบในบ้านเรา รอยโรคที่พบกำลังเปลี่ยนแปลงไป พบเคสที่มาด้วยอาการต่างๆนอกเหนือจากตุ่มตามร่างกายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นเคสที่มาด้วยฝีที่ก้นแล้วพอตรวจดูก็กลับกลายเป็นว่านั่นคือฝีดาษลิง กับเคสที่มาด้วยอาการเหมือนทอนซิลอักเสบหรือคออักเสบแต่พอตรวจไปก็พบว่าเป็นฝีดาษลิงเช่นกัน
เคสนี้เป็นผู้หญิงอายุ 32 ปีมา ด้วยอาการปวดคอทั้งสองข้าง มีไข้ต่อเนื่องมาสองสัปดาห์ กินยาฆ่าเชื้อแล้วอาการไม่ดีขึ้น
ตรวจในคอพบรอยโรคตรงผนังคอหอยด้านหลัง เป็นแผลสีขาว
แพทย์ตรวจร่างกายของผู้ป่วยตำแหน่งอื่นไม่พบผื่นหรือรอยโรคใดใด แต่สี่วันต่อมาผู้ป่วยมีตุ่มหนองขึ้นบริเวณสะดือและตำแหน่งต่างๆ เช่นสะบักขวา และเต้านม จึงสงสัยการติดเชื้อไวรัสและเมื่อส่งตรวจ ก็พบว่าเป็นการติดเชื้อฝีดาษลิง
สรุปคือเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อฝีดาษลิงแล้วอาการนำมาด้วย เจ็บคอ มีรอยแผลสีขาวตรงผนังคอหอย และไม่มีผื่นใดใดขึ้นตามร่างกายเลย
เคสที่ติดเชื้อฝีดาษลิงมีโอกาสพบแผลในช่องปากได้ประมาณ 14 ถึง 30% อยู่แล้ว แต่เคสที่แสดงอาการนำด้วยแผลในช่องปากและเจ็บคอ แต่บนร่างกายไม่พบผื่นใดใดอันนี้ค่อนข้างหายากพบได้ประมาณ 5% ของเคสทั้งหมด
ดังนั้นนอกจากสังเกตอาการเรื่องผื่นขึ้นตามตัวแล้ว ใครที่มีอาการเจ็บคอแล้วรักษา แต่อาการไม่ดีขึ้นแพทย์อาจจะต้องตรวจหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม โดยอาจจะมีสาเหตุมาจากฝีดาษลิงก็เป็นได้"
