หน้าแรก > การเมือง

นายกฯ สรุปผล ครม.สัญจรอุดรธานี เดินหน้า 4 มิติพัฒนาอีสานตอนบน

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16:08 น.


นายกฯ สรุปผล ครม.สัญจรอุดรธานี เดินหน้า 4 มิติพัฒนาอีสานตอนบน เพิ่มมูลค่าเกษตร เปิดประตูการค้า สร้างรายได้ชุมชน มุ่งสังคมปลอดยาเสพติด

วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2569) ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติมลฑาทิพย์ ฮอล์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแถลงข่าวสรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดอุดรธานี นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ ยกระดับการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร พัฒนาการค้าชายแดน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร มุ่งเพิ่มรายได้เกษตรกร ยกระดับสินค้าเกษตรไทย เชื่อมโยงพื้นที่ชายแดนสู่ประตูเศรษฐกิจภูมิภาค และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุม ครม.สัญจร เป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้รัฐบาลลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ทำให้เข้าใจทั้งข้อจำกัดและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ สามารถนำข้อมูลมาประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแนวทางพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 รัฐบาลกำหนดไว้ 4 มิติ ได้แก่

1. ยกระดับการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร เพิ่มมูลค่าผลผลิตไทย รัฐบาลมุ่งปรับรูปแบบการผลิตสินค้าเกษตรให้มีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและอุตสาหกรรมชีวภาพ มอบหมายให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศึกษาแนวทางจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหารและห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ขณะเดียวกัน จะเร่งพัฒนาพืชเศรษฐกิจสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่

- ข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาพันธุ์ให้ได้มาตรฐาน ยกระดับคุณภาพและมูลค่า ส่งเสริมการทำนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

- ยางพารา ส่งเสริมการแปรรูปยางดิบและพัฒนานวัตกรรมต่อยอดผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและรองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ควบคู่กับการรักษาระดับราคายางให้มีเสถียรภาพและยั่งยืน

- พืชพลังงาน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ส่งเสริมการแปรรูปและต่อยอดสู่การผลิตพลังงานชีวภาพและพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการสร้างมูลค่าผลผลิต พยุงราคาสินค้าเกษตร และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ

การขับเคลื่อนจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคเอกชน โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เป้าหมายคือสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร และผลักดันภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เป็นฐานการผลิตอาหารคุณภาพที่สำคัญของโลก

2. พัฒนาการค้าชายแดน เชื่อมโยงเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งและคมนาคม ตลอดจนการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผ่านการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (North Eastern Economic Corridor) รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเพิ่มเติม พร้อมประเมินความพร้อมในการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ และพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มศักยภาพการค้า การขนส่ง และการลงทุน ยกระดับกลุ่มจังหวัดให้เป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค

3. ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน รัฐบาลมุ่งนำจุดเด่นและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาจัดกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

4. แก้ไขปัญหายาเสพติดครบวงจร มุ่งสร้างสังคมปลอดภัย รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งด้านการปราบปราม ป้องกัน และฟื้นฟู โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน พร้อมประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสกัดกั้นและจัดการปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

ส่วนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด จะต่อยอดแนวทาง “อุดรโมเดลพลัส” ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดแบบครบวงจรของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าร่วมเป็นเครือข่ายดูแลและฟื้นฟู ควบคู่กับการบูรณาการการรักษาทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตโดยกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ และลดโอกาสกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสินค้าเกษตรหลายชนิดมีราคาเฉลี่ยทั้งประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลจึงเร่งส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลผลิตเพื่อรองรับความต้องการอาหารในตลาดโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคที่ทำให้ประเด็นความมั่นคงทางอาหารทวีความสำคัญมากขึ้น โดยประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นแหล่งผลิตอาหารและสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารให้แก่มิตรประเทศ การพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้นจึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ให้ทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 โดยถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมเชิญชวนประชาชนเดินทางมาเที่ยวชม เพื่อสัมผัสความสวยงามของพืชพันธุ์ เรียนรู้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการเกษตร ตลอดจนนำไปต่อยอดสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การประชุม ครม.สัญจรสะท้อนแนวทางการพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญกับศักยภาพและความต้องการเฉพาะของแต่ละภูมิภาค เพื่อแก้ไขปัญหาและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้ทั่วถึง โดยรัฐบาลจะเดินหน้าจัดประชุม ครม.สัญจรให้ครอบคลุมทุกภาค ก่อนขยายการลงพื้นที่ไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพและมีความต้องการพัฒนาอย่างเหมาะสม

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เป้าหมายสำคัญคือ “เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น สินค้าเกษตรมีมูลค่าสูงขึ้น พื้นที่ชายแดนเป็นประตูเศรษฐกิจของภูมิภาค การท่องเที่ยวสร้างรายได้สู่ชุมชน และประชาชนมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด” โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแนวทางดังกล่าวไปขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวยอดนิยม