วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 05:33 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
>> นายกฯ นำทีม ครม. สวมผ้าทออัตลักษณ์อุดรฯ เยี่ยมชม 5 นิทรรศการ โชว์ศักยภาพท้องถิ่น ต่อยอดเศรษฐกิจภูมิภาค
08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติมลฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี โดยนำคณะรัฐมนตรีสวมเสื้อจากผ้าหมี่ขิด ผ้าทออันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบร่วมสมัย สะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าไทยและอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ก่อนการประชุม นายกฯ เยี่ยมชมบูธจัดแสดงสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีจังหวัดอุดรธานี อาทิ ผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือ งานหัตถกรรม สินค้าแปรรูปจากประมงชุมชน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ CPOT ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงและเครื่องประดับลูกปัดดินเผา พร้อมร่วมสาธิตการเขียนสีลวดลายเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง และลงลายมือชื่อบนไหบ้านเชียงเพื่อเป็นที่ระลึก
>> ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัยชุมชนบ่อนไก่
09.30 น. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานและสิ่งของพระราชทานสำหรับเด็ก มอบแก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหารเขตปทุมวัน ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย ร่วมพิธี ณ ศูนย์อพยพชั่วคราว ศูนย์นันทนาการบ่อนไก่ เขตปทุมวัน
โอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแส ทรงห่วงใยต่อผู้ประสบอัคคีภัย พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 125 ชุด มอบแก่ประชาชนผู้ประสบอัคคีภัย โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมรายงานสถานการณ์เหตุอัคคีภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
จากนั้น องคมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริเวณที่เกิดเหตุอัคคีภัย เพื่อรับทราบสภาพพื้นที่และความเดือดร้อนของประชาชนอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เหตุอัคคีภัยดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 69 เวลาประมาณ 00.47–02.37 น. บริเวณชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 73 หลัง มีผู้ได้รับผลกระทบ 125 ครอบครัว รวม 287 ราย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
>> "ยอดพระธาตุวัดใหม่หนองหอย" หักล้ม คาดเกิดจากฝนตกหนัก-เจดีย์อุ้มน้ำสะสม
09.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุ ยอดพระธาตุวัดใหม่หนองหอยอำเภอ ดอยหล่อ เชียงใหม่ เกิดหักล้มครื้น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด นายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ สาขาฮอด ร่วมกับ นายอำเภอดอยหล่อ สำนักพุทธศาสนา กรมศิลปากร ทหารพัฒนา เทศบาลตำบลสันติสุข และฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจสอบสภาพความเสียหายองค์พระธาตุวัดใหม่หนองหอย ตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ที่หักโค่น เพื่อจะได้ตรวจสอบ ฟื้นฟูบูรณะกลับสู่สภาพเดิมตามศรัทธาของชุมชน ให้มีความแข็งแรง และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ได้ประสานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ และกองช่างเทศบาลตำบลสันติสุข เข้าสำรวจโครงสร้างองค์พระธาตุฯ เพื่อวางแผนซ่อมแซมบูรณะฟื้นฟูต่อไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่ามาจาก ฝนตกหนักเมื่อคืนและในตัวเจดีย์ได้สะสมน้ำเป็นเวลานาน ทำให้ดินในตัวพระธาตุอ่อนจึงเกิดเหตุดังกล่าว
>> ตำรวจจ่อแจ้ง 3 ข้อหา "บุ๋ม ปนัดดา" ฉ้อโกง-ฟอกเงิน-พ.ร.บ.คอมฯ หากตรวจสอบแล้วผิดจริง
10.00 น. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. เปิดเผยถึงแนวทางการสอบสวน ว่า ในวันนี้มีการเรียกเข้าให้ปากคำ 2 คน คือ นายพุทธ อภิวรรณ และ นายภูดิษ กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม กรรชัย เกี่ยวกับเงินที่บริจาคให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิฯ
จากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น "ตำรวจวางแนวทางในการดำเนินคดีไว้ 3 ข้อหา" คือ ฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์
เบื้องต้นพบว่า น.ส.ปนัดดา อาจเข้าข่ายความผิดทั้ง 3 ข้อหา เนื่องจากพบพฤติกรรมเชื่อมโยง ส่วน นายอธิป อนันทวรรณ หรือ ก๊อต ซึ่งเป็นสามี หากไม่ได้ร่วมกระทำความผิดในข้อหาฉ้อโกง ก็อาจเข้าข่ายความผิด 1 ข้อหา คือ ฟอกเงิน
หลังจากนี้จะมีการพิจารณาเรียกคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี รวมถึงผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อไป
ขณะเดียวกัน นายพุทธ ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ส่วนตัวได้มีการบริจาคให้มูลนิธิดังกล่าวไปเป็นจำนวนเท่าไหร่ นายพุทธ กล่าวว่า “โห 8 แสน น่ะ” มีรายงานว่า หนุ่ม กรรชัย ก็จะเดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ในช่วงบ่ายของวันนี้เช่นกัน ส่วน 2 ดาราสาวชื่อดัง ที่ได้มีการโอนเงินบริจาคเข้ามูลนิธิฯเช่นเดียวกัน จะเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 4 พ.ย.นี้ด้วย
>> ชี้เป้า ป.ป.ส. รวบนักค้ารายย่อยเมืองตรัง สารภาพรับยามาปล่อยต่อ เร่งขยายผลล่าเครือข่าย
12.14 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม เดินหน้าขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการประกาศสงครามยาเสพติด ระยะ 6 เดือน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ลุยปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร สกัดกั้นไม่ให้กระจายลงสู่ชุมชน และปกป้องลูกหลานเยาวชนจากภัยร้าย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 สำนักงาน ปปส. ภาค 9 ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาโยง ลงพื้นที่กวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ จ.ตรัง หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผ่านสายด่วน 1386 ว่ามีบุคคลพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายและมั่วสุมเสพยาบ้า สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง
จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุม นายปอนด์ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 49 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปอนด์ให้การรับสารภาพว่า ได้ติดต่อซื้อยาบ้ามาจากนักค้าในพื้นที่ เพื่อนำมาเสพเองและนำไปแบ่งขายต่อ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จะเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลจากข้อมูลดังกล่าว เพื่อติดตามจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่และทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความจริงจังและเด็ดขาดในการปราบปรามยาเสพติดภายในชุมชน เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดทำลายสังคม หากพบเบาะแสยาเสพติด แจ้งสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ตลอด 24 ชั่วโมง “ทุกข้อมูลปลอดภัย มั่นใจ เป็นความลับ”
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
12.23 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.3 ความลึก 95 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 577 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> "บุ๋ม ปนัดดา” กล่าวขอโทษ ปชช.ที่บริจาค ยอมรับผิดพลาดที่ไว้ใจคนใกล้ตัว
12.25 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา”พร้อมทนายความ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำและแจ้งความดำเนินคดีโดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง โดนได้กล่าวขอโทษประชาชนที่ร่วมบริจาคให้มูลนิธิ พร้อมยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่ไว้วางใจคนใกล้ชิดมากเกินไป
บุ๋ม ปนัดดา ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องและติดตามทรัพย์สินกลับคืนสู่มูลนิธิให้ได้มากที่สุด หากพบว่าตนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ก็พร้อมนำทรัพย์สินส่วนตัวมาแก้ไขปัญหา พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและชี้แจงข้อสงสัยทุกประเด็น
ส่วนกรณี น.ส.บุญยนุช หรือ “ออยศรี” แจ้งความให้ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิก่อนหน้านี้ บุ๋ม ปนัดดา ยืนยันพร้อมให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน และพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ขณะที่ นายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์ หรือ “ทนายเพชร” ขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ซักถามเพิ่มเติม โดยระบุว่า หากบุ๋ม ปนัดดาตอบคำถามอีก จะยุติการทำหน้าที่ทนายความส่วนตัวทันที
>> รถนั่งส่วนบุคคลอีวี 2 คันชนกันอย่างจัง ท่ามกลางฝนตกหนัก ชายคนขับเสียชีวิต ส่วนผู้โดยสารอีกคัน หญิง 2 รายบาดเจ็บสาหัส จ.กาฬสินธุ์
14.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมทีมแพทย์และกู้ชีพ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน บนถนนเส้นทางกาฬสินธุ์ - อำเภอกมลาไสย ก่อนถึงสะพานร่องประเดิด ทางรอยต่อพื้นที่ตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ บริเวณ
ในที่เกิดเหตุมีฝนตกตกลงมาอย่างหนั พบรถยนต์เก๋งไฟฟ้า (EV) สองคันชนกันสภาพพังเสียหายหนัก คันแรกเป็นรถเก๋งอีวี ยี่ห้อ BYD สีเทา หมายเลขทะเบียน ร้อยเอ็ด และอีกคันเป็นรถเก๋งอีวี ยี่ห้อ GWM สีขาว หมายเลขทะเบียน ร้อยเอ็ด
จากการตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ พบผู้ติดอยู่ภายในตัวยานพาหนะ โดยบริเวณเบาะคนขับของรถเก๋งไฟฟ้า BYD พบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างเร่งงัดโครงสร้างตัวรถเพื่อนำร่างออกมา ขณะเดียวกันพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเพศหญิงจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้โดยสารในรถ GWM ถูกช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เบื้องต้น สันนิษฐานว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักส่งผลให้ถนนลื่น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่บันทึกภาพและเก็บหลักฐาน
>> ทลายแหล่งผลิตน้ำปลาและน้ำส้มสายชูปลอม ใส่ขวดรีไซเคิล ส่งขายร้านอาหาร และตลาดย่านดัง ยึดของกลางกว่า 2,392 ชิ้น
14.41 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 คูหา ในพื้นที่เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ร่วมกันตรวจยึดของกลางผลิตภัณฑ์น้ำปลาปลอม ผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูปลอม อุปกรณ์การผลิต ขวดเก่าและแกลลอนเก่า รวม 23 รายการ จำนวน 2,392 ชิ้น มูลค่ากว่า 250,000 บาท เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ฐาน “ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอมซึ่งเป็นอาหารที่มีฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดในเรื่องคุณภาพ ปริมาณ ประโยชน์ หรือ ลักษณะพิเศษอย่างอื่น”
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบสถานที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู โดยมีการบรรจุและกระจายส่งขายทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนจนทราบแหล่งผลิตและเข้าตรวจค้น พบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตผลิตอาหารจาก อย. อีกทั้งภาชนะที่ใช้บรรจุมีการนำขวดและแกลลอนที่ใช้แล้วมาล้างทำความสะอาด แล้วนำหัวเชื้อมาผสมกับสารต่างๆ เพื่อเจือจางในถังโดยไม่มีสูตรหรือสัดส่วนที่แน่นอน
จากนั้นใช้สายยางดูดผลิตภัณฑ์ใส่ขวด ติดสติกเกอร์และตอกฝาด้วยค้อน เพื่อส่งขายให้ร้านค้าปลีก ร้านอาหารย่านเทเวศร์ ปิ่นเกล้า และร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหลายสาขา ในราคา 15-30 บาทต่อขวด ทำมานานกว่า 10 ปี เดือนละกว่า 1,000 ขวด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าอาศัยการเรียนรู้สูตรจากผลิตภัณฑ์ของแท้ แล้วนำมาปรุงสูตรทำน้ำปลาและน้ำส้มสายชูขึ้นเองเพื่อลดต้นทุน
>> รวบหมอดูกำมะลอ หลอกเหยื่อดูดวง 4 ปี ฟันเงินกว่า 10 ล้านบาท
15.00 น. สภ.บางศรีเมือง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เข้าจับกุม ชาย อายุ 25 ปี มิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นหมอดูในโลกโซเซียล หลังถูกหญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งถูกหลอกให้โอนค่าดูดวงไปกว่า 8 หมื่นบาทเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับหมอดูรายดังกล่าว โดยเจ้าหน้าทึ่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักหลังหนึ่งในอำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
จากการสอบถาม ชาย คนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนไม่ใช่หมอดู และเรื่องการดูดวงตนก็ไม่ได้เป็นคนเริ่ม แต่ตนถูกเพื่อนแกล้งด้วยการนำเอาคิวอาร์โค้ดในไลน์ไปโพสต์ในโซเชียล จนกระทั่งต่อมาจึงมีคนทักเข้ามาหาตนเพื่อขอดูดวง ซึ่งในตอนนั้นตนก็ไม่คิดจะเป็นหมอดู แต่ช่วงจังหวะที่มีลูกค้าทักเข้ามานั้นตนไม่มีเงินพอดี ตนจึงนำเอาข้อมูลวันเดือนปีเกิดของลูกค้าที่ส่งมาให้ตนดูดวงไปทำการค้นหาข้อมูลใน AI เมื่อได้คำทำนายจาก AI มา ตนก็นำเอาจากคำทำนายของ AI ส่งไปให้ลูกค้าที่ทักมาดูดวงกับตน ตนจึงตัองกลายเป็นหมอดูจำเป็นไป จากนั้นทางผู้เสียหายก็จะโอนเงินค่าดูดวงมาให้ตน ส่วนรายไหนทึ่ตนเริ่มสนิทสนมด้วยก็จะทำการขอยืมเงินต่อไปโดยอ้างว่าจะนำไปลงทุน โดยผู้เสียหายรายล่าสุด โอนเงินให้ตน 3 ครั้ง เป็นเงิน 25,000 บาท จำนวน 2 ครั้ง และ 30,000 บาท รวมเป็น 80,000 บาท ซึ่งเป็นค่าทำพิธีพลิกดวง
หมอดูกำมะลอ กล่าวอีกว่า วันนี้ที่ตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปจับกุมตัวนั้น ตนยังนอนหลับอยู่เลย ยังไม่ทันได้ดูดวงตัวเองเลย ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาจับถึงห้องนอนในบ้านพักของแฟนสาว โดยก่อนหน้าที่ตนจะมาเป็นหมอดูจำเป็นนั้น ตนไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักแหล่งอะไร อาศัยรับซื้อปลาสวยงามมาขายต่ออีกที และตนเพิ่งเลิกเป็นหมอดูมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยได้ขายอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูดวงไปหมดแล้ว หลังจากทึ่ผ่านมาตนกลายเป็นหมอดูจำเป็นมา 4 ปี และได้เงินจากการเรียกค่าดูดวงจากผู้เสียหายมากว่า 10 ล้านบาท ส่วนเงินค่าดูดวงค่าทำพิธีต่างๆที่ได้มานั้น ก็หมดกับการพนันวัดดวงที่ตนชื่นชอบ ทั้งมวยกับไก่ชนจนหมด
ในเบื้องต้น ชาย รายนี้ ให้การรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าข้อมูลอันเท็จในระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่นส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายที่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของหมอดูกำมะลอรายนี้สามารถเดินทางมาชึ้ตัวเพื่อแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติมได้ที่โรงพัก
>> จนท. ลงพื้นที่ตรวจสอบคราบน้ำมันเกยหาดศรีราชา คาดเสร็จภายใน 1-2 วัน
15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีพบคราบน้ำมันสีดำปริศนาลอยเกยชายหาดศรีราชา จังหวัดชลบุรี กระจายตัวบนผิวน้ำตามกระแสลมและคลื่นทะเล อีกทั้งยังพบขยะพลาสติกและขวดน้ำลอยมาติดชายฝั่ง โดยมีคราบน้ำมันเกาะติดเป็นก้อนหนา สร้างความกังวลให้กับประชาชนและชาวประมงในพื้นที่นั้น
ล่าสุด นายวุฒิพงษ์ วงศ์จินทร์ ผู้อำนวยการส่วนสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 พร้อมด้วย นายปิยะณัฐ ทิ่มกระจ่าง เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดศรีราชา หลังร้านมุมอร่อย ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อสำรวจและบันทึกภาพคราบน้ำมันที่ยังคงลอยอยู่บนผิวน้ำเป็นบริเวณกว้าง
นายวุฒิพงษ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คราบน้ำมันดังกล่าวเป็นตะกอนน้ำมันที่ตกค้างอยู่บริเวณก้นทะเล เมื่อเกิดการฟุ้งกระจายจากปัจจัยด้านสารเคมีและคลื่นลมแรง จึงทำให้ตะกอนน้ำมันลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ ก่อนถูกกระแสคลื่นและลมพัดเข้าหาชายฝั่ง พร้อมยืนยันว่า จากข้อมูลและการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการทำประมงพื้นบ้านในพื้นที่
ด้าน นายปิยะณัฐ กล่าวว่า หลังทราบเรื่อง เทศบาลเมืองศรีราชาได้เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการเก็บกวาดทันที โดยคราบน้ำมันเริ่มปรากฏตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพคลื่นลมแรง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกวาดคราบน้ำมันบริเวณชายหาดไปแล้วกว่า 80% ส่วนที่เหลือคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งจัดการคราบน้ำมันที่ตกค้าง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและชาวประมงในพื้นที่
>> “อนุทิน” สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ เร่งวางมาตรการป้องกันผู้ส่งออกไทย หวั่นได้รับผลกระทบซ้ำรอยต่างชาติ
17.52 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยหลังประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.อุดรธานี ว่า ในที่ประชุม ครม.วันนี้ ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังภัยไซเบอร์จากกรณีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเฝ้าระวังไม่ให้ถูกแฮก หรือใช้เทคโนโลยีทางไซเบอร์มาสร้างความเดือดร้อน
ซึ่งทราบว่าภัยที่เกิดขึ้นถึงขนาดไปรบกวนระบบเก็บรักษาอาหาร ที่ทำให้อุณหภูมิในตู้แช่อาหารเพิ่มขึ้นทั้งระบบทั่วภูมิภาค ถือเป็นสิ่งใหม่ ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเตรียมแนวทางป้องกันความเสี่ยงด้านการส่งออก โดยเฉพาะเงื่อนไขการชำระเงินและการทำประกัน เพื่อป้องกันกรณีผู้ซื้ออ้างว่าสินค้าเสียหายจากเหตุโจมตีทางไซเบอร์จนปฏิเสธการชำระเงิน ย้ำไทยต้องมีระบบรับมือภัยคุกคามทางเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เพื่อคุ้มครองผู้ผลิตและผู้ส่งออก รักษาผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ
>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ริมน้ำโมงบ้านสามขา เพลิงลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหายวอด 2 หลังคาเรือน จ.หนองคาย
19.20 น. ร.ต.อ.ไพฑูรย์ ชั้นเสมา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนบริเวณบ้านสามขา หมู่ที่ 6 ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึง พบเปลวเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ที่ปลูกสร้างอยู่ติดกันจำนวน 2 หลังอย่างรุนแรง เนื่องจากโครงสร้างบางส่วนเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัดกั้นไม่ให้เพลิงขยายวงไปยังบ้านเรือนข้างเคียง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้สำเร็จ
จากการตรวจสอบพบว่าบ้านที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลังจำนวน 2 หลัง ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิง และบ้านข้างเคียง ทั้งสองหลังตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย โดยทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก และยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ จากการสอบสวน เจ้าของบ้านหลังที่สอง ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นแสงเพลิงและเปลวไฟกำลังลุกไหม้บริเวณฝาผนังด้านข้างบ้านของบ้านต้นเพลิง ซึ่งตั้งอยู่ติดกับบ้านของตนทางฝั่งริมน้ำโมง โดยจุดที่พบเปลวไฟอยู่บริเวณแนวสายไฟฟ้าที่พาดจากเสาไฟฟ้าเข้าสู่ตัวบ้าน ก่อนที่ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็วและขยายวงไปยังบ้านของตน ทำให้ไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินออกมาได้ทัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากจุดที่ผู้เห็นเหตุการณ์พบเปลวไฟครั้งแรกอยู่ใกล้แนวสายไฟฟ้าที่เข้าสู่ตัวบ้าน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุที่แท้จริงได้ โดยพนักงานสอบสวนจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
21.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 33 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย